โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หากฮูตี ‘ปิดทะเลแดง’ สายเคเบิลใต้น้ำ 90% อยู่ในความเสี่ยง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านอย่างสะพานไปจนถึงฐานทัพอิหร่านอย่างหนักหน่วงโดยสหรัฐ พร้อมขู่โจมตีโรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภคสำคัญต่างๆ ต่อ มีความเป็นไปได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ว่า อิหร่านจะร้องขอ “พันธมิตรฮูตี” ในเยเมน ให้ร่วมปิดช่องแคบ“บับ เอล-มันเดบ” (Bab el-Mandeb) ที่เป็นประตูสู่“ทะเลแดง”

หากนี่เกิดขึ้นจริง ไม่เพียงจะกระทบการค้าโลก แต่ยังเป็นการ “ตัดเส้นทางเลี่ยงฮอร์มุซของซาอุดีอาระเบีย” ด้วย ที่ลำเลียงน้ำมันผ่านท่อ East-West Pipeline ไปออกทะเลแดงโดยตรง

สำหรับ “ทะเลแดง” เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก เชื่อมคลองสุเอซกับมหาสมุทรอินเดีย โดยมีการค้าทางทะเลของโลกประมาณ 12-15% และการขนส่งตู้สินค้าราว 30% ผ่านเส้นทางนี้ในแต่ละปี คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจากองค์การทางทะเลระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (IMO)

สินค้าที่ขนส่งผ่านทะเลแดงครอบคลุมตั้งแต่ธัญพืช ปุ๋ย แร่โลหะ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

- ทะเลแดง (ภาพ: Al Jazeera/ วิบูลย์ ดีเอี่ยม) -

สำนักงานสารสนเทศพลังงานสหรัฐ (EIA) ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 มีน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเฉลี่ย 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านคลองสุเอซและท่อส่งน้ำมันสุเอซ-เมดิเตอร์เรเนียน (SUMED Pipeline) ขณะที่อีก 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านช่องแคบบับ เอลมันเดบ รวมกันทั้งสามเส้นทางนี้ คิดเป็นประมาณ “6% ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก”

ความสำคัญของทะเลแดงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขนส่งสินค้า แต่ยังเป็น “คอขวดด้านดิจิทัล” ของโลก เพราะสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้ทะเลที่เชื่อมยุโรปกับเอเชีย “ประมาณ 90%” พาดผ่านเส้นทางนี้

อับดุลลาห์ จาเบอร์ อัลไซดี ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงของศูนย์วิจัยอ่าวอาหรับ เขียนไว้ในบทความของ Council on Foreign Relations (CFR) ว่า สายเคเบิลเหล่านี้ “เป็นโครงสร้างพื้นฐานใต้น้ำที่มีความสำคัญต่ออธิปไตยของประเทศต่าง ๆ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันและเส้นทางการค้า”

หากเกิดความเสียหายต่อสายเคเบิล ไม่ว่าจะจากการโจมตีหรือการสู้รบ อาจส่งผลกระทบต่ออินเทอร์เน็ต บริการคลาวด์ และระบบสื่อสารในยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียให้หยุดชะงักในวงกว้างได้

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากช่องแคบบับ เอล-มันเดบซึ่งมีความกว้างเพียง 32 กิโลเมตร ถูกปิด โลกอาจเผชิญวิกฤติห่วงโซ่อุปทานรอบใหม่ ราคาพลังงานพุ่งสูง และต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ซาอุดีอาระเบีย” จะได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะส่งออกน้ำมันผ่านท่อมายังท่าเรือริมทะเลแดงราว 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากช่องแคบถูกปิด เส้นทางส่งออกสำคัญของประเทศอาจหยุดชะงัก

เอ็ดเวิร์ด ฟิชแมน ผู้เชี่ยวชาญจาก Council on Foreign Relations (CFR) กล่าวว่า “ในทางทฤษฎี กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน สามารถปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบได้ ซึ่งแทบจะทำให้ซาอุดีอาระเบียไม่มีเส้นทางส่งออกน้ำมันเลย”

ที่ผ่านมา การโจมตีของฮูตีในทะเลแดงเคยทำให้ปริมาณน้ำมันที่ผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบลดลงจาก 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2023 เหลือเพียง 4.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2024 แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง

โลกมีทางเลือก แต่ต้องแลกด้วยต้นทุน

แม้เรือสามารถอ้อมแหลมกู๊ดโฮปของแอฟริกาใต้ หรือใช้เส้นทางบกบางส่วนที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับกำลังพัฒนาขึ้นได้ แต่ทุกทางเลือกหมายถึงระยะทางที่ยาวขึ้น ใช้เวลาขนส่งมากขึ้น และมีต้นทุนสูงกว่าเดิม

เอ็ดเวิร์ด ฟิชแมน ผู้เชี่ยวชาญจาก Council on Foreign Relations กล่าวว่า แม้จะมีเส้นทางขนส่งทางเลือก แต่ล้วนมีประสิทธิภาพต่ำกว่ามาก ตัวอย่างเช่น น้ำมันที่ส่งออกจากท่าเรือริมทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียไปยังเอเชีย อาจต้องเดินเรือขึ้นเหนือผ่านคลองสุเอซ เข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนอ้อมทวีปแอฟริกาทั้งทวีปเพื่อเข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย

หากการหยุดชะงักเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง “ช่องแคบฮอร์มุซ” และ“ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ” เส้นทางลำเลียงน้ำมันที่คิดเป็น “เกือบ 1 ใน 4” ของปริมาณน้ำมันโลกนี้ อาจได้รับผลกระทบ ซึ่งจะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
อ้างอิง: cfr, aljazeera

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...