โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกลธี ชำแหละงบสธ.5.7แสนล. หวั่นเป็นระเบิดเวลา 3 ลูก จี้รัฐต้องกล้าปฏิรูประบบ

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สกลธี ชำแหละงบสธ.5.7แสนล. หวั่นเป็นระเบิดเวลา 3 ลูก จี้รัฐต้องกล้าปฏิรูประบบ

สกลธี ชำแหละงบสาธารณสุข อาจกลายเป็นระเบิดเวลา 3 ลูก เตือนระบบส่อล่มสลาย หากยังไล่ซ่อมมากกว่าสร้าง แนะ 3 ข้อปรับโครงสร้างสาธารณสุข

เมื่อเวลา 16.12 น. วันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระแรก ว่า ในส่วนของงบสาธารณสุขและสุขภาพของคนไทย เมื่อร้อยเรียงตัวเลขทั้งกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 1.8 หมื่นล้านบาท งบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกือบ 3 แสนล้านบาท

งบกลางรักษาข้าราชการ 8 หมื่นล้านบาท และงบที่แฝงอยู่ในท้องถิ่น ในโรงพบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อีก 1.8 พันล้านบาท รวมแล้วสูงถึง 570,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ของงบประมาณแผ่นดิน

แม้ในสายตา องค์กรอนามัยโลกและธนาคารโลก จะชื่นชมไทยว่าใช้เงินเพียงร้อยละ 4 ของจีดีพี แต่กลับสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ดี ต่างจากประเทศชั้นนำอย่างสวีเดน อังกฤษ หรือญี่ปุ่น ที่ใช้ตัวเลขสองหลัก อย่างไรก็ตาม การใช้น้อยแต่ทำได้เยอะกำลังกลายเป็นจุดอ่อนที่สะสม ระเบิดเวลา 3 ลูก ที่รอวันปะทุและพาตัวระบบก้าวไปสู่ขอบเหว

นายสกลธี กล่าวว่า ระเบิดลูกที่ 1 เน้นซ่อมมากกว่าสร้าง คือเม็ดเงินส่วนใหญ่หมดไปกับค่าหัวรักษาพยาบาลปลายเหตุ ท่ามกลางภาวะสังคมผู้สูงวัยขั้นสุดยอดที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังพุ่งสูง แต่รัฐบาลกลับจัดงบเพื่อการป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพ เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น โดยไม่ยอมลงทุนระบบคัดกรองเชิงรุกในชุมชน

ระเบิดลูกที่ 2 วิกฤตโรงพยาบาลรัฐขาดทุน สมองไหล คือ ระบบการจ่ายเงินชดเชยผู้ป่วยในของ สปสช.สวนทางกับสภาวะเงินเฟ้อ ค่ายา ค่าแรง และเทคโนโลยีการแพทย์ที่แพงขึ้น ส่งผลให้โรงพยาบาลรัฐกว่า 300 แห่งขาดทุน และมีกว่า 100 แห่งที่ใกล้ล้มละลาย จนคลินิกชุมชนอบอุ่นใน กทม.หายไปครึ่งหนึ่ง เกิดปัญหาระบบใบส่งตัวเรื้อรัง บุคลากรหน้างานต้องแบกภาระจนร่างกายพัง เกิดภาวะสมองไหลลาออกจากระบบราชการอย่างรุนแรง

ระเบิดลูกที่ 3 ความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อน 3 กองทุน ทั้งระบบบัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิ์ข้าราชการ ต่างใช้เงินภาษีประชาชนเหมือนกัน แต่สิทธิ์การเข้าถึงโรงพยาบาล ยา และต้นทุนต่อหัวกลับไม่เท่ากัน ก่อให้เกิดความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เช่น การจัดซื้อยาที่ต่างคนต่างซื้อจนเสียเม็ดเงินไปโดยใช่เหตุ

นายสกลธี กล่าวต่อว่า ตนไม่เห็นด้วยหากจะมีการปรับลดงบก้อนนี้ เพราะเปรียบเสมือนการตัดเส้นเลือดใหญ่ของประชาชน แต่ขอเสนอแนะแนวทางปฏิรูปแนวคิดการจัดงบต่อรัฐบาล 3 ข้อ เพื่อความยั่งยืน คือ

1.ปรับโครงสร้างเป็นงบเชิงรุกระดับท้องถิ่น เพิ่มงบให้ รพ.สต. และยกระดับขีดความสามารถของ อสม. กว่า 1.1 ล้านคนทั่วประเทศ โดยแจกจ่ายอุปกรณ์เทคโนโลยี เพื่อให้เป็นแขนขาในการคัดกรองผู้ป่วยโรคเรื้อรังเชิงรุก แทนที่จะทำหน้าที่เพียงแค่คนแจ้งข่าว พร้อมทั้งปรับค่าตอบแทน 2,000 บาทให้เป็นระบบจูงใจตามผลงาน

2.ทบทวนอัตราจ่ายชดเชยตามต้นทุนจริง สปสช. ต้องปรับเพดานการจ่ายชดเชยพยาบาลให้สะท้อนความเป็นจริง จากปัจจุบันที่จ่ายโรคผู้ป่วยในเฉลี่ย 8,000 บาท แต่ต้นทุนโรงพยาบาลแบกจริงอยู่ที่ 10,000 - 13,000 บาท เพื่อหยุดวิกฤตโรงพยาบาลรัฐขาดทุนซ้ำซาก ไม่ต้องคอยนำงบกลางมาโปะรายปี

3.หาแหล่งรายได้ใหม่ด้วยความกล้าหาญ รัฐบาลจะหวังพึ่งพิงภาษีทางตรงหรือเงินอุดหนุนรัฐอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ต้องกล้าเก็บภาษีสุขภาพเฉพาะให้เข้มข้น เช่น ภาษีโซเดียม ภาษีน้ำตาล และสิ่งที่ยากที่สุดคือการนำระบบ ร่วมจ่ายมาใช้ โดยให้ผู้มีรายได้ปานกลางถึงระดับสูงร่วมออกค่าใช้จ่ายบางส่วนในการรักษา เพื่อสงวนสิทธิ์บัตรทองฟรีไว้ให้กลุ่มคนยากจนและผู้ไร้ที่พึ่งอย่างแท้จริง เหมือนที่ประเทศญี่ปุ่นและเยอรมนีประสบความสำเร็จ

“งบสุขภาพ 570,000 ล้านบาท ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่คือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ เพราะต่อให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานดีแค่ไหน หากระบบสาธารณสุขล่มสลาย ประชาชนเจ็บป่วย เศรษฐกิจก็ไม่มีวันเดินหน้าได้ รัฐบาลต้องเลิกวิธีถมเงินไล่ตามซ่อมที่ปลายเหตุ แต่ต้องกล้าปฏิรูประบบอย่างยั่งยืน” นายสกลธี กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สกลธี ชำแหละงบสธ.5.7แสนล. หวั่นเป็นระเบิดเวลา 3 ลูก จี้รัฐต้องกล้าปฏิรูประบบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...