โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่านเขย่า “เนทันยาฮู” สั่นคลอนจุดขายนายความมั่นคงก่อนเลือกตั้ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มิถุนายน 2569 เวลา 17.08 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่านเขย่า "เนทันยาฮู" สั่นคลอนจุดขายนายความมั่นคงก่อนเลือกตั้ง หลังถูกมองว่าถูกลดบทบาทจากกระบวนการเจรจา ขณะที่อิหร่านยังคงอิทธิพลในภูมิภาค

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 01.16 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งใหญ่ให้กับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล โดยนักวิเคราะห์มองว่าข้อตกลงดังกล่าวได้สั่นคลอนรากฐานสำคัญ 3 ประการที่เป็นหัวใจของเส้นทางการเมืองของเขามาโดยตลอด ได้แก่ ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับวอชิงตัน การเผชิญหน้ากับอิหร่าน และภาพลักษณ์นายความมั่นคงของอิสราเอล

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เนทันยาฮูสร้างภาพลักษณ์ตนเองว่าเป็นผู้นำอิสราเอลที่มีอิทธิพลต่อการเมืองสหรัฐและสามารถโน้มน้าวทำเนียบขาวได้ แต่ข้อตกลงล่าสุดกลับสะท้อนว่าเขาถูกกันออกจากกระบวนการเจรจาอย่างแทบสิ้นเชิง และยังถูกประธานาธิบดี Donald Trump ตำหนิอย่างเปิดเผย กรณีการสั่งโจมตีกรุงเบรุตเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน เป้าหมายสำคัญที่เนทันยาฮูยึดถือมาตลอด นั่นคือการสกัดกั้นอิหร่าน กลับไม่ได้บรรลุผลตามที่คาดหวัง แม้สงครามจะสิ้นสุดลง แต่อิหร่านยังคงรักษาอิทธิพลในภูมิภาคไว้ได้ และบางฝ่ายมองว่าเตหะรานอาจจบสงครามในสถานะที่แข็งแกร่งกว่าก่อนเกิดความขัดแย้งเสียอีก

แรงกดดันยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อกรอบข้อตกลงระบุให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน ซึ่งหมายถึงการจำกัดการโจมตีต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ หนึ่งในศัตรูสำคัญของอิสราเอล ก่อนที่ประเทศจะเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปซึ่งต้องจัดขึ้นภายในเดือนตุลาคมนี้

นายยาอีร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้าน ระบุว่า เนทันยาฮูกำลังเผชิญทางเลือกที่ยากลำบากระหว่างการเผชิญหน้ากับพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของประเทศ หรือการยอมจำนนต่อแรงกดดันจากภายนอกจนกระทบผลประโยชน์ของอิสราเอล

เสียงคัดค้านไม่ได้มาจากฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นภายในรัฐบาลผสมของเขาเอง โดยนาย Itamar Ben-Gvir รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติสายขวาจัด ระบุอย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงของทรัมป์ไม่ผูกมัดอิสราเอล และย้ำว่าอิสราเอลจะยังคงดำเนินการเพื่อปกป้องความมั่นคงของตนเองต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านและอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองมอสสาดหลายรายยังตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยมองว่าการเปิดทางให้อิหร่านมีอิทธิพลต่อสถานการณ์ในเลบานอน อาจช่วยให้เตหะรานยังคงสนับสนุนฮิซบอลเลาะห์และรักษาบทบาททางการเมืองในประเทศดังกล่าวต่อไปได้

ท่ามกลางกระแสวิจารณ์จากทุกทิศทาง เนทันยาฮูยังคงไม่แสดงท่าทีต่อสาธารณะ ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่มักรีบประกาศชัยชนะทางการเมืองและการทหาร ความเงียบของเขาถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของความยากลำบากในการกำหนดท่าทีและยุทธศาสตร์ในระยะต่อไป

หลังเหตุโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เนทันยาฮูได้ปรับยุทธศาสตร์ความมั่นคงของอิสราเอลสู่แนวทางเชิงรุกมากขึ้น โดยมุ่งกำจัดภัยคุกคามล่วงหน้าแทนการควบคุมสถานการณ์เหมือนในอดีต พร้อมประกาศเป้าหมายที่จะเปลี่ยนโฉมตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม แม้อิสราเอลจะเปิดปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ในฉนวนกาซา เลบานอน และซีเรีย แต่กลุ่มฮามาสยังคงมีอิทธิพลในพื้นที่ส่วนหนึ่งของกาซา ขณะที่อิสราเอลยังต้องตรึงกำลังทหารในหลายแนวรบ ส่งผลให้ทรัพยากรทางทหารและกำลังพลสำรองเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่านได้เปลี่ยนสมดุลอำนาจในภูมิภาค และทำให้อิสราเอลต้องกลับมาทบทวนยุทธศาสตร์ต่ออิหร่านใหม่ โดยนายแดนนี ซิทรินโนวิช นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน INSS ของอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายที่สมจริงและยับยั้งชั่งใจมากขึ้น พร้อมเตือนว่าปฏิบัติการใดก็ตามที่วอชิงตันมองว่าเป็นความพยายามทำลายข้อตกลง อาจนำไปสู่การตอบโต้ที่รุนแรงจากสหรัฐฯ

ในอดีต เนทันยาฮูเคยอาศัยการสนับสนุนจากรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อถ่วงดุลแรงกดดันจากทำเนียบขาว แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าในยุคของทรัมป์ ทางเลือกดังกล่าวแทบไม่เหลืออยู่แล้ว

สำหรับเนทันยาฮู ความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับศัตรูของอิสราเอล หากแต่เป็นการตัดสินใจว่าจะรับมือกับแรงกดดันจากพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างสหรัฐอย่างไร ขณะที่ภาพลักษณ์ผู้นำด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นจุดขายทางการเมืองสำคัญของเขา กำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังใกล้เข้ามา

อ้างอิง : bbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...