ทรัมป์ขู่เก็บภาษี 100% กับประเทศที่รีดภาษีดิจิทัลจากบริษัทของสหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ว่าหลายประเทศในยุโรปกำลังหารือเรื่องการบังคับใช้ภาษีบริการดิจิทัลกับบริษัทของสหรัฐ และบางประเทศใกล้จะเริ่มใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว จึงเตือนว่า หากประเทศใดจัดเก็บภาษีดังกล่าว สหรัฐจะตอบโต้ทันทีด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกชนิดจากประเทศนั้นในอัตรา 100%
ผู้นำสหรัฐกล่าวด้วยว่า มาตรการภาษีใหม่นี้จะมีผลแยกจากข้อตกลงการค้าใดก็ตาม ที่ประเทศนั้นทำไว้กับสหรัฐ ไม่ว่าจะมีผลบังคับใช้ ลงนามแล้ว หรือยังไม่ได้ลงนามก็ตาม ซึ่งอาจรวมถึงข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งกำหนดเพดานภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปไว้ที่ 15% แลกกับการที่อียูลดภาษีสินค้าภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเหลือ 0%
อย่างไรก็ตาม กระบวนการนิติบัญญัติของอียูที่ใช้เวลานาน ทำให้การดำเนินการตามพันธกรณีในข้อตกลงล่าช้า ส่งผลให้ทรัมป์ขู่จะกลับมาเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรป รวมถึงรถยนต์ ในอัตรา 25% อีกครั้ง ก่อนที่สมาชิกรัฐสภายุโรปจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในเส้นตายวันที่ 4 ก.ค. นี้
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสจะไม่ยอมยกเลิกการจัดเก็บภาษีบริการดิจิทัลจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมบริการ เช่น ตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ และการโฆษณาดิจิทัล
ทั้งนี้ ฝรั่งเศสเริ่มจัดเก็บภาษีบริการดิจิทัลในอัตรา 3% ตั้งแต่ปี 2562 สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสของบริษัทที่มีรายได้ในประเทศมากกว่า 25 ล้านยูโร (ราว 951ล้านบาท) และมีรายได้ทั่วโลกมากกว่า 750 ล้านยูโร (ราว 28,530 ล้านบาท) โดยเมื่อปีที่แล้ว สมาชิกรัฐสภาฝรั่งเศสเสนอให้เพิ่มอัตราภาษีเป็น 6%
ด้านสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ขู่ใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีกับฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ออสเตรีย สเปน และประเทศยุโรปอีกหลายแห่ง ที่จัดเก็บภาษีบริการดิจิทัลมาตลอด โดยให้เหตุผลว่า ภาษีดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติต่อบริษัทสหรัฐ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดบริการดิจิทัลของโลกเป็นส่วนใหญ่.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS