โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แก้ปัญหายิวที่ไทย… มิใช่ง่าย : เมื่อทุนยุทธศาสตร์โลก ชนกำแพงคอร์รัปชั่นและวัฒนธรรมลอยนวล

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 26 พ.ค. เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 02.28 น.

บทความพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

การนำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบเกาะพะงันและภูเก็ตของนายกรัฐมนตรี เพื่อสกัดกั้นการถือครองที่ดินและธุรกิจผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ โดยเฉพาะ “กลุ่มประชากรและทุนชาวยิว (อิสราเอล)” กำลังถูกตั้งคำถามครั้งใหญ่จากสังคมว่า เป็นเพียง “อีเวนต์การเมืองชั่วคราว” หรือเป็นวาระแห่งชาติที่ทำจริง?

ปัญหานี้ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อมองผ่านโรดแมปใหญ่ที่ไทยกำลังขับเคลื่อน ทั้งโครงการ “แลนด์บริดจ์ (Landbridge)” และ “กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC)” ที่เปิดประตูรับทุนต่างชาติอย่างเสรี

ทว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคและสารตั้งต้นของความหายนะที่แท้จริง กลับไม่ใช่ความเก่งกาจของทุนนอก แต่คือ “โรคร้ายเรื้อรังภายใน” ของระบบราชการและนักการเมืองไทย ที่มองการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดา และมีวัฒนธรรมปล่อยคนผิดให้ลอยนวล (Impunity)

ซึ่งกลายเป็นพรมแดงผืนใหญ่ที่เอื้อให้เกิดการรุกคืบอธิปไตยทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

สถานการณ์ปัจจุบัน กลุ่มทุนยิวรุกคืบยึดครองพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไปแล้วกว่าร้อยละ 20 โดยอาศัยกลยุทธ์ที่แยบยลควบคู่กับความหย่อนยานของรัฐไทย :

กลยุทธ์นอมินีอำพราง (วิกผมดำ) : การตั้งบริษัทหลายทอด ถือหุ้นไขว้ไปมาเพื่อพรางตาให้ดูเหมือนเป็นบริษัทไทยตามกฎหมาย (ถือหุ้นไม่เกิน 49%) แต่โครงสร้างอำนาจ เงินทุน และการควบคุมเบ็ดเสร็จเป็นของทุนยิว 100% บางกรณีแยบยลถึงขั้นใช้ทุนสัญชาติอื่นบังหน้าอีกชั้นหนึ่ง

การสร้างคอมมิวนิตี้ปิด (State within a State) : เมื่อรวมตัวกันเป็นชุมชนได้หนาแน่น ขั้นต่อไปคือการนำเทคโนโลยีความปลอดภัยระบบปิด (Security) ระดับแถวหน้าของโลกที่อิสราเอลเชี่ยวชาญมาใช้ ก่อเกิดเป็น “พื้นที่กึ่งเอกเทศ” ที่ตัดขาดและปฏิเสธการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่น

ช่องโหว่ด้านข่าวกรองและความมั่นคง : งานข่าวกรองเชิงรุกของไทยอยู่ในภาวะเป็นอัมพาต ทั้งที่ประชาชนในพื้นที่ส่งสัญญาณเตือนมาตลอด

แต่กลไกส่วนกลางกลับเพิกเฉย ปล่อยให้ระบบทุนเข้ายึดชัยภูมิที่ดีที่สุดของประเทศไปต่อหน้าต่อตา

หากเข้าใจประวัติศาสตร์ชาวยิว จะรู้ว่าพวกเขาคือชนชาติที่ผ่านการพลัดถิ่นและเผชิญภัยคุกคามรอบด้านมานับพันปี

สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้นักลงทุนและนักยุทธศาสตร์ชาวยิวมีความฉลาดหลักแหลม

มีแผนการที่ลึกซึ้ง และมีโมเดลการสร้างกลุ่มอิทธิพลเบื้องหลังความมั่นคงและการเมืองในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกามาแล้ว

ดังนั้น เมื่อกลุ่มทุนที่มีทักษะขั้นสูงระดับนี้ เดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่มีระบบการตรวจสอบที่หละหลวม

มีชัยภูมิที่น่าอยู่อาศัยมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เมียนมา หรือกัมพูชา

การขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการตั้งรกรากจึงกลายเป็นเรื่องที่ “ง่ายดายและราบรื่น” สำหรับพวกเขา

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้คือปัญหาสามเส้า (The Triple Threat) ที่รัฐบาลไทยต้องเผชิญและยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน :

1. กฎหมาย SEC และแลนด์บริดจ์ คือ “ช่องทางถูกกฎหมาย”

โครงการแลนด์บริดจ์และกฎหมาย SEC หากผ่านถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุนต่างชาติ ทั้งการเช่าที่ดินระยะยาว สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการเข้าเมืองที่ง่ายขึ้น ทุนยิวที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและทุนสามารถชุบตัวผ่านช่องทางนี้ได้อย่างถูกกฎหมาย ทำให้การตรวจสอบนอมินีในอดีตกลายเป็นเรื่องล้าสมัย เพราะกฎหมายใหม่เปิดทางให้พวกเขาเข้ามาคุมจุดยุทธศาสตร์โลก (มหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก) ได้โดยตรง

2. วัฒนธรรม “คอร์รัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดา”

เมื่อข้าราชการท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่ดิน ตรวจคนเข้าเมือง และนักการเมืองไทยมองว่าการรับเงินใต้โต๊ะหรือการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติเป็นเพียง “ค่าบริหารจัดการ” หรือเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน เม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากกลุ่มทุนต่างชาติจึงสามารถซื้อได้ทั้งโฉนดที่ดิน ใบอนุญาตประกอบกิจการ และความเงียบจากเจ้าหน้าที่รัฐ

3. วัฒนธรรม “ปล่อยคนผิดลอยนวล” (Culture of Impunity)

เมื่อเกิดคดีความหรือมีการร้องเรียน การบังคับใช้กฎหมายมักจบลงที่การจับกุมตัวเล็กตัวน้อย หรือการลงโทษแบบผักชีโรยหน้า ตัวการใหญ่ที่เป็นนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงที่หนุนหลังกลุ่มทุนนอมินีไม่เคยต้องรับโทษ ความหย่อนยานเชิงโครงสร้างนี้ทำให้กลุ่มทุนต่างชาติรับรู้ว่า “กฎหมายไทยซื้อได้ และไม่มีความเสี่ยงที่แท้จริง”

ข้อเสนอแนะ : ยุทธศาสตร์ผ่าทางตัน (ระยะต้น – กลาง – ถาวร)

การแก้ปัญหานี้ “มิใช่ง่ายสำหรับรัฐบาลไทย” เพราะศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่นักลงทุนต่างชาติ แต่คือเนื้อร้ายในระบบราชการไทยเอง นโยบายแก้ปัญหาจึงต้องทำแบบ “หักดิบ” และมีความต่อเนื่องทางยุทธศาสตร์ :

ระยะต้น (ทันที – 3 เดือน)

• ตั้งวอร์รูมข่าวกรองความมั่นคงร่วม (ดีเอสไอ, สภาความมั่นคง, ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินบนเกาะพะงันและภูเก็ต

• สั่งรื้อถอนและห้ามตั้งระบบรักษาความปลอดภัยปิดกั้นพื้นที่สาธารณะของคอมมิวนิตี้ต่างชาติ

• สั่งย้ายล้างบางเจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจในพื้นที่ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงเอื้อประโยชน์ให้ทุนต่างชาติ

• เปิดช่องทางร้องเรียนตรงถึงส่วนกลางที่ไม่ผ่านกลไกท้องถิ่น

ระยะกลาง (6 เดือน – 1 ปี)

• ออกข้อกำหนดแนบท้ายกฎหมาย SEC (Negative List) หากผ่าน บล็อกไม่ให้ทุนที่มีลักษณะครอบงำความมั่นคงเชิงพื้นที่เข้าถือครองสิทธิ์

• แก้กฎหมายเพิ่มโทษอาญาขั้นรุนแรง ยึดทรัพย์ทั้งคนไทยที่เป็นนอมินีและกลุ่มทุนต่างชาติ

• บังคับใช้มาตรการทางวินัยและอาญาขั้นเด็ดขาดกับข้าราชการที่พัวพัน ขจัดวัฒนธรรมลอยนวล

• ใช้ระบบจดทะเบียนบริษัทแบบดิจิทัลที่สืบค้นถึง “ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง” (Ultimate Beneficial Owner : UBO)

ระยะถาวร (1 – 3 ปีขึ้นไป)

• บรรจุเรื่อง “การยึดครองพื้นที่ทางเศรษฐกิจโดยทุนเฉพาะกลุ่ม” เป็นภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ

• กำหนดให้สัดส่วนการถือครองที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานรอบเขตแลนด์บริดจ์ต้องเป็นของรัฐและประชาชนไทยในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

• ปฏิรูประบบราชการส่วนท้องถิ่นในเมืองท่องเที่ยวให้เป็นระบบเปิดที่โปร่งใส ตรวจสอบได้โดยภาคประชาชน

• ตั้งศาลชำนาญพิเศษเพื่อดำเนินคดีคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวเนื่องกับอธิปไตยของชาติโดยไม่มีอายุความ

บทสรุป

ความพยายามในการแก้ปัญหาทุนยิวบนเกาะพะงัน หรือการป้องกันไม่ให้แผ่นดินทองคำในเขตแลนด์บริดจ์ตกเป็นของต่างชาติ จะไม่มีวันสำเร็จได้เลย หากรัฐบาลไทยยังไม่สามารถปราบปรามการคอร์รัปชั่นและทำลายวัฒนธรรมลอยนวลในหมู่นักการเมืองและข้าราชการไทยลงได้

ทุนยิวและทุนโลกมีความฉลาดและมองเห็นช่องโหว่ของไทยเป็นอย่างดี ถ้ารัฐบาลทำเพียงแค่จัดอีเวนต์สร้างภาพไปวันๆ กฎหมาย SEC และโครงการแลนด์บริดจ์ (หากผ่าน) ที่ตั้งใจจะใช้พัฒนาประเทศ จะกลายเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดให้ต่างชาติเข้ามากลืนกินอธิปไตยทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์แบบ

ถึงเวลาที่ผู้นำประเทศต้องเลือก ระหว่างการรักษาผลประโยชน์ของชาติ กับการปล่อยให้ระบบราชการที่ฉ้อฉลพาประเทศไปสู่จุดที่ไม่อาจทวงคืนแผ่นดินกลับมาได้อีกต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แก้ปัญหายิวที่ไทย… มิใช่ง่าย : เมื่อทุนยุทธศาสตร์โลก ชนกำแพงคอร์รัปชั่นและวัฒนธรรมลอยนวล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...