โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มอง 'เศรษฐกิจจีน' แบบ Inside Out

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซารา ตง นักวิจัยอาวุโส สถาบันเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ อธิบายในหัวข้อ “Viewing China From the Inside Out” ในงานอบรมเชิงปฏิบัติการซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของ The National Press Foundation และ Hinrich Foundation ระหว่างวันที่ 21 - 24 มิ.ย.69 ว่า เศรษฐกิจจีนที่เคยเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักอย่างต่อเนื่องยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา อัตราการเติบโตของจีดีพีได้ลดระดับลงอย่างต่อเนื่องจากเฉลี่ย 10% ต่อปี ลงมาเหลือเพียงประมาณ 5% ในปัจจุบัน

ดร. ซารา ระบุว่าความสำเร็จของจีนในการเป็นโรงงานของโลกได้สร้าง "ความย้อนแย้ง" ในตัวเอง เพราะความสำเร็จนั้นนำมาซึ่งปัญหาความไม่สมดุลและแรงกดดันทั้งภายในและภายนอก ทำให้รัฐบาลจีนจำเป็นต้องพยายามปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการพึ่งพาการลงทุนและอุตสาหกรรมหนัก ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศและเทคโนโลยีขั้นสูง แม้ว่ากระบวนการนี้จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการปรับโครงสร้างก็ตาม

วิกฤตอสังหาริมทรัพย์และระเบิดเวลาทางประชากร

ปัจจัยภายในที่เปราะบางที่สุดประการหนึ่งคือ วิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันการลงทุนในภาคส่วนนี้ติดลบถึง 10% อย่างต่อเนื่องเนื่องจากที่อยู่อาศัยเป็นแหล่งสะสมความมั่งคั่งหลักของครัวเรือนจีน เมื่อราคาลดลงจึงเกิด "ปรากฏการณ์ความยากจน" ที่ทำให้ประชาชนลดการจับจ่ายใช้สอยลง ซ้ำเติมด้วย วิกฤตโครงสร้างประชากร ที่จีนเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อัตราการเกิดและการแต่งงานลดต่ำลงอย่างน่าตกใจ ประกอบกับปัญหาการว่างงานในกลุ่มเยาวชนที่สูงกว่า 20% ซึ่งกลายเป็นความท้าทายต่อเสถียรภาพทางสังคมในระยะยาว,

รัฐบาลท้องถิ่นในฐานะ Venture Capitalists ที่กำลังถังแตก

ดร. ซารา ระบุว่า บทบาทของรัฐบาลท้องถิ่นจีนมีความพิเศษคือทำหน้าที่เสมือนนักลงทุนที่ขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรมในพื้นที่ แต่ปัจจุบันหน่วยงานเหล่านี้กำลังเผชิญภาวะตึงตัวทางการเงินอย่างรุนแรง เนื่องจากการขาดรายได้หลักจากการขายที่ดิน ซึ่งเคยเป็นงบประมาณหลักในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ

ภาวะ "ถังแตก" นี้ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถของรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ่ายสวัสดิการสังคม ทำให้การสนับสนุนการเติบโตในระดับฐานรากทำได้ยากขึ้นกว่าในอดีต

ยุทธศาสตร์พึ่งพาตัวเองและการเบนเข็มสู่ตลาดเอเชีย

ท่าทีของจีนต่อแรงกดดันภายนอก โดยเฉพาะการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐและยุโรป คือการมุ่งเน้น การพึ่งพาตัวเองทางเทคโนโลยี ผ่านการทุ่มงบประมาณด้านวิจัยและพัฒนาในระดับสูง โดยใช้กองทุนของรัฐเป็นตัวนำเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระยะยาวจากเอกชนเข้าสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีสีเขียว

ในมิติด้านการค้า จีนได้เริ่มลดความสำคัญของตลาดอเมริกาเหนือและหันมาสร้างความเข้มแข็งในตลาดอาเซียนและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านสัดส่วนการค้ากับภูมิภาคเอเชียที่เติบโตอย่างโดดเด่นและกลายเป็นตลาดหลักใหม่ของจีนในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...