วิจัย ชี้ ‘มิลเลนเนียล - Gen Z’ แก่เร็วกว่าเบบี้บูมเมอร์ เซ่นไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ในบางแง่มุม คนรุ่นใหม่อาจแก่กว่าคนรุ่นก่อน แม้อายุจริงจะน้อยกว่า นี่คือข้อค้นพบจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine ในปี 2026
การวิเคราะห์ข้อมูลของประชากรกว่า 164,000 คน ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา นักวิจัยพบว่าคนรุ่นมิลเลนเนียล (Millennials) และ Gen Z มีช่องว่างระหว่างอายุทางชีวภาพกับอายุจริงตามปฏิทิน (Chronological Age) มากกว่าคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomers)
ดร.ซาเดีย ฮุสเซน (Saadia Hussain) อธิบายว่า อายุตามปฏิทิน หรือระยะเวลาที่ใช้ชีวิตมา ไม่ใช่ตัวทำนายสุขภาพที่แม่นยำอย่างที่หลายคนคิด พร้อมเสริมว่า อายุทางชีวภาพเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความเร็วในการเสื่อมของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะได้แม่นยำกว่ามาก
อายุทางชีวภาพคำนวณจากตัวชี้วัดหลายด้าน เช่น การเปลี่ยนแปลงเหนือพันธุกรรมของดีเอ็นเอ (DNA methylation) ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอล อัตราการเต้นของหัวใจ ส่วนสูง และน้ำหนักตัว
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลมีอายุทางชีวภาพของอวัยวะบางส่วนสูงกว่าที่ควร ส่งผลให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดมะเร็งปอด รวมถึง มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในวัยที่อายุยังน้อย
ก่อนหน้านี้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Deutsche Medizinische Wochenschrift เมื่อปี 2025 ยังพบว่า กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลมีโอกาสป่วยด้วยมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดราว 17 ชนิดจาก 34 ชนิด สูงกว่าคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ถึง 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบในช่วงอายุเดียวกัน
งานวิจัยใน Nature Medicine ยังระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแก่ก่อนวัยทางชีวภาพ ได้แก่ การรับประทานอาหารที่ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ การมีพฤติกรรมเนือยนิ่งหรือไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย การนอนหลับที่ไม่เป็นเวลาและไม่มีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์สตีฟ ฮอร์วาธ (Steve Horvath) นักพันธุศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับ Men’s Health Magazine ว่า ยังไม่สายเกินไป เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพียงไม่กี่อย่าง สามารถช่วยลดอายุทางชีวภาพลงได้ ประมาณ 2 - 3 ปี แม้จะไม่สามารถย้อนวัยได้หลายสิบปีก็ตาม
ความลับของการชะลอวัยอาจง่ายกว่าที่คิด
ดร.แดเนียล เบลสกี (Daniel Belsky) ที่ศึกษาด้านความชราภาพจาก Columbia Mailman School of Public Health ระบุว่าการออกกำลังกายคือสิ่งที่ใกล้เคียงกับน้ำพุแห่งความเยาว์วัยที่สุดเท่าที่เรารู้จัก สอดคล้องกับ ลุยจิ เฟอร์รุชชี (Luigi Ferrucci) ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ National Institute on Aging (NIA) ที่ยืนยันว่า การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยชะลอนาฬิกาชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บทความวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสาร Aging เมื่อปี 2025 ระบุว่า การออกกำลังกายที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง และเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกหรือคาร์ดิโอ สามารถช่วยชะลอการเสื่อมของร่างกายได้
งานวิจัยอีกฉบับหนึ่งยังพบว่า ผู้หญิงวัยกลางคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย มีอายุทางชีวภาพลดลงถึง 2 ปี หลังจากฝึกแอโรบิกและเวทเทรนนิงเพียง 8 สัปดาห์
นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ตับ รวมถึงเนื้อเยื่อไขมันด้วย
อาหารที่ดีช่วยลดอายุทางชีวภาพได้
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยชะลอความเสื่อมของรายการในระดับพันธุกรรม คือ การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหาร
แม้จะมีรูปแบบการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพหลายแนวทางให้เลือก แต่ ดร.แอนดี กายา (Andy Gaya) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยาให้สัมภาษณ์กับ Newsweek ว่า อาหารเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นอาหารที่ประกอบด้วย ผักและผลไม้หลากหลายชนิด ถั่วและธัญพืชไม่ขัดสี ปลาไขมันสูง และน้ำมันมะกอก เป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่มีหลักฐานสนับสนุนมากที่สุด
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การทดลองทางคลินิกหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า การปฏิบัติตามวิถีชีวิตแบบเมดิเตอร์เรเนียนสามารถช่วยให้มีอายุยืนยาวขึ้น และลดอายุทางชีวภาพได้ประมาณ 1 - 3 ปี ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ยิ่งไปกว่านั้น รูปแบบการรับประทานอาหารดังกล่าวยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของ โรคอัลไซเมอร์ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ อีกด้วย
ที่มา: Health Digest
https://www.healthdigest.com/2211592/are-millennials-aging-faster-boomers/
Credit ภาพ: Reuters & Unsplash