“ยศชนัน” มอบเครื่องกรองฝุ่น PM2.5 ผลงานซินโครตรอนให้ พม.ต่อยอดนวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ( มทส.) นครราชสีมา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รมว.อว.) พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์กรมหาชน) จ.นครราชสีมาโดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานกรรมการและคณะกรรมการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน คณะผู้บริหารสถาบันฯ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ให้การต้อนรับ
มีพิธีมอบเครื่องกรองฝุ่น PM2.5 แบบ C-R Box จำนวน 10 เครื่อง ให้แก่ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงว่าการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (รมว.พม.) เพื่อใช้ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนในภารกิจของกระทรวง พม. โดยเครื่องกรองฝุ่นมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นละออง PM2.5 (ฝุ่นขนาด 1-3 ไมครอน) ได้ไม่น้อยกว่า 80% และฝุ่นละออง PM10 (ฝุ่นขนาด 3-10 ไมครอน) หรือฝุ่นหยาบได้ไม่น้อยกว่า 90% ซึ่งเครื่องกรองฝุ่นนี้มีข้อดี คือ สามารถผลิตได้ง่าย ใช้วัสดุที่หาได้ทั่วไป และหน่วยงานต่างๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการสร้างเครื่องกรองฝุ่นนี้เพื่อประโยชน์ต่อสังคม
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ได้เยี่ยมชมนิทรรศการและผลงานอื่นๆ ของสถาบันฯ อาทิ การวิเคราะห์การปนเปื้อนสารพิษในลุ่มน้ำกก จ.เชียงราย โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ขั้นสูงด้วยแสงซินโครตรอน เพื่อนำไปสู่การบำบัดและลดการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักในแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ผ่านหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) การพัฒนาแผนที่การเชื่อมต่อสมองมนุษย์ด้วยเทคโนโลยีเอกซเรย์ซินโครตรอนสามมิติ ภายใต้โครงการ SYNAPSE โดยร่วมมือกับแหล่งกำเนิดแสงซินโครตรอนชั้นนำ 8 แห่งทั่วโลก เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านประสาทวิทยา รองรับการวิจัยและรักษาโรคสำคัญ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน และเนื้องอกในสมอง การพัฒนาเครื่องเคลือบฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชรสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร การพัฒนาสายรัดห้ามเลือดและเฝือกอ่อนทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และการพัฒนารถขุดควบคุมระยะไกลสำหรับภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดในพื้นที่เสี่ยงอันตราย
ทั้งนี้ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนมีความเชี่ยวชาญในการวิจัย พัฒนา และใช้ประโยชน์เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน เทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาค และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนพลังงาน 1.2 GeV ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงของประเทศไทย ทำให้มีการพัฒนากำลังคนทางด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ขั้นสูงทัดเทียมนานาชาติ, ห้องปฏิบัติการวิจัยแสงซินโครตรอน ที่รองรับเทคนิคการวิเคราะห์เชิงลึก และการให้บริการวิจัยหลากหลายสาขา อาทิ วัสดุศาสตร์และวิศวกรรม เคมี อาหาร เกษตร การแพทย์ ชีวภาพ อัญมณี โบราณคดี สิ่งแวดล้อม พื้นผิว ฟิล์มบาง และพอลิเมอร์ และห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับแสงซินโครตรอน
คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้สถาบันฯ เริ่มดำเนินการโครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ซึ่งเป็นเครื่องที่ 2 ของประเทศไทย ที่มีพลังงานสูงระดับ 3 GeV มีศักยภาพเทียบเท่าเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนในประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน รองรับงานวิจัยขั้นสูงได้มาก