โตแล้วต้องเปลี่ยน 'กนกกัญจน์' ไม่หยุดแค่ความสำเร็จ รีแบรนด์ 'เอพริล เบเกอรี่’ ปูทางสู่ตลาดเอเชีย
โตแล้วต้องเปลี่ยน ‘กนกกัญจน์’ ไม่หยุดแค่ความสำเร็จ รีแบรนด์ ‘เอพริล เบเกอรี่’ ครั้งใหญ่ ปูทางสู่ตลาดเอเชีย
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรเลือกปรับตัวเมื่อเผชิญวิกฤต แต่สำหรับ “เอพริล เบเกอรี่” การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกลับเกิดขึ้นในวันที่ธุรกิจกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดสำคัญของการทำธุรกิจยุคใหม่ว่า ความสำเร็จไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม
บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ เอพริล เบเกอรี่ ประกาศรีแบรนด์ครั้งสำคัญ พร้อมทุ่มงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท พลิกโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบทศวรรษ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ยกระดับภาพลักษณ์องค์กร และวางรากฐานสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาค
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากบริษัทสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 200% โดยมีรายได้รวมกว่า 1,300 ล้านบาท ในปี 2568 พร้อมขยายการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านร้านสะดวกซื้อกว่า 16,000 สาขาทั่วประเทศ ขณะที่ในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทสามารถสร้างรายได้แล้วกว่า 425 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของแบรนด์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางตลาดเบเกอรี่ไทยมูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท
กนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการรีแบรนด์ไม่ได้เกิดจากปัญหาขององค์กร แต่เกิดจากการเติบโตอย่างรวดเร็วตลอด 15 ปีที่ผ่านมา จนภาพลักษณ์เดิมไม่สามารถสะท้อนขนาดธุรกิจ ศักยภาพขององค์กร และทิศทางการเติบโตในอนาคตได้อย่างชัดเจน
“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาของแบรนด์ แต่เกิดจากการเติบโตของธุรกิจ เราจึงต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในวันนี้ และรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น”
แนวคิดดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของการสร้างธุรกิจ เพราะหลายองค์กรอาจมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องจำเป็นเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ในความเป็นจริง องค์กรที่ประสบความสำเร็จมักกล้าปรับตัวตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสใหม่ในอนาคต
สำหรับการรีแบรนด์ครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งภาพลักษณ์องค์กร โลโก้ใหม่ และแนวคิด “The Blessing City” เพื่อสร้างภาพจำที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่กำลังก้าวจาก Local Brand สู่ Regional Brand อย่างเป็นระบบ โดยบริษัทคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาว ทั้งในด้านมูลค่าแบรนด์ ความสามารถในการตั้งราคา และการขยายธุรกิจในระดับที่ใหญ่ขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 ไว้อีก 30% พร้อมเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดสู่ 4% ภายในสิ้นปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของแบรนด์และโอกาสของตลาดที่ยังเปิดกว้าง
การรีแบรนด์ครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่องค์กรมีความพร้อมรอบด้าน ทั้งความแข็งแรงของแบรนด์ เครือข่ายการจัดจำหน่าย ศักยภาพด้านการพัฒนาสินค้า และทีมงานที่พร้อมรองรับการเติบโตในระยะต่อไป ปัจจุบัน เอพริล เบเกอรี่ มีสินค้ากว่า 130 รายการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เฉลี่ยมากกว่า 15 รายการต่อเดือน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของแบรนด์ คือการวางตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่ม Masstige หรือสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ โดยมุ่งยกระดับทั้งคุณภาพสินค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และประสบการณ์ของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “คุณภาพดี ราคาจับต้องได้”
น่าสนใจว่า บริษัทไม่ได้เลือกแข่งขันด้วยสงครามราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ประสบการณ์ของผู้บริโภค และความสามารถในการเปลี่ยนกระแสความนิยมบนโลกออนไลน์ให้กลายเป็นยอดขายจริง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของการสร้างแบรนด์ยุคใหม่ ที่ต้องสร้างคุณค่าให้ผู้บริโภครับรู้ได้จริง มากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ การรีแบรนด์ยังถูกวางให้สร้างผลเชิงบวกทั้งในระดับผู้บริโภคและระดับตลาด โดยในระดับผู้บริโภคจะช่วยให้เข้าถึงประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น ขณะที่ในระดับตลาดจะช่วยยกระดับมาตรฐานของตลาดเบเกอรี่กลุ่ม Masstige และผลักดันให้เอพริล เบเกอรี่ ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรม
สำหรับก้าวต่อไป บริษัทเตรียมขยายช่องทางจำหน่ายและโมเดลหน้าร้านรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะร้านเชิงประสบการณ์ที่มีการอบสดหน้าร้าน เพื่อสร้างความแตกต่างและเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ช่องทางออนไลน์ และการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคต่างชาติ
ในระดับนานาชาติ ปัจจุบัน เอพริล เบเกอรี่ เริ่มทำตลาดใน 2 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้และไต้หวัน ในรูปแบบ OEM เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและทำความเข้าใจตลาดในแต่ละประเทศ ก่อนต่อยอดสู่การสร้างการรับรู้แบรนด์ในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการก้าวจากผู้ส่งออกสินค้า ไปสู่การเป็นแบรนด์ไทยที่มีตัวตนและได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ
พร้อมกันนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการวางรากฐานองค์กรครั้งสำคัญ ทั้งด้านธรรมาภิบาล ระบบบริหารจัดการ กระบวนการทำงาน และวินัยทางการเงิน เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในการระดมทุนและการเติบโตในตลาดทุนในอนาคต
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า วันนี้ เอพริล เบเกอรี่ ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงตัวเลขรายได้หรือยอดขาย แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของการเติบโต” ทั้งความแข็งแกร่งของแบรนด์ การกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า ความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค ตลอดจนการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความจริงใจ คุณภาพ นวัตกรรม ความใส่ใจ และการแบ่งปัน
และนี่อาจเป็นข้อคิดสำคัญจากเส้นทางของเอพริล เบเกอรี่ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการหยุดอยู่กับความสำเร็จเดิม แต่เกิดจากการกล้าปรับตัว พัฒนา และเตรียมพร้อมสำหรับก้าวต่อไปอยู่เสมอ แม้ในวันที่องค์กรกำลังประสบความสำเร็จมากที่สุดก็ตาม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โตแล้วต้องเปลี่ยน ‘กนกกัญจน์’ ไม่หยุดแค่ความสำเร็จ รีแบรนด์ ‘เอพริล เบเกอรี่’ ปูทางสู่ตลาดเอเชีย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th