โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หาคำตอบหุ้น Tech โลก เข้าภาวะฟองสบู่หรือไม่ กับความเสี่ยง หุ้น SpaceX พุ่งทุบสถิติ IPO

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
หาคำตอบหุ้น Tech โลก เข้าภาวะฟองสบู่หรือไม่ กับความเสี่ยง หุ้น SpaceX พุ่งทุบสถิติ IPO

ท่ามกลางปรากฏการณ์การพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังการเสนอขายหุ้น IPO ขนาดใหญ่ที่ทุบสถิติโลกอย่าง SpaceX ที่ราคาพุ่งทะยานจาก 135 ดอลลาร์ ทะลุ 200 ดอลลาร์ในเวลาเพียง 3 วัน รวมถึงการเตรียมเข้าตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI อย่าง Anthropic และ OpenAI ทำให้นักลงทุนหลายคนเริ่มตั้งคำถามและเกิดความกังวลว่า ตลาดหุ้นเทคโลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ “ฟองสบู่” หรือไม่

นิสารัตน์ ชมภูพงษ์ ผู้อำนวยการ Wealth and Investment Advisory SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่าหลายคนนำสถานการณ์ปัจจุบันไปเทียบกับวิกฤต Dot-com ช่วงปี 2000 แต่ในมุมมองของ SCB CIO มองว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของปัจจัยพื้นฐาน

  • กำไรและกระแสเงินสด: ในยุค Dot-com บริษัทส่วนใหญ่ยังไม่มีกำไรและขาดกระแสเงินสด แต่ในปัจจุบัน บริษัทเทคมีกำไรที่แข็งแกร่งและมีกระแสเงินสดที่ค่อนข้างดี แถมยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามในตะวันออกกลาง
  • มูลค่า (Valuation): ในอดีต หุ้นเทคเทรดกันที่ P/E เฉลี่ยสูงถึง 60 เท่า ขณะที่ปัจจุบันแม้ Valuation จะสูงกว่าตลาดทั่วไป แต่เทรดกันอยู่ที่ระดับประมาณ 25-27 เท่า ซึ่งยังสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโต (Growth) ที่อยู่ในระดับสูง
  • การใช้งานจริง: การใช้งาน AI ในปัจจุบันเป็นเรื่องจริง มีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั้งในระดับบุคคลทั่วไปและองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

งบลงทุน AI 7.5 แสนล้านดอลลาร์ คือเครื่องยนต์หลัก

ปัจจัยสำคัญที่หนุนให้หุ้นกลุ่มนี้ไปต่อได้คือ “งบลงทุนด้าน AI” ที่สูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะแตะระดับ 752,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดมี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

  • การปรับประมาณการงบลงทุน: หากในอนาคตมีการปรับลดงบลงทุนด้าน AI ลง จะถือเป็นความเสี่ยงต่อกลุ่มเทค
  • การสร้างรายได้ (Monetization): ต้องติดตามว่าการลงทุนมหาศาลจะแปลงกลับมาเป็นรายได้และกำไรได้ดีแค่ไหน ซึ่งตัวอย่างจาก Anthropic และ OpenAI ชี้ให้เห็นทิศทางที่ดี หลังการเปิดให้เชื่อมต่อ API และการใช้ Token ทำให้บริษัทมีรายได้ก้าวกระโดด ช่วยคลายความกังวลให้นักลงทุนได้
  • ภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น: จากเดิมที่บริษัทเทคใช้กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ในการลงทุน ปัจจุบันเริ่มเห็นการออกหุ้นเพิ่มทุนหรือการกู้ยืมผ่านตราสารหนี้มากขึ้น ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยนโยบายของเฟดที่ยังทรงตัวระดับสูงราว 3.5-3.75% ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น แม้ปัจจุบันกำไรจะยังเติบโตดีจนไม่น่ากังวลนัก แต่ก็เป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวัง

ปรากฏการณ์ Mega IPO โอกาสหรือความเสี่ยง?

สำหรับการทำ IPO ของบริษัทขนาดยักษ์ เช่น SpaceX ที่มีมูลค่าตลาดตอนเข้าสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ หรือกลุ่ม OpenAI/Anthropic ที่คาดว่าจะมีมูลค่าราว 1 ล้านล้านดอลลาร์นั้น แม้จะมีความกังวลเรื่องการดึงสภาพคล่อง (Liquidity) ออกจากตลาดในระยะสั้น แต่ทาง SCB CIO มองว่าตลาดสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่เพียงพอและจะไม่เกิดปัญหาสภาพคล่องอย่างมีนัยสำคัญ

ในระยะยาว นี่คือ “ผลดี” เพราะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุน จากเดิมที่หุ้นเทคมักกระจุกตัวอยู่แค่กลุ่ม Magnificent 7 การมี Mega IPO เข้ามาจะช่วยกระจายผลตอบแทนและลดการกระจุกตัวของพอร์ตได้

กลยุทธ์การจัดพอร์ต: เลือก “ผู้ชนะ” ในเมกะเทรนด์

SCB CIO แนะนำให้ถือหุ้นกลุ่มเทคที่มีธีม AI เป็น “พอร์ตลงทุนหลัก (Core Portfolio)” เพราะถือเป็นเมกะเทรนด์ที่จะอยู่ไปอีกนาน แต่ต้องเน้นความพิถีพิถันในการเลือก (Selective) เพราะไม่ใช่ทุกตัวที่จะปรับขึ้น โดยแนะนำกลุ่มที่ได้ประโยชน์ดังนี้:

  • กลุ่มต้นน้ำ (Upstream): เช่น เซมิคอนดักเตอร์, เมมโมรี่ และโรงหล่อ (Foundry) ที่ยังได้อานิสงส์มหาศาลจากเม็ดเงินลงทุน แม้จะมีปัญหาคอขวดด้านซัพพลายที่โตไม่ทันดีมานด์ก็ตาม
  • กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Data Center / Infrastructure): ที่รองรับการเติบโตและการผลิต AI
  • กลุ่มไฟฟ้า: AI มีความต้องการใช้พลังงานสูงมาก ประกอบกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามักป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ ทำให้กลุ่มนี้มีความน่าสนใจสูง

ส่วนภูมิภาคที่น่าสนใจ ยังคงให้น้ำหนักกับ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำด้าน AI และกลุ่ม เอเชียเหนือ คือ เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น ในฐานะผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่ของโลก

จุดระวัง (Triggers) ที่นักลงทุนต้องสังเกต

แม้จะมีสัญญานบวกหลายด้าน เช่น เงินเฟ้อชะลอตัว หรือสงครามเริ่มคลี่คลาย แต่นักลงทุนควรระวัง 2 สัญญาณสำคัญที่อาจเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงในอนาคต คือ:

  • คุณภาพของกำไรที่ลดลง: หากเริ่มเห็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนชะลอตัวลง จะเป็นจุดที่ต้องเริ่มระมัดระวัง
  • Valuation ที่ตึงตัวเกินไป: ปัจจุบันหุ้นเทคเทรดอยู่ที่ระดับพรีเมียมประมาณ +1 SD จากค่าเฉลี่ยในอดีต ซึ่งถือว่าสูงแต่ยังรับได้ หากราคาปรับตัวขึ้นแรงกว่านี้จน Valuation แพงเกินไป จะเป็นจุดที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างมาก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...