พระประวัติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชธิดาผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่องานยุติธรรม
พระประวัติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ น้อมรำลึกพระกรณียกิจด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม สิทธิสตรี และงานเพื่อผู้ต้องขังหญิง ภายหลังสำนักพระราชวังมีแถลงการณ์สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษาปีที่ 47
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19.48 น. ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47 ภายหลังทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามแถลงการณ์สำนักพระราชวัง
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ด้านการศึกษา ทรงศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี จากนั้นทรงศึกษาระดับมัธยมปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษ และโรงเรียนจิตรลดา ก่อนทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง และทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
ต่อมา ทรงสำเร็จการศึกษาเนติบัณฑิตไทย จากเนติบัณฑิตยสภา ปีการศึกษา 2547 และทรงศึกษาต่อด้านกฎหมาย ณ มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา โดยทรงได้รับปริญญา Master of Laws หรือ LL.M. และ Doctor of the Science of Law หรือ J.S.D. ข้อมูลจาก Cornell Law School ระบุว่า ทรงเป็นศิษย์เก่าระดับ LL.M. ปี 2002 และ J.S.D. ปี 2005
ด้วยพื้นฐานด้านนิติศาสตร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาโดยต่อเนื่อง ทรงเคยปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานอัยการสูงสุด และทรงมีบทบาทในงานด้านกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงงานของคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ
ในเวทีระหว่างประเทศ พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ระหว่างปี 2012-2014 อีกทั้งทรงเกี่ยวข้องกับการประชุมของคณะกรรมาธิการว่าด้วยยาเสพติด และคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบงานของสหประชาชาติ
พระกรณียกิจที่เป็นที่ประจักษ์อย่างสำคัญ คือ งานด้านการส่งเสริมสิทธิและโอกาสของผู้ต้องขังหญิง รวมถึงกลุ่มเปราะบางในกระบวนการยุติธรรม ผ่าน “โครงการกำลังใจ” หรือ Kamlangjai ซึ่งมุ่งสนับสนุนผู้หญิงในเรือนจำ ผู้ต้องขังตั้งครรภ์ และเด็กที่เกิดจากผู้ต้องขัง ให้ได้รับโอกาสและการดูแลอย่างเหมาะสม
พระองค์ยังทรงมีบทบาทต่อการผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพ” หรือ Bangkok Rules ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติรับรองเป็นมาตรฐานสากลด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2017 สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC แต่งตั้งพระองค์เป็นทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสนับสนุนงานด้านหลักนิติธรรม ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน
นอกจากพระกรณียกิจด้านกฎหมายและสหประชาชาติแล้ว พระองค์ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านสาธารณกุศล ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย รวมถึงมูลนิธิและองค์กรในพระอุปถัมภ์หลายแห่ง อาทิ มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มูลนิธิ ณภาฯ โครงการกำลังใจ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุนัข
ตลอดพระชนมชีพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงประกอบพระกรณียกิจด้วยพระปรีชาสามารถทางกฎหมาย และทรงมุ่งงานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นธรรม สิทธิมนุษยชน และคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรม พระราชประวัติและพระกรณียกิจของพระองค์จึงคงอยู่ในความทรงจำของปวงชนชาวไทย ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณและพระวิริยอุตสาหะที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคมนานาชาติ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สำนักพระราชวังแถลง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษาปีที่ 47
- ท่านอ้น รำลึกความหลังครั้งเข้าเฝ้า “เจ้าฟ้าพัชรกิติยา” โพสต์อาลัยหลังสิ้นพระชนม์
- สำนักพระราชวัง ออกประกาศการถวายสักการะน้ำสรง-พระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”
แหล่งข้อมูล