ตำรวจจราจรเอาจริงแก๊งซิ่งหมอบ ขับขี่คึกคะนอง เสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรง ศาลสั่งริบรถ - เพิกถอนใบขับขี่ ย้ำดำเนินคดีเด็ดขาดทุกราย
ตำรวจจราจรเอาจริงแก๊งซิ่งหมอบ ขับขี่คึกคะนอง เสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรง ศาลสั่งริบรถ - เพิกถอนใบขับขี่ ย้ำดำเนินคดีเด็ดขาดทุกราย
พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขับขี่รถในลักษณะที่ประมาทหรือน่าหวาดเสียว ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วิภาวดี กก.2 บก.จร. ได้เปิดปฏิบัติการแกะรอยติดตามตัวกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 4 ราย ที่รวมตัวกันขับขี่ด้วยความเร็วสูงและแสดงพฤติกรรมขับขี่ในลักษณะหมอบราบไปกับตัวรถ บนถนนวิภาวดีรังสิต หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก นั้น
จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดแนวเส้นทาง ภาพจากกล้องบันทึกภาพการจราจร สื่อสังคมออนไลน์ และข้อมูลเบาะแสจากเครือข่ายภาคประชาชน “ดวงตาอัศวิน” พบว่าเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 กลุ่มผู้ต้องหาได้รวมตัวขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้ความเร็วสูง เบิ้ลเครื่องยนต์ เปลี่ยนช่องทางเดินรถแทรกไปแทรกมาอย่างกะทันหัน โดยไม่ให้สัญญาณไฟ และขับขี่ในลักษณะหมอบตลอดเส้นทาง ในลักษณะที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ตั้งแต่ถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า กลับรถบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง มุ่งหน้าขาออกจนถึงบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีลักษณะกีดขวางการจราจรและอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนโดยทั่วไปในบริเวณดังกล่าวในช่วงเวลานั้นได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนหาข้อมูล และติดตามตัวผู้ขับขี่ที่กระทำความผิดทั้ง 4 รายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางจำนวน 3 คัน โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ศาลแขวงพระนครเหนือได้มีคำพิพากษาลงโทษผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันขับรถในลักษณะที่เห็นได้ว่าไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น” โดยสั่งจำคุกคนละ 1 เดือน และปรับคนละ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 1 ปี พร้อมทั้งมีคำสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยทุกคน และ ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางทั้ง 3 คันตกเป็นของแผ่นดิน
ขอชื่นชม สน.วิภาวดี บก.จร. ที่มีการกวดขันจับกุมผู้ กระทำความผิดในลักษณะการขับขี่ประมาทหวาดเสียว ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลออดภัยของผู้อื่น อย่างจริงจังมาโดยตลอด ตามสถิติตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน (ปี 2569) มีผลการกวดขัน/จับกุมแล้ว 22 ครั้ง จับกุมกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 140 ราย มีการตรวจยึดรถยนต์ 13 คัน และตรวจยึดรถจักรยานยนต์สูงถึง 109 คัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตำรวจจราจร สน.วิภาวดี บก.จร. มีการดำเนินการกวดขันอย่างจริงจัง ผู้ที่กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวย้ำอย่างชัดเจนว่า ถนนคือพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่สนามแข่งรถ ความคึกคะนองเพียงไม่กี่วินาทีอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสีย และอาจเปลี่ยนอนาคตของผู้กระทำผิดไปตลอดชีวิต ศจร.ตร. จะเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นในลักษณะแบบนี้อย่างจริงจัง หากตรวจพบการฝ่าฝืนสร้างความเดือดร้อนบนท้องถนน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดขั้นสูงสุด โดยไม่มีข้อยกเว้น
ศจร.ตร.ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการแข่งรถในทาง ขับรถหมอบ ขับหวาดเสียว หรือการรวมกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ สามารถแจ้งข้อมูลและส่งคลิปวิดีโอมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที หรือสามารถติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197, สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัยและลดความสูญเสียอย่างยั่งยืน