โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่อีกครั้ง หลังพุ่ง 90% ภายใน 5 เดือน นักวิเคราะห์ชี้ P/E ยังอยู่ 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี หลังถูกปรับกำไรเพิ่ม 109%

THE STANDARD

อัพเดต 26 พ.ค. เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 11.06 น. • thestandard.co
ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่อีกครั้ง หลังพุ่ง 90% ภายใน 5 เดือน นักวิเคราะห์ชี้ P/E ยังอยู่ 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี หลังถูกปรับกำไรเพิ่ม 109%

ดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งทะลุ 8,100 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง ตั้งแต่ต้นปี 2026 พุ่งขึ้นกว่า 90% แต่นักวิเคราะห์ชี้ราคายังไม่แพงเท่ากับหุ้นไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน และไทย ที่ดัชนีเพิ่มขึ้นน้อยกว่า

ประเด็นสำคัญ

  • หุ้นไต้หวันแซงอินเดียขึ้นอันดับ 5 มูลค่าสูงสุดโลก

ตลอดช่วงเวลาเกือบ 5 เดือนที่ผ่านมา (ณ วันที่ 26 พฤษภาคม) ดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ (All time high) ต่อเนื่อง ล่าสุดพุ่งแตะ 8,131 จุด

ขณะที่ดัชนี Taiwan Weighted ของไต้หวันเพิ่มขึ้นราว 45% ทำสถิติสูงสุดที่ 44,097 จุด ส่วนดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นราว 30% ทำสถิติสูงสุดที่ 65,408 จุด

“แม้หุ้นเกาหลีใต้จะพุ่งขึ้นกว่า 90% แต่ดูเหมือนจะยังไม่แพงเท่ากับตลาดหุ้นในหลายๆ ประเทศ อย่างจีน เวียดนาม หรือไทย” ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าว

ณัฐชาตกล่าวต่อว่า การพุ่งขึ้นของหุ้นเกาหลีใต้ นอกจากการเก็งกำไรบนธีม AI ยังถูกขับเคลื่อนจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรอย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวโน้มกำไรของ KOSPI ถูกปรับเพิ่มขึ้น 109% ในปีนี้

“ฉะนั้นเมื่อเราพล็อตภาพ P/E ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้วันนี้ จะต่ำกว่าช่วงต้นปี เพราะกำไรขยับขึ้นมาแรงกว่า” ณัฐชาตกล่าว

ปัจจุบันตลาดหุ้นเกาหลีใต้มี P/E 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ -1.5SD

หุ้นจีน P/E 11 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +0.5SD

หุ้นญี่ปุ่น P/E 23 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +1.3SD

หุ้นเวียดนาม P/E 15.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +1.4SD

หุ้นไทย P/E 15.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +1.5SD

หุ้นไต้หวัน P/E 19.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +2.5SD

ทั้งนี้ หุ้นญี่ปุ่นที่ดัชนีเพิ่มขึ้น 29% ถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไร 28% หุ้นไต้หวันเพิ่มขึ้น 45% ถูกปรับเพิ่มกำไร 20% ส่วนหุ้นไทยที่ดัชนีเพิ่มขึ้น 23% ถูกปรับเพิ่มกำไรเพียง 1.6%

หากดูจากสถิติเหล่านี้ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ก็ดูจะปรับขึ้นสมเหตุสมผลมากขึ้น และยังมีโอกาสจะปรับขึ้นได้ต่อ เมื่อเทียบกับหุ้นญี่ปุ่นที่เริ่มมีความเสี่ยงด้านนโยบายการเงิน จากการขึ้นดอกเบี้ย หรือหุ้นไต้หวันที่ราคาขึ้นแรงกว่ากำไร

หุ้นไต้หวันแซงอินเดียขึ้นอันดับ 5 มูลค่าสูงสุดโลก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นไต้หวัน ทำให้มูลค่าแซงหน้าหุ้นอินเดียเป็นที่เรียบร้อย โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของหุ้น Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก

ข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของไต้หวันขยับขึ้นแตะระดับ 4.95 ล้านล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าตลาดของอินเดียลดลงมาอยู่ที่ 4.92 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดหุ้นไต้หวันมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก เป็นรองเพียงสหรัฐฯ จีนแผ่นดินใหญ่ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ส่วนหุ้นเกาหลีใต้ปัจจุบันอยู่ในอันดับ 7 ด้วยมูลค่า 4.54 ล้านดอลลาร์

“การเพิ่มขึ้นของมูลค่าตลาดไต้หวัน โดยพื้นฐานแล้วเป็นภาพสะท้อนของการกระจุกตัวอย่างหนักในฮาร์ดแวร์เทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของวัฏจักรการลงทุนด้าน AI” อี้ผิง เหลียว ผู้จัดการกองทุนจาก Franklin Templeton กล่าว

นอกจากนี้ กฎระเบียบใหม่ยังเป็นประโยชน์ต่อ TSMC ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของไต้หวันได้ขยายเพดานการลงทุนที่กองทุนในประเทศสามารถลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งได้ ภายใต้เกณฑ์ใหม่นี้ กองทุนที่ลงทุนเฉพาะในหุ้นไต้หวันสามารถถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนใดๆ ที่มีน้ำหนักเกิน 10% ในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ได้สูงสุดถึง 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ เพิ่มขึ้นจากเพดานเดิมที่ 10% ซึ่งในปัจจุบัน มีเพียง TSMC เท่านั้นที่เข้าเกณฑ์นี้

ภาพ:NurPhoto / GettyImages

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...