โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดด่านสะเดาใหม่ พลิกโฉมท่องเที่ยวชายแดนใต้ เชื่อม ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดด่านสะเดาใหม่ พลิกโฉมท่องเที่ยวชายแดนใต้ จุดยุทธศาสตร์การเดินทางทางบก เชื่อม 3 ประเทศ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์

เปิดเส้นทางใหม่ชายแดนใต้ สู่ประตูท่องเที่ยวอาเซียน

การเปิดถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ที่ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่เป็นการต่อยอดสู่ “Tourism Infrastructure” เพื่อยกระดับการเดินทาง การค้า และการท่องเที่ยวระหว่างไทยและมาเลเซีย

พิธีเปิดถนนเชื่อมต่อดังกล่าว มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นประธาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันการเชื่อมโยงภูมิภาค ผ่านนโยบาย Ease of Traveling เพิ่มความสะดวกในการเดินทางและเสริมศักยภาพประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางของอาเซียน

ด่านสะเดา จุดยุทธศาสตร์ดึงนักท่องเที่ยวทางบก

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ถนนเชื่อมต่อด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการเติบโตของกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางทางบก หรือ Overland Tourism โดยเฉพาะตลาดมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านเส้นทางบกเป็นหลัก

การพัฒนาเส้นทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ และกลุ่มคาราวานท่องเที่ยว พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ หรือ Scenic Route เชื่อมโยงเมืองชายแดนกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้

เป้าหมายสำคัญ คือการกระจายรายได้จากเมืองชายแดน เช่น สงขลา หาดใหญ่ ไปยังเมืองท่องเที่ยวใกล้เคียงอย่างพัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช สร้างการเดินทางต่อเนื่องมากขึ้น

ททท. ใช้กลยุทธ์ Value over Volume ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากลยุทธ์ “Value over Volume” มุ่งเน้นการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพ มากกว่าการแข่งขันด้านจำนวนผู้เดินทาง

การยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกรอบ Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT) เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของภูมิภาค

ททท. ตั้งเป้าผลักดันภาคใต้ของไทยให้เป็น “Southern Tourism Gateway” เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ พร้อมสร้างบทบาทใหม่ของไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวอาเซียน

นักท่องเที่ยวมาเลเซียกว่า 2 ล้านคน ด่านบกครองสัดส่วน 86%

ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 21 มิถุนายน 2569 มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าไทยแล้ว 2,054,203 คน

ในจำนวนนี้เดินทางผ่านด่านทางบก 1,768,663 คน คิดเป็น 86.1% ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียทั้งหมด ขณะที่ด่านสะเดามีนักท่องเที่ยวผ่านเข้าไทย 1,041,816 คน หรือประมาณ 50.7%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดมาเลเซียยังเป็นตลาดท่องเที่ยวสำคัญของไทย โดยมีจุดเด่นด้านความถี่ในการเดินทางและการกลับมาเที่ยวซ้ำ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางเพื่อพักผ่อนช่วงวันหยุดสั้น หรือ Weekend Destination

จังหวัดที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สงขลา กรุงเทพมหานคร นราธิวาส ยะลา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล

“New Hatyai” สร้างภาพจำใหม่ เชื่อมเมืองท่องเที่ยวภาคใต้

เพื่อรองรับโอกาสจากการเปิดด่านใหม่ ททท. เตรียมเปิดโครงการ “New Hatyai” ดึง KOL จากประเทศมาเลเซียมาสื่อสารประสบการณ์ท่องเที่ยวหาดใหญ่ในมุมมองใหม่ พร้อมเชื่อมโยงเส้นทางไปยังจังหวัดพัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช

พร้อมจัดกิจกรรม Roadshow, Joint Marketing และประชาสัมพันธ์ร่วมกับพันธมิตรในมาเลเซีย เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่

การเปิดถนนเชื่อมสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม จึงเป็นมากกว่าการเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ แต่เป็นการวางรากฐานใหม่ของเศรษฐกิจชายแดน และผลักดันภาคใต้ของไทยให้ก้าวสู่บทบาท “ประตูท่องเที่ยวอาเซียน” อย่างเต็มรูปแบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...