โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิจัย ชี้ ‘มิลเลนเนียล - Gen Z’ แก่เร็วกว่าเบบี้บูมเมอร์ เซ่นไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

SpringNews

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในบางแง่มุม คนรุ่นใหม่อาจแก่กว่าคนรุ่นก่อน แม้อายุจริงจะน้อยกว่า นี่คือข้อค้นพบจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine ในปี 2026

การวิเคราะห์ข้อมูลของประชากรกว่า 164,000 คน ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา นักวิจัยพบว่าคนรุ่นมิลเลนเนียล (Millennials) และ Gen Z มีช่องว่างระหว่างอายุทางชีวภาพกับอายุจริงตามปฏิทิน (Chronological Age) มากกว่าคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomers)

ดร.ซาเดีย ฮุสเซน (Saadia Hussain) อธิบายว่า อายุตามปฏิทิน หรือระยะเวลาที่ใช้ชีวิตมา ไม่ใช่ตัวทำนายสุขภาพที่แม่นยำอย่างที่หลายคนคิด พร้อมเสริมว่า อายุทางชีวภาพเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความเร็วในการเสื่อมของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะได้แม่นยำกว่ามาก

อายุทางชีวภาพคำนวณจากตัวชี้วัดหลายด้าน เช่น การเปลี่ยนแปลงเหนือพันธุกรรมของดีเอ็นเอ (DNA methylation) ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอล อัตราการเต้นของหัวใจ ส่วนสูง และน้ำหนักตัว

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลมีอายุทางชีวภาพของอวัยวะบางส่วนสูงกว่าที่ควร ส่งผลให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดมะเร็งปอด รวมถึง มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในวัยที่อายุยังน้อย

ก่อนหน้านี้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Deutsche Medizinische Wochenschrift เมื่อปี 2025 ยังพบว่า กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลมีโอกาสป่วยด้วยมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดราว 17 ชนิดจาก 34 ชนิด สูงกว่าคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ถึง 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบในช่วงอายุเดียวกัน

งานวิจัยใน Nature Medicine ยังระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแก่ก่อนวัยทางชีวภาพ ได้แก่ การรับประทานอาหารที่ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ การมีพฤติกรรมเนือยนิ่งหรือไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย การนอนหลับที่ไม่เป็นเวลาและไม่มีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์สตีฟ ฮอร์วาธ (Steve Horvath) นักพันธุศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับ Men’s Health Magazine ว่า ยังไม่สายเกินไป เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพียงไม่กี่อย่าง สามารถช่วยลดอายุทางชีวภาพลงได้ ประมาณ 2 - 3 ปี แม้จะไม่สามารถย้อนวัยได้หลายสิบปีก็ตาม

ความลับของการชะลอวัยอาจง่ายกว่าที่คิด

ดร.แดเนียล เบลสกี (Daniel Belsky) ที่ศึกษาด้านความชราภาพจาก Columbia Mailman School of Public Health ระบุว่าการออกกำลังกายคือสิ่งที่ใกล้เคียงกับน้ำพุแห่งความเยาว์วัยที่สุดเท่าที่เรารู้จัก สอดคล้องกับ ลุยจิ เฟอร์รุชชี (Luigi Ferrucci) ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ National Institute on Aging (NIA) ที่ยืนยันว่า การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยชะลอนาฬิกาชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บทความวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสาร Aging เมื่อปี 2025 ระบุว่า การออกกำลังกายที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง และเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกหรือคาร์ดิโอ สามารถช่วยชะลอการเสื่อมของร่างกายได้

งานวิจัยอีกฉบับหนึ่งยังพบว่า ผู้หญิงวัยกลางคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย มีอายุทางชีวภาพลดลงถึง 2 ปี หลังจากฝึกแอโรบิกและเวทเทรนนิงเพียง 8 สัปดาห์

นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ตับ รวมถึงเนื้อเยื่อไขมันด้วย

อาหารที่ดีช่วยลดอายุทางชีวภาพได้

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยชะลอความเสื่อมของรายการในระดับพันธุกรรม คือ การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหาร

แม้จะมีรูปแบบการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพหลายแนวทางให้เลือก แต่ ดร.แอนดี กายา (Andy Gaya) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยาให้สัมภาษณ์กับ Newsweek ว่า อาหารเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นอาหารที่ประกอบด้วย ผักและผลไม้หลากหลายชนิด ถั่วและธัญพืชไม่ขัดสี ปลาไขมันสูง และน้ำมันมะกอก เป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่มีหลักฐานสนับสนุนมากที่สุด

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การทดลองทางคลินิกหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า การปฏิบัติตามวิถีชีวิตแบบเมดิเตอร์เรเนียนสามารถช่วยให้มีอายุยืนยาวขึ้น และลดอายุทางชีวภาพได้ประมาณ 1 - 3 ปี ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ยิ่งไปกว่านั้น รูปแบบการรับประทานอาหารดังกล่าวยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของ โรคอัลไซเมอร์ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ อีกด้วย

ที่มา: Health Digest

https://www.healthdigest.com/2211592/are-millennials-aging-faster-boomers/

Credit ภาพ: Reuters & Unsplash

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...