โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัชชาติ ลุยตรวจถนนทรุด สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

INN News

อัพเดต 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.42 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขเหตุถนนทรุดและน้ำรั่วซึมบริเวณถนนประชาธิปกอย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่า วันนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการยกสะพานลอยคนข้ามออก เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการซ่อมแซมและติดตั้งอุปกรณ์อัดฉีดวัสดุเสริมความแข็งแรงของชั้นดิน โดยการรื้อถอนดังกล่าวยังช่วยลดน้ำหนักที่กดทับบริเวณพื้นที่ทรุดตัว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติงาน สถานการณ์ล่าสุดยังอยู่ในภาวะทรงตัว โดยฝนที่ตกลงมาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ เนื่องจากน้ำที่พบเป็นน้ำใต้ดินที่รั่วซึมจากด้านล่าง ไม่ใช่น้ำผิวดินจากด้านบน กรุงเทพมหานครยังคงกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังในรัศมี 30 เมตร พร้อมเตรียมแผนอพยพรองรับหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง และจัดตั้งศูนย์อำนวยการในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของการจราจร ยังคงปิดการจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่วงเวียนใหญ่ถึงแยกบ้านแขก พร้อมแนะนำให้ประชาชนใช้เส้นทางถนนอิสรภาพ ถนนลาดหญ้า หรือถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน โดยแม้จะมีการปิดพื้นที่ก่อสร้าง แต่ประชาชนในบริเวณโดยรอบยังสามารถสัญจรในพื้นที่ใกล้เคียงได้ตามปกติ

ด้าน ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลในช่วงเช้าวันนี้ อาคารโดยรอบยังไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติม ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดยืนยันว่าพื้นที่ยังอยู่ในภาวะทรงตัว แม้อาจมีรอยร้าวบนผิวถนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรที่ใช้ในการซ่อมแซม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการอัดฉีดซีเมนต์และสารเคมีลงในชั้นดินที่ระดับความลึกประมาณ 31-37 เมตร เพื่อเสริมความแข็งแรงของดินและปิดช่องว่างใต้แนวอุโมงค์ พร้อมติดตั้งเครื่องวัดการเอียง เชื่อมต่อระบบติดตามผลแบบเรียลไทม์ เพื่อเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของอาคารและพื้นที่โดยรอบตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานผลการปฏิบัติของทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ USAR Thailand ผลตรวจการเลื่อนของตัวอาคาร ค่าที่วัดผลได้ยังคงเดิม (8.3) และเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จึงประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา สนับสนุนเซ็นเซอร์วัดระดับ จำนวน 11 ตัว นํามาติดตั้งเพิ่มเติมโดยรอบอาคารที่ทรุดตัวและอาคารข้างเคียง จำนวน 9 ตำแหน่ง เพื่อวัดความลาดเอียง ซึ่งจะทำให้ได้ผลการวัดที่ละเอียดแม่นยำขึ้น

ส่วนการเคลื่อนย้ายคอนกรีตสะพานลอยออกจากตำแหน่งเดิม ผู้รับเหมาได้ทำการยกเคลื่อนย้ายสะพานลอยท่อนที่ 1 แล้วเสร็จเวลาเมื่อ 04.30 น. และได้ยกเคลื่อนย้ายสะพานลอย ท่อนที่ 2 ต่อเนื่อง ขณะนี้สามารถยกสะพานทั้งสองท่อนได้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในพื้นที่มีฝนตกเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวย้ำว่า สำหรับการขยายขอบเขตการกั้นพื้นที่ เป็นไปตามพฤติกรรมของดินที่ทรุดตัว ซึ่งเกิดจากแรงสั่นสะเทือนของการจราจรโดยรอบ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ปกติและยังคงมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...