โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดแนวโน้มตลาดวันนี้ SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,560-1,575 จุด โดยบรรยากาศการลงทุนค่อนไปในทางลบหลังการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านยุติลงชั่วคราวหลังเพื่อประท้วงการอิสราเอลที่โจมตีเลบานอน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนหลังจากที่ตลาดคาดหวังเชิงบวกว่าสงครามอาจใกล้ได้ข้อยุติในสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับดีดตัวขึ้นเล็กน้อย โดย Brent อยู่ที่ US$95 ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตามกลุ่มพลังงานต้น-กลางน้ำ รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิสก์คาดว่ายังคงหนุนตลาด

ส่วนปัจจัยในประเทศแม้ราคาพลังงานที่ยังสูงจะกดดัน Sentiment อย่างไรก็ตามด้านกำลังซื้อยังโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเริ่มต้นใช้จ่ายเงินบาทแรกแล้วตั้งแต่ 1 มิ.ย. ช่วยพยุงกำลังซื้อ ส่วนปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯและเงินเฟ้อไทยเดือน พ.ค. ซึ่งจะประกาศช่วงปลายสัปดาห์ ระยะกลาง-ยาวเรายังคาดหวังเชิงบวกต่อโอกาสที่สงครามจะผ่อนคลายลงในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติมีโอกาสกลับมาไหลเข้า รวมถึงเกิด Sector Rotation ใน 2H26 เข้าหากลุ่ม Domestic/Consumption Play Anti-Commodity และ Yield Sensitive เช่น ไฟแนนซ์ ขนส่ง โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว ค้าปลีก เป็นต้น ซึ่งยัง Laggard ให้กลับมา Outperform

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 2Q26-2H26 แข็งแกร่ง และได้อานิสงส์บวกหากสงครามผ่อนคลาย
หุ้นเด่นเดือน มิ.ย : BGRIM, CPALL, CRC, ERW, STA
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : STA
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22 บาท
• แนวโน้มกำไร 2Q26 จะเติบโตทั้ง q-q, y-y จากปริมาณขายและราคายาง 2Q26 จะปรับขึ้นต่อ ช่วยหนุนกาไรฟื้น q-q และพลิกจากขาดทุน y-y
• ระยะสั้นได้อานิสงส์จากราคายาง SICOM ที่ปรับตัวขึ้น ล่าสุดแตะ 231.90 เซนต์/กก. ปรับขึ้นราว 5% w-w เป็น Sentiment หนุนราคาหุ้น
• แนวรับ 19//18.50 บาท แนวต้าน 19.60//20 บาท

ด้านบล.ดาโอ คาดดัชนีฯ แกว่งกรอบแคบ นักลงทุนชะลอการลงทุนเนื่องจากมีวันหยุดหลายวัน และตัวแปรที่สำคัญๆ ยังไม่ชี้ทิศทางที่ชัดเจน อาทิ ตลาดหลังผ่านการ rebalance ของ MSCI แล้วควรจะไปทางไหน อีกทั้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน ยังไม่สามารถเปิดการเจรจาหยุดยิงได้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ระหว่างการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อพิจารณาข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน …. เราประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ 1550-1590 จุด

ปัจจัยในประเทศ

  • “ไทยช่วยไทย พลัส” ปิดลงทะเบียนวันสุดท้าย 5 วัน ทำยอดกว่า 26.04 ล้านราย สะท้อนการตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการลดค่าครองชีพ ร้านค้าใหม่ยังสมัครได้ถึง 31 ก.ค. โดยกระทรวงการคลังเตรียมเปิดตัว AI “นกกระซิบ” เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อย
  • MSCI Rebalance เมื่อวันศุกร์ : การ Rebalancing ของดัชนี MSCI Global Standard ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ ได้กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายอย่างหนักในช่วงท้ายของหลายตลาด โดยตลาดหุ้นอินเดีย ดัชนีฯ ลดลงประมาณ 1.5% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยก็เช่นกัน หุ้นไทยที่มีการซื้อขาย ณ ราคา ATC ที่สูงกว่า 1 พันล้านบาท ถึง 7 ตัว ประกอบด้วย GULF, DELTA, ADVANC, PTTEP, CPALL, PTT …… เราประเมินว่า ช่วงหลายสัปดาห์ ที่ตลาดผันผวนจากการเตรียม rebalance ครั้งนี้ สัปดาห์นี้ ราคาหุ้นเหล่านั้น จะกลับสู่สภาพที่ควรจะเป็น (บวก/ลบ)
  • CKP หรือ CKPower เดินหน้าลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาทใน 4 ปี ขยายโรงไฟฟ้าพลังน้ำและโซลาร์ฟาร์ม รับเทรนด์พลังงานสะอาด มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนแตะ 95% พร้อมปักธง Net Zero ภายในปี 2593
  • ไทยและเวียดนามลงนาม MOU 4 ฉบับ ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ตั้งเป้าผลักดันการค้าทะลุ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเล็งตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่อู่ตะเภา
    Fund Flow และตลาดการเงิน:
  • ตลาดหุ้น (SET+MAI): นักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งขายสุทธิ 1,616 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พ.ค. 2569)
  • ตลาดตราสารหนี้: มีปริมาณซื้อขายหนาแน่นกว่า 1.32 แสนล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 4,339 ล้านบาท ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.70%
  • ค่าเงินบาท: ปิดตลาดทรงตัวที่ 32.57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ คาดการณ์กรอบสัปดาห์หน้าจะอยู่ที่ 32.45-32.65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตลาดยังรอปัจจัยทิศทางจากฝั่งสหรัฐฯ

ปัจจัยต่างประเทศ

  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ตลาดยังมีความไม่แน่นอน โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการตัดสินใจเรื่องร่างข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอีก 60 วัน ท่ามกลางความสับสนของข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย
  • Fed: บททดสอบสำคัญของ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งสัปดาห์แรก ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้ลดดอกเบี้ย ตลาดจะจับตาการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย. นี้ ว่า Warsh จะมีความเป็นอิสระพอที่จะส่งสัญญาณ (Hint) เชิง “Hawkish” เพื่อเตือนเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่
  • สหรัฐฯ เปิดสอบสวนเวียดนามรอบใหม่: ปมทรัพย์สินทางปัญญา เสี่ยงเจอรีดภาษีเพิ่ม ซึ่งทำให้เวียดนามมีความเสี่ยงที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า (รีดภาษี) เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ …. เราประเมินว่า ผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมและตลาดหุ้นไทย: หากสหรัฐฯ มีการใช้มาตรการทางภาษีกับเวียดนามจริง อาจก่อให้เกิดผลกระทบ กลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์ (+): กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (เช่น WHA, AMATA) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น HANA, DELTA) ด้านกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบเชิงลบ (-) อาจส่งผลเสียต่อหุ้นกลุ่มส่งออกที่พึ่งพาตลาดที่ได้รับผลกระทบโดยตรง (เช่น TU, STA)

Technical : BCH, KAMART

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด แนะติดตามวันนี้ คือ ผลการประชุม ครม.ด้านเศรษฐกิจว่าจะมีการนำเรื่องโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้าเข้าพิจารณาหรือไม่ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนวันที่ 5 มิ.ย. ก.พาณิชย์จะรายงาน CPI ไทย พ.ค. คาด 3.9% & เม.ย. 2.89% YoY

PTTEP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 164.00 บาท) ราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น-กลาง มีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด แนวโน้มกำไร 2Q69 ปรับตัวขึ้น QoQ ไม่น่าจะต่ำกว่าระดับ 2 หมื่นล้านบาท คาดราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ในระดับสูงราว US$90-110/bbl ปริมาณขาย +1%QoQ ราคาขายก๊าซฯ ขยับขึ้นเป็น US$6/MMBTU ตามรอบการปรับราคาในเดือน เม.ย.ด้าน Unit Cost ขยับมาที่ US$30/BOE สนับสนุนด้วยฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่มั่นคง คาดหวังอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงราว 6-7% ต่อปี

CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 65.50 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 9,118 ลบ.(+20%YoY, +26%QoQ) ภาพรวมการดำเนินงานหลักบวกดี YoY จาก SSSG 7-11 +1.9%YoY/ Makro +0.6%YoY/ Lotus flat YoY ขณะที่ QoQ ฟื้นจากฐานต่ำใน 4Q68 ที่ฝั่ง Makro+Lotus กดดันจากคนละครึ่ง พลัส และ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ส่วนการดำเนินงานในช่วง 2Q69 เบื้องต้น คาด QoQ จะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ภาพ YoY จะยังคงเป็นบวกได้ต่อแม้จะมีปัจจัยกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามราคาพลังงาน แต่ยังพอสามารถชดเชยได้ด้วยจาก 1.ยอดขายเครื่องดื่มตามสภาพอากาศร้อน 2.ประเภทของสินค้า 7-11 ยังเป็นที่นิยม และ 3.Fx Loss ใน 2Q68 ที่ -237 ลบ.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...