EPG กลุ่มเทคแห่ใช้ฉนวน ชูAI - กรีนโปรดักต์สร้างโต
#EPG#ทันหุ้น –EPG วางเกม S-Curveนำ AI พัฒนา สร้างกรีนโปรดักต์ ฐานลูกค้าทั่วโลก ชี้ฉนวน Aeroflex ได้แรงหนุนจากการลงทุน Data Center อัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัว ขณะที่ Aeroklas โตตามเทรนด์ EV และผลิตภัณฑ์ EPP โตตามการบริโภค โชว์กำไรพุ่ง 62% โบรกเชื่อกำไรจะทำนิวไฮต่อเนื่องเป้า 8.15 บาท
รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเตรียมพร้อมสร้าง S-Curve ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ประกอบด้วย 1.นวัตกรรม โดยนำ AI และ Automation มาใช้ในการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการดำเนินงาน และมีการออกสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ตลาด 2.บริษัทมีฐานการตลาดครอบคลุมทั่วโลก 3.สินค้าทุกตัวเป็น Green Product พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคาร์บอนเครดิต
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Aeroflex มีความพร้อมเติบโตตามการขยายตัวของ Data Center โดยเฉพาะระบบควบคุมอุณหภูมิที่เน้นการประหยัดพลังงาน ซึ่งมีความสำคัญมากเมื่อราคาพลังงานสูงขึ้น ขณะที่ Aeroklas มุ่งเน้นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา และระบบช่วงล่าง โดยเฉพาะสำหรับรถยนต์EV ซึ่งมีน้ำหนักแบตเตอรี่มาก จำเป็นต้องใช้ช่วงล่างที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพสูงขึ้น รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ EPP ที่เติบโตตามพฤติกรรมการบริโภคและการดื่มที่เพิ่มขึ้น
“การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ มุ่งเน้นรักษายอดขายให้คงที่ ไม่เร่งผลิต เร่งทุ่มงบประมาณการตลาด ทำให้ปี 2568/2569 (เม.ย.68 -มี.ค.69) ที่ผ่านมาบริษัทมีการเติบโตทางกำไรสูงถึง 60% แม้ยอดขายจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับบริษัทมีการเตรียมความพร้อมตลอดเวลา ทำให้บริษัทจะกลับมาเน้นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มยอดขายอีกครั้ง เมื่อสถานการณ์โลกเปิดมากขึ้น ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่ดีขึ้น”
กำไรพุ่ง 62%
สำหรับในปีบัญชี 2568/69 (เม.ย.68 -มี.ค.69) ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 13,508 ล้านบาท ลดลง2% จากปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น62% YoY จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น17% และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 34% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตในหลายประเทศ เพื่อให้สามารถบริหารต้นทุนเฉลี่ยได้อย่างเหมาะสมภายใต้นโยบาย “USE” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
รศ.ดร.เฉลียว กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.13 บาท โดยได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล 4 สิงหาคม 2569 และจ่ายปันผล 20 สิงหาคม 2569
มองเห็นปัจจัยบวกใหม่
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ มีมุมมองบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของEPG โดย Aerofex (AFC) กำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตรอบใหม่ หนุนจากความต้องการใช้ฉนวนยางในกลุ่มงานก่อสร้าง Data Center ทั้งในไทยและในสหรัฐฯ ทั้งนี้งานฉนวนยางกันความร้อน ทั้งงานชิ้นส่วนและงานติดตั้งData Center จัดเป็นงานที่มีอัตรากำไรสูงกว่าปกติ หากเทียบกับงานทั่วไปที่มีมูลค่าของงานฉนวนยางกันความร้อน ช่วยหนุนให้แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของ AFC ซึ่งปกติอยู่ที่ 45% มีแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นเป็น 49-50% ตามสัดส่วนของงานติดตั้งฉนวนยางใน Data Center ที่เพิ่มขึ้น และช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นของEPG เร่งตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วง2-3 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ฉนวนยางกันความร้อนแบบ EPDM ของEPG เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมสูง และมีมาตรฐานด้านการป้องกันอุณหภูมิผันผวนสูง รวมถึงไม่มีมลพิษเวลามีการเผาไหม้ ที่เป็นคุณสมบัติจำเป็นสำหรับการใช้งานทั้งในฐานปล่อยยานอวกาศและชิ้นส่วนบนยานอวกาศ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีในอนาคต หากสหรัฐฯ มีการลงทุนในธุรกิจ Space Economy มากขึ้น มีโอกาสที่AerofexUSA จะได้รับงานผลิตและติดตั้งฉนวนยางกันความร้อนในรูปแบบดังกล่าวเข้ามาช่วยหนุนการเติบโตของทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น
เบื้องต้นจึงพิจารณาปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติของEPG ในปี 2569/2570 23.2% มาอยู่ที่1,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% YoY ทำสถิติสูงสุดใหม่ และโตต่อ 11.2% YoY ในปี 2570/2571 จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 8.15 บาท ราคาหุ้นยังมีความน่าสนใจจากการประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท คาดปี 2569/2570 จะจ่ายปันผลอีกหุ้นละ 0.23 บาท