มาตามนัด “หมอวรงค์” ยื่นร้อง ปปช. สอบ ”รมว.ดีอี พ่วง ปลัดดีอี“ พร้อมหลักฐาน มัด ”โครงการTH-AI Passport” ล็อกสเปกจอดิจิทัลร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง เอื้อเอกชน
มาตามนัด “หมอวรงค์” ยื่นร้อง ปปช. สอบ ”รมว.ดีอี พ่วง ปลัดดีอี“ พร้อมหลักฐาน มัด ”โครงการTH-AI Passport” ล็อกสเปกจอดิจิทัลร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง เอื้อเอกชน ดักทาง “ไชยชนก” เป็นรมต. หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ว่าเอื้อประโยชน์ ล็อกสเปกให้บริษัทเอกชนและพวกพ้องหรือไม่ โดยนพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนมายื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี และนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในโครงการนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบหลักฐานที่ยื่นให้ป.ป.ช. ซึ่งเชื่อเชื่อถือได้ว่า โครงการนี้มีการล็อคสเปกมุ่งเป้าต่อการกำหนดการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล โดยเฉพาะในร้านสะดวกซื้อชื่อดัง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนคนใกล้ชิดบริษัทหนึ่ง มีหลักฐานเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทประชาสัมพันธ์เอกชนแห่งหนึ่ง ที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ว่า มีพื้นที่ให้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ กับร้านสะดวกซื้อชื่อดังเต้าใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 2,000 สาขา หรือคิดเป็น 14,000 จอ ซึ่งสัมพันธ์กับ TOR ที่เขียนระบุว่า “ต้องมีการโฆษณาผ่านจอ ของร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขาและไม่น้อยกว่า 6,000 จอ” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญเหมือนการล็อกสเปคให้
“ผมสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงในการใช้ AI แบบโปรหรือพรีเมี่ยม แต่คัดค้านการจัดซื้อจัดจ้างที่มีการล็อคสเปค หรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องคนใกล้ชิด การที่เราพยายามสื่อสารใช้เวทีในสภาฯ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ แต่ไม่สามารถสื่อสารได้ เพราะประธานสภาฯสั่งปิดไมค์ ไม่ให้พูดในห้องประชุมสภา เป็นการปิดหูปิดตาประชาชน ยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้มากขึ้น และไม่เชื่อมั่นต่อการทำหน้าที่ของประธานสภามากขึ้น ซึ่งน่าสังเกตว่า โครงการนี้ มีการเขียนเอกสารแนบท้ายสัญญา เปลี่ยนเป็นการจ่ายเงินตามที่ใช้จริงเป็นรายเดือน ไม่ใช่จ่ายตามข้อตกลง 1,621 ล้านบาท หากดูแบบผิวเผิน เหมือนจะประหยัดเงิน ประเทศไม่เสียหาย แต่มันถูกล็อคสเปคมาตั้งแต่การเขียนTOR หรือเรียกง่ายๆว่า โกงมาแล้วแต่ต้น อย่าลืมว่าใน TOR การชำระเงินเขียนชัดเจนให้แบ่งเป็น 5 งวด งวดละ 20% เพราะงวดที่ 2-5 เชื่อมโยงมายังกระบวนการล็อคสเปค มีเงื่อนไขในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง ซึ่งการที่มาระบุเพิ่มแนบท้ายในสัญญา อาจย้อนแย้งกับ TOR ก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า TOR ไม่สามารถแก้ไขได้ มันย้อนแย้งกันเอง และหมายความว่า TOR นี้ แก้ไขได้ ตนจึงมายื่นร้อง ป.ป.ช. ยังมีเวลาดำเนินการ ให้ดำเนินการแก้ TOR เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศขาติและประชาชน รวมทั้งต้องแก้เงื่อนไขการล็อคสเปคต่างๆไว้ด้วย หากมีการจัดเปิดประมูลใหม่ ผมเชื่อว่า ประเทศชาติจะได้ประหยัดงบประมาณ ปัญหาที่หนักจะเป็นเบาที่สำคัญ รัฐมนตรีอย่าทำตัวเป็นเด็ก อย่าอ้างว่าตัวเองไม่รู้ แทรกแซงไม่ได้ ตัวรัฐมนตรีหนีความรับผิดชอบไม่ได้ ขอให้รีบจัดการที่เปัญหาก่อนความเสียหายตะมากกว่านี้ หมดเวลาทำตัวเป็นเด็กแล้ว” นพ.วรงค์ กล่าว
เมื่อถามว่า ที่บอกว่า มีการล็อคสเปค คือบริษัทประมูลในการแข่งขันด้วยหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า การแข่งขัน 3 บริษัท แต่มีเงื่อนไขคือ จะต้องมีจอดิจิทัลในการเผยแพร่งานประชาสัมพันธ์ ในฐานะที่ทำงานตรวจสอบมาโดยตลอด บริษัทที่ชนะการประมูลมีความเกี่ยวพันกับบริษัทประชาสัมพันธ์เอกชนโดยตรง ซึ่งบริษัทที่ 2 และ 3 จะต้องมีการเจรจาแน่นอน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถร่วมการแข่งขันได้ เพื่อให้เป็นไปตาม TOR จึงไม่แปลกว่าบริษัทที่ชนะการแข่งขัน จะชนะราคาประมูลไม่ต่างจากราคากลางที่ตั้งไว้มากนัก