โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เดือด! ปานเทพ หอบหลักฐานยื่นถอนประกัน ทนายตั้ม ซัดพฤติกรรมออกสื่อกระทบกระบวนการยุติธรรม ด้าน คนดังเสื้อไหม ซิ่งมอเตอร์ไซค์ยื่นคัดค้านทันควัน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวนครบาล
วันนี้ (24 มิถุนายน 2569) บรรยากาศที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลับมาร้อนระอุอีกครั้งในวันนี้ เมื่อเกิดการเผชิญหน้าในทางคดีครั้งสำคัญระหว่างสองบุคคลชื่อดัง โดยเปิดฉากด้วย อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน

วันนี้ (24 มิถุนายน 2569) บรรยากาศที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลับมาร้อนระอุอีกครั้งในวันนี้ เมื่อเกิดการเผชิญหน้าในทางคดีครั้งสำคัญระหว่างสองบุคคลชื่อดัง โดยเปิดฉากด้วย อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่เดินทางมาพร้อมทีมกฎหมายเพื่อยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว หรือถอนประกันตัวของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ในระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์

โดยอาจารย์ปานเทพ เปิดเผยถึงชนวนเหตุในการยื่นคำร้องครั้งนี้ว่า เกิดจากการรวบรวมพฤติการณ์ของทนายตั้มภายหลังจากได้รับอิสรภาพชั่วคราว ซึ่งพบว่ามีหลายประเด็นที่สุ่มเสี่ยงและสมควรให้ศาลนำมาประกอบดุลพินิจ โดยเฉพาะประเด็นความกังวลเดิมของพนักงานสอบสวนในเรื่องพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่สั่งลงโทษทนายตั้มในความผิดฐานฉ้อโกงหลายกรรม ซึ่งมีอัตราโทษรวมกันในระดับที่สูงมาก นอกจากนี้ ภายหลังได้รับการประกันตัว ทนายตั้มยังเดินสายให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนหลายครั้ง ซึ่งเนื้อหาบางส่วนอาจส่งผลกระทบทำให้สังคมเกิดความเข้าใจในแง่ลบต่อกระบวนการยุติธรรมและการพิจารณาคดีของศาล ตนจึงต้องทำหน้าที่ตามสิทธิ์และกระบวนการกฎหมาย โดยไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง นอกเหนือจากการปล่อยให้เป็นดุลพินิจของศาลในการวินิจฉัยจากพยานหลักฐาน

หลังจากนั้นไม่นาน สถานการณ์หน้าศาลก็ทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างฝ่าการจราจรเดินทางมายังศาลอาญาอย่างเร่งด่วน เพื่อยื่นคำร้องคัดค้านการเพิกถอนประกันตัวในทันที โดยทนายตั้มเปิดใจต่อสื่อมวลชนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่ยังคงท่าทีขึงขัง ยอมรับตามตรงว่ารู้สึกกังวลและตัดพ้อปนน้อยใจว่า ทำไมใจร้ายกับผมจังเลย ผมเพิ่งออกมาอยู่กับครอบครัวได้ไม่ถึงเดือน ก็อยากจะให้ผมกลับเข้าไปข้างในอีกแล้ว กลัวอะไรผมกันหรือเปล่าในการที่ผมออกมาข้างนอก

ทนายตั้ม ได้ชี้แจงหักล้างข้อกล่าวหาของฝ่ายอาจารย์ปานเทพทีละประเด็น โดยยืนยันว่าการออกสื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ผ่านมาเป็นการใช้สิทธิ์และเสรีภาพเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเองตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การข่มขู่พยานตามที่ถูกกล่าวหา เพราะในความเป็นจริง คดีนี้ในศาลชั้นต้นได้สืบพยานเสร็จสิ้นและพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่สำนวนเรียบร้อยแล้ว ตนไม่สามารถไปยุ่งเหยิงหรือแทรกแซงใดๆ ได้อีก พร้อมตอกกลับอย่างเจ็บแสบว่า อาจารย์ปานเทพอาจจะไม่ได้จบกฎหมายมา แต่ทนายความที่พามาด้วยควรจะอธิบายข้อเท็จจริงนี้ให้ฟัง ส่วนกรณีวงเงินประกันตัว 1 ล้านบาทที่สังคมมองว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหาย 72 ล้านบาทนั้น ตนระบุว่าเป็นไปตามเกณฑ์กฎหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1 ใน 3 และอยู่ในดุลยพินิจของศาล ซึ่งคดีระดับพันล้านอื่นๆ ก็ใช้บรรทัดฐานประมาณนี้ และตนก็พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด ไม่เคยคิดจะหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ทนายตั้มยังได้เคลียร์ปมร้อนกรณีโพสต์ข้อความในลักษณะขอโทษ มาดามอ้อย จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าจะนำไปใช้เป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลหรือไม่ โดยทนายตั้มแจงอย่างดุดันว่า เรื่องนี้อาจารย์ปานเทพต้องรู้สถานะตัวเองก่อนว่าเป็นเรื่องระหว่างตนกับพี่อ้อยเท่านั้น หากพูดกันตามภาษาชาวบ้านก็คือ ไม่ควรยุ่ง และตนยืนยันชัดเจนว่าโพสต์ดังกล่าวเพื่อสื่อสารกับพี่อ้อยเพียงคนเดียว และจะไม่ถูกนำไปใช้ในชั้นศาลอุทธรณ์อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในช่วงจังหวะก่อนการให้สัมภาษณ์ ทั้งคู่ได้เดินสวนและเผชิญหน้ากันชั่วครู่ ซึ่งทนายตั้มระบุว่า ตนได้ยกมือไหว้ทักทายอาจารย์ปานเทพตามปกติในฐานะผู้อาวุโส ไม่ได้มีความโกรธเคืองเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด พร้อมเปิดฉากพาดพิงถึงสื่อใหญ่ฝั่งคู่กรณีว่า ที่ผ่านมาโจมตีตนเองผ่านคลิปวิดีโอนับร้อยคลิป ซึ่งหากตนจะฟ้องกลับก็สามารถทำได้และอาจทำให้ติดคุกได้เลยเพราะสื่อดังกล่าวเคยมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกโดยไม่รอลงอาญามาแล้ว แต่ตนเลือกที่จะอภัยให้ ไม่อยากตามเก็บทุกดอกหรือมีความเคียดแค้นต่อกัน จึงอยากเรียกร้องให้วางตัวเป็นกลางเหมือนสื่อช่องอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ศึกหักเหลี่ยมเฉือนคมในครั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยภายหลังจากที่ทนายตั้มยื่นคำร้องคัดค้านเสร็จสิ้น ได้รีบเดินทางกลับด้วยรถตู้ส่วนตัวทันที ซึ่งหลังจากนี้ ประเด็นร้อนทั้งหมดจะตกไปอยู่ในดุลยพินิจของศาลอาญา ที่จะเป็นผู้พิจารณาและวินิจฉัยจากพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย ว่ามีเหตุผลและน้ำหนักเพียงพอที่จะสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว นำตัวทนายคนดังกลับเข้าเรือนจำอีกครั้งหรือไม่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...