นาทีระทึก! ฝูงหมารุมขย้ำเด็กชายระหว่างทางไปเตะบอล แม่เด็กแฉ เจ้าของยืนดูเฉย
วานนี้ (5 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศเผยภาพจากกล้องวงจรปิดจากบราซิลที่บันทึกช่วงเวลาสุดสยอง เมื่อฝูงสุนัขดุร้ายและบ้าคลั่งจำนวน 9 ตัว รุมโจมตีเด็กชายคนหนึ่งระหว่างที่เขากำลังจะไปเตะฟุตบอล โดยกัดกระชากเสื้อผ้าจนขาดวิ่นและฝังเขี้ยวขย้ำเข้าที่ขาของเด็กชายท่ามกลางเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลืออย่างสุดเสียง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในเมืองกัวราปูอาวา ประเทศบราซิล ขณะเกิดเหตุ เด็กชายวัย 11 ขวบผู้เคราะห์ร้ายกำลังเดินไปตามถนนในแถบชนบทพร้อมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ทันใดนั้น ฝูงสุนัขนักล่าก็วิ่งกรูเข้าล้อมกรอบเด็กชายไว้ทันทีโดยไม่มีสาเหตุ
จากนั้น ฝูงสุนัขก็ไล่ตามและรุมกัดเด็กชายขณะที่เขาร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวและพยายามใช้แขนขาบังตัวเองจากการถูกรุมกัด ฝูงหมาขย้ำจนกางเกงขาสั้นของเด็กชายหลุดลุ่ยและรุมกัดเข้าที่ขาซ้ำๆ ในขณะที่เพื่อนของเขาที่ตกใจสุดขีดได้วิ่งหนีเอาตัวรอดไปก่อน ทิ้งให้เด็กชายต้องต่อสู้ตามลำพัง
จิเซล โรชา เดอ โอลิเวียรา มารดาของเด็กชายเปิดเผยเรื่องราวสุดช้ำใจว่า ในระหว่างที่ลูกชายกำลังถูกรุมขย้ำอยู่นั้น เจ้าของสุนัขได้เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี แต่กลับนิ่งเฉยและไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหรือห้ามปรามสุนัขของตัวเองเลย
"ตอนที่ฉันวิ่งไปดูแผลที่ขาของลูก ฉันรู้สึกช็อกและสะเทือนใจมากที่เห็นเจ้าของหมาเดินมาตามถนน เขามองเห็นเต็มตาว่าหมาของตัวเองกำลังรุมกัดเด็กอยู่…แต่เขากลับไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง" แม่ของเด็กชายกล่าว
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระบุตัวตนของเจ้าของสุนัขฝูงนี้ได้แล้ว และเขาอาจต้องเผชิญข้อหาหนักฐานละเลย ไม่ควบคุมดูแลสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมจนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ ตำรวจยังกำลังเร่งสืบสวนเพิ่มเติมว่าเจ้าของรายนี้ว่ามีพฤติกรรมทารุณกรรมสุนัขจนเป็นเหตุให้พวกมันมีนิสัยดุร้ายเช่นนี้ด้วยหรือไม่
โรชา เดอ โอลิเวียรากล่าวว่า เหตุการณ์รุมขย้ำในครั้งนี้ได้สร้างบาดแผลทางจิตใจที่ฝังลึกและรุนแรงแก่ลูกชายของเธอ
"ลูกพยายามไปโรงเรียนตามปกติค่ะ แต่สุดท้ายสามีของฉันก็ต้องไปรับกลับ เพราะลูกกลัวหมาพวกนั้นมาก ตอนนี้เขากลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกไปเดินบนถนนเลย"
อย่างไรก็ตาม ในรายงานข่าวระบุว่ายังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแน่ชัดว่าเด็กชาย (ซึ่งไม่มีการระบุชื่อ) ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายรุนแรงถึงขั้นใด
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES