“เนชั่นกรุ๊ป”ก้าวสู่ปีที่ 56 ปรับโครงสร้างใหญ่ยึดสมดุลนวัตกรรม-จริยธรรม
ในวาระที่“เนชั่น กรุ๊ป” ครบรอบ 56 ปี ฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทาง เนชั่น กรุ๊ป ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลาง Digital Disruption สื่อกระแสหลัก เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ วิกฤติเศรษฐกิจที่ฉุดให้เม็ดเงินโฆษณาหดตัวอย่างรุนแรง โดยสะท้อนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมสื่อ พร้อมทั้งถอดรหัสทางรอดว่า
ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ภูมิทัศน์ของสื่อทั่วโลก และประเทศไทยเผชิญกับ Disruption อย่างหนักจากเทคโนโลยี แพลตฟอร์มข้ามชาติ และล่าสุดคือ AI การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เม็ดเงินโฆษณาที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของสื่อหลัก ถูกย้ายไปสู่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อตอบโจทย์ทางการตลาด
ตัวเลขที่เห็นได้ชัดเจนคือ รายได้โฆษณาของทีวีที่เคยสูงถึงกว่า 73,000 ล้านบาท ในปี 2557 ได้ลดลงเหลือเพียง 29,000 ล้านบาท ในขณะที่สื่อออนไลน์พุ่งสูงขึ้นเป็น 32,000 ล้านบาท ทำให้ทีวีกลายเป็นสื่อรองในแง่ของเม็ดเงินโฆษณา ซึ่งเมื่อทรัพยากรลดลง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของการผลิตเนื้อหา
นอกจากวิกฤติด้านเม็ดเงินโฆษณาแล้ว อุตสาหกรรมสื่อยังต้องเผชิญกับความท้าทาย จากความไม่ชัดเจนของภาครัฐ และ กสทช.(สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ที่จะหมดอายุในเดือนเมษายนปี 2572 ทำให้เอกชนวางแผนอนาคตได้ยาก รวมไปถึงการที่ภาครัฐไม่เคยมองเห็นถึงการจัดระบบ หรือ เข้ามาช่วยเยียวยาอุตสาหกรรมสื่ออย่างจริงจัง
ท่ามกลางวิกฤติเหล่านี้ หลายคนอาจมองว่า AI จะเข้ามาแทนที่สื่อ แต่ในความเป็นจริง AI ไม่สามารถทดแทนวิชาชีพสื่อได้ เพราะ AI เป็นเพียงเครื่องมือที่ต้องพึ่งพาข้อมูลต้นทางจากการทำข่าวของสื่อมวลชน และไม่สามารถวิเคราะห์ หรือ คาดการณ์อนาคตได้หากปราศจากข้อมูลตั้งต้น
นวาระที่เนชั่นกรุ๊ปครบรอบ 56 ปี องค์กรเลือกที่จะไม่รอโชคชะตา หรือพึ่งพาความหวังจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ได้วางวิสัยทัศน์ในการสร้าง Business Model 2570 เพื่อเป็นทางรอด และสร้างเส้นทางเติบโตใหม่ (New S-Curve)
ฉาย เปิดเผยว่า สำหรับโมเดลธุรกิจใหม่ที่จะเริ่มในปี 2570 ตอนนี้เรากำลังพัฒนา อยู่ระหว่างการทำ Research โดยเรามีทั้ง Data ที่สามารถขยายต่อเป็น Ecosystem เป็นเรื่องคอนเทนต์คุณภาพ เชิงลึก เป็นพรีเมียม คอนเทนต์ คาดว่าภายใน 2 เดือนนี้ เราจะขับเคลื่อนได้ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่หมด
ฉาย ย้ำว่า การก้าวเดินไปข้างหน้าของ เนชั่น กรุ๊ป จะถูกขับเคลื่อนด้วยสมดุลของ 3 แกนสำคัญ ประกอบด้วย
ด้านธุรกิจ (Business) การปรับตัวสู่ระบบฐานข้อมูล (Data) และการสร้าง Ecosystem บนแอปพลิเคชันเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน
ด้านสังคม (Society) ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนสังคมและเป็นอธิปไตยทางการสื่อสารของชาติ คัดกรองข่าวลวง และยืนยันว่า AI ไม่สามารถทดแทนสื่อมวลชนได้ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือให้เราทำงานได้ แต่ AI ไม่ใช่สิ่งที่มาทดแทนเรา มันวิเคราะห์อนาคตไม่ได้ถ้าไม่มีข้อมูลต้นทางจากสื่อ
ด้านมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพ (Ethics) เนชั่นยังคงยึดมั่นในกรอบจริยธรรมและความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของคนทำสื่อ
ฉาย ยืนยันว่า แม้จะเผชิญกับความยากลำบาก เนชั่น กรุ๊ป ยังคงยืนหยัดในปรัชญาที่ว่า “สื่อคือกระจกสะท้อนสังคม” ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแสวงหากำไรสูงสุด หรือ ทำข่าวเพื่อเรียกเรตติ้งฉาบฉวย แต่สื่อคือ อุตสาหกรรมที่ต้องอยู่เคียงข้างสังคมไทย ทำหน้าที่คัดกรองข้อมูล และนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ บนพื้นฐานของจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อที่แข็งแกร่งต่อไป