เร่งไขปมคดี "น้ององุ่น" อายุ 7 ขวบ เสียชีวิตกลางสวนยาง อ.สังขละบุรี
กรณีพบศพ "น้ององุ่น" เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ เสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากหายตัวออกจากบ้าน 3 วัน เจ้าหน้าที่เร่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตนั้น
วันนี้ (2 มิ.ย.2569) พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดี หลังผบ.ตร. มีคำสั่งให้เร่งรัดคลี่คลายคดี
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่พบเห็นน้ององุ่นก่อนหายตัวไป รวม 10 คน เข้าให้ข้อมูล ประกอบด้วย แม่ และบุคคลในครอบครัว พระสงฆ์จากสำนักสงฆ์บ้านทิโคร่ง 4 รูป ชาวบ้านชาย 2 คน และชายชาวมอญ อีก 1 คน
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังนำรถกระบะ ของสำนักสงฆ์บ้านทิโคร่ง ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อเก็บลายนิ้วมือแฝงและตรวจหาร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี
แม่น้ององุ่น เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนออกไปประชุมภายในชุมชน ขณะที่ลูกสาวออกจากบ้านไปซื้อของ ก่อนจะบอกคนในครอบครัวว่า จะไปเล่นบริเวณด้านบนหมู่บ้านใกล้วัดทิโคร่ง โดยครอบครัวมาทราบภายหลังว่า น้องเดินไปซื้อขนมร้านของชำตรงข้ามวัด โดยนำธนบัตร 20 บาท จำนวน 2 ใบติดตัวไปด้วย แต่ไม่มีใครทราบว่า น้ององุ่นได้รับเงินมาจากใคร
ข้อมูลดังกล่าว สอดคล้องกับคำให้การของเจ้าของร้านชำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลสุดท้ายที่พบเห็นน้ององุ่น โดยระบุว่า น้ององุ่นเดินทางมาซื้อขนมภายในร้าน พร้อมนำธนบัตรใบละ 20 บาท จำนวน 2 ใบมาชำระค่าสินค้า ก่อนจะเดินออกจากร้านไปตามลำพัง
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว ยังได้พูดคุยกับหนึ่งในพระสงฆ์จากสำนักสงฆ์บ้านทิโคร่ง ซึ่งถูกเชิญตัวเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน กล่าวว่า ปกติน้ององุ่นและเด็กในหมู่บ้านจะมาเล่น บริเวณลานหน้าสำนักสงฆ์เป็นประจำ แต่ในวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้พบเห็นน้ององุ่นแต่อย่างใด กระทั่งทราบข่าวการหายตัวไปในช่วงเย็น ส่วนการเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่นั้น พร้อมให้ความร่วมมือและไม่ได้รู้สึกกังวล
ส่วนชายชาวเมียนมา อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งถูกเชิญตัวมาสอบปากคำก่อนหน้านี้ ยังคงให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้ององุ่น
ขณะที่ผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้น พบสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งตำรวจยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบการสืบสวนหาข้อเท็จจริงของคดี
นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร. ยังนำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติม ในจุดที่พบศพน้ององุ่น ซึ่งห่างจากถนนราว 100 เมตร และเดินสำรวจเส้นทางในสวนยางพารา ที่สามารถเดินลัดเลาะไปยังสำนักสงฆ์ฯ ได้ ระยะทางราว 800 เมตร
จากนั้นเข้าไปสอบถามร้านของชำ ที่ขายขนมให้น้ององุ่นก่อนหายตัวไป และพบว่ากล้องวงจรปิดภายในร้านเสีย ราว 3-4 เดือนก่อน นอกจากนี้ ยังเดินทะลุหลังร้านของชำไปยังบ้านน้ององุ่น เพื่อพูดคุยกับคนในครอบครัว ถึงช่วงเวลาที่น้ององุ่นหายตัวไป รวมถึงพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต
ส่วนแนวทางการสืบสวนการเสียชีวิตน้ององุ่น ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งกรณีออกจากบ้านและเดินไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง มีบุคคลพาออกจากพื้นที่ก่อนเกิดเหตุ ถูกทำร้ายจากจุดอื่น ก่อนนำร่างมาทิ้งอำพรางคดี และเสียชีวิตจากเหตุที่เกี่ยวกับสัตว์หรือสภาพแวดล้อม
อ่านข่าว :
พบร่างเด็กหญิงวัย 7 ขวบ กลางสวนยาง จ.กาญจนบุรี หลังหายตัว 3 วัน
จนท.สกัดจับขบวนการขนอะโวคาโดเถื่อนริมแม่น้ำโขง คาดทะลัก 40 ตัน/วัน