‘ดร.จอห์น’ สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.คะแนนสูงสุดของกทม. ปาฏิหาริย์ และทาง ‘สายมู’
“จอห์นมาปัญหาหมด” เป็นสโลแกนที่ชาวบ้านเขตลาดกระบังตั้งให้กับ “สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา” จากการทำหน้าที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งล่าสุดวันที่ 22 พฤษภาคม 2565
และเมื่อเขาตัดสินใจประกาศตัวลงชิงชัยในนามพรรคเพื่อไทย ผลที่ได้คือ “ดร.จอห์น” เป็น ส.ก.ที่ได้คะแนนสูงสุด 38,130 คะแนน คิดเป็น 51% จาก ส.ก.ทั้งหมด 50 เขต เป็นสถิติใหม่ของ กทม.เลยก็ว่าได้
“สุรจิตต์” ชื่อเล่นว่า “จอห์น” หน้าตาเป็นมุสลิมในดงพุทธ แต่แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นเชื้อสายอินเดียขนานแท้ คุณปู่เป็นแขกซิกข์อพยพมาจากประเทศอินเดียตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนคุณพ่อเกิดที่กรุงเทพฯ ย่านตลาดพลู ฝั่งธนบุรี คุณแม่เองก็เป็นสาวอินเดีย
เมื่อครอบครัวย้ายไปทำธุรกิจค้าขายผ้าที่จังหวัดขอนแก่น “จอห์น-สุรจิตต์” จึงเกิดและเติบโตที่นั่น
หลังเรียนจบปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น บินไปต่อโท Engineering Management ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จบออกมาเป็น“ดอกเตอร์” ด้วยปริญญาเอก Professional Doctorates Central Queensland University จากออสเตรเลียเช่นกัน ปัจจุบันอายุ 42 ปี
เมื่อตัดสินใจลงสมัครเป็น ส.ก.เขตลาดกระบังเมื่อ 22 พฤษภาคม 2565 สมัยแรกก็ได้รับชัยชนะได้คะแนนสูงสุดของการเลือกตั้ง จอห์นพูดถึงเหตุปัจจัยชัยชนะครั้งนี้ว่า“น่าจะมาจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา…”
เขาเล่าว่าได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มรูปแบบและในเชิงรุก ด้วยการประสานกับโรงพยาบาลเอกชนให้คนไข้ได้เข้ารับการรักษา และร่วมกับ ส.ส.เขตลาดกระบัง จัดรถรับส่งผู้ป่วย หรือยังไม่เป็นผู้ป่วย ไปตรวจที่สนามกีฬา 72 พรรษา เขตมีนบุรี
เพราะตอนนั้นการตรวจต้องไปรอคิวตั้งแต่ตี 1 ตี 2 กว่าจะได้ตรวจก็แปดโมงครึ่ง เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มซาลง สถานที่ตรวจต้องไปที่สถานีอนามัย คนยังต้องไปตั้งแต่ตี 4 ตี 5 แล้วยังตรวจได้เพียงวันละ 50 คิว เมื่อเป็นเช่นนี้จอห์นจึงจัดทีมตรวจส่งตรงถึงบ้านเลย ส่วนกลุ่มไหนที่ต้องกักตัวอยู่บ้านก็มีข้าวสารอาหารแห้งไปให้
จอห์นย้อนเบื้องหลังที่มาลงเล่นการเมือง ว่าเริ่มจากปี 2553 หลังกลับจากออสเตรเลียตั้งใจเปิดโรงเรียนสอนภาษา แต่เพื่อนรัก ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ (ส.ส.อิ่ม) จะลงสมัคร ส.ส. จึงขอให้มาช่วยวางแผนการ
หาเสียงเลือกตั้ง เมื่อเพื่อนได้เป็น ส.ส.ยังช่วยต่อมาอีกจนกระทั่งปฏิวัติปี 2557 ว่างเว้นการหาเสียง จอห์นกลับไปทำธุรกิจของตัวเอง แต่ยังคงลงพื้นที่ทำงานช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็เข้าสู่ถนนการเมืองด้วยการลงสมัคร ส.ก.เขตลาดกระบัง
“ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงมาทางนี้ได้ทั้งที่ไม่ได้จบทางด้านนี้ และไม่มีพื้นฐานทางการเมืองเลย อาจโชคดีที่ผมเป็นคนเรียนรู้เร็ว เข้ากับคนง่าย และส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเวลาที่เราได้เข้าไปทำงานช่วยชาวบ้านแล้วเห็นผล เลือดลมมันสูบฉีด เห็นปัญหาแก้ปุ๊บทำปั๊บ คนเลยจำชื่อผมได้ ดร.จอห์น ส่วนชื่อจริงจำกันไม่ได้ครับ…” หัวเราะก่อนกล่าวต่อว่า
“…ตอนลงสมัครผมก็มั่นใจว่าจะได้ แต่ไม่คิดว่าคะแนนจะเยอะขนาดนี้…”
สำหรับเขตลาดกระบังมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของกรุงเทพมหานคร คือ 123 ตร.กม. จอห์นเล่าว่าในพื้นที่ยังมีนิคมอุตสาหกรรม ทางเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการหมู่บ้านเอื้ออาทร ชุมชนร่มเกล้า เป็นพื้นที่ที่หนาแน่นมาก ดังนั้น ปัญหาก็มากตามไปด้วย หลักๆ คือปัญหาถนนชำรุดไม่ซ่อมแซม เพราะขาดการจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ปัญหาไฟฟ้าที่หลายซอยไม่มีไฟฟ้าของหลวง บางซอย 40 ปีแล้วยังไม่มีไฟฟ้าใช้เลย ทั้งที่เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน เขตก็อ้างแต่ว่าไม่มีงบประมาณ
“ผมเพิ่งทราบว่าเขตลาดกระบังติดหนี้การไฟฟ้าอยู่ร่วม 12 ล้าน เป็นไปได้ไง?? ผมยังงงอยู่เลย”
ด้านการทำงานกับชาวบ้าน จอห์นมีหลักการว่า“ต้องบำบัดทุกข์ก่อนแล้วค่อยบำรุงสุข” และเมื่อต้องลงมือทำงาน ต้องอาศัยเรื่องเร็ว ถ้าประสานได้ให้ประสานเลย ขอรูป รายละเอียด เบอร์โทร โลเกชั่น แล้วลงพื้นที่ จะไม่ทำงานแบบสะสม รวมทั้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นอย่างเป็นมิตร งานจะง่ายขึ้น
“ผมมองว่าปัญหา 100% จะให้แก้ได้ 99% มันเป็นไปไม่ได้ เพราะปัญหามันมีมาเรื่อยๆ แก้ได้ 60-70% ผมถือว่าโอเคแล้ว จุดมุ่งหมายของผมคืออยากให้ประชาชนอยู่ดีกินดี บำบัดทุกข์ของเขาแล้วค่อยบำรุงสุข ก็คือ มีสถานที่ออกกำลังกาย มีสวนพักผ่อน พื้นที่สีเขียว สนามฟุตบอล ฯลฯ ซึ่งผมมองว่าตำแหน่งที่บำบัดทุกข์ของชาวบ้านได้จริงในกรุงเทพฯ นอกจากผู้ว่าฯกทม.แล้วก็คือ ส.ก.นี่แหละ”
เมื่อถามว่าไม่คิดก้าวขึ้นเป็น ส.ส.? ดร.จอห์นนิ่งไปอึดใจ ก่อนบอกว่าเป็นเรื่องของอนาคต แต่เบื้องต้นขออยู่ระดับท้องถิ่น ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไว้
เห็นหน้าตาเป็นแขกอย่างนี้แท้ที่จริงแล้วนับถือพุทธร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้แต่ที่บ้านเป็นซิกข์ยังนับถือพุทธศาสนาเป็นหลัก เขาอธิบายว่าตามความเชื่อของฮินดู พระพุทธเจ้านั้นเป็นปางอวตารหนึ่งของพระนารายณ์ คือพุทธาวตาร พระนารายณ์อวตารเป็นพระโคตมพุทธเจ้า ศาสดาของศาสนาพุทธองค์ปัจจุบัน เรื่องนี้มีปรากฏในคัมภีร์ภาควตปุราณะ ปัจจุบันคือพระไตรปิฎก ซึ่งก็เหมือนกับที่พระนารายณ์อวตารมาเป็นพระรามในเรื่องรามเกียรติ์
“มันคล้ายๆ กันแหละ เพียงแต่การแต่งกายหรือสัญลักษณ์ที่ใช้เท่านั้นที่แตกต่างกัน…” ฉะนั้น นอกเหนือจากการทำหน้าที่ ส.ก.แล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นความชอบเฉพาะตัวของจอห์น คือสะสมวัตถุโบราณ นาฬิกาและพระเครื่อง รวมถึงศึกษาธรรมะ ชีวิต ประวัติของบรรดาพระเกจิอาจารย์ในประเทศไทย ตั้งแต่ หลวงปู่มั่น หลวงปู่ฝั้น (วัดป่าอุดมสมพร สกลนคร) หลวงพ่อเดิม (วัดหนองโพ นครสวรรค์) หลวงพ่อทอง (วัดราชโยธา กทม.) หลวงปู่ศุข (วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท) หลวงพ่อเงิน (วัดบางคลาน พิจิตร) หลวงพ่อปาน (วัดบางนมโค พระนครศรีอยุธยา) ฯลฯ นับไม่ถ้วน
“ผมชอบวัตถุโบราณมาตั้งแต่อายุ 15 ปี เริ่มมาจากคุณพ่อชอบสะสมพระเครื่อง เพราะว่าต้องขับรถไปส่งผ้ากับลูกน้องระยะทางไกลๆ เลยใส่พระให้รอดปลอดภัย คุณพ่อเชื่อเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ และเคยเจออุบัติเหตุใหญ่ๆ หลายครั้ง สามารถรอดมาได้ เลยยิ่งเชื่อ และเริ่มสะสมพระเครื่องของพระเกจิต่างๆ มาเรื่อย ผมก็มาดูว่าพ่อมีพระอะไร ยังไง ที่บ้านมีหนังสือเกี่ยวกับพระด้วย ก็เริ่มอ่านเริ่มศึกษาประวัติของเกจิแต่ละท่าน ผมชอบด้วยมั้งเลยศึกษาจริงจังมาก ผมก็เจอเรื่องราวปาฏิหาริย์ เรียกว่าเป็นสายมู ขนานแท้…” (หัวเราะ)
เมื่อรักชอบทางนี้ แน่นอนว่าเขาย่อมมี“ของดี” มากมายที่เก็บเป็นสมบัติส่วนตัว บางชิ้นสวยงามจนได้ลงหนังสือพิมพ์เป็นสุดยอดของเครื่องรางในประเทศไทย เช่น หนุมาน และ เขี้ยวเสือของหลวงพ่อปาน
วัดคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ
จอห์นเล่าว่า เริ่มศึกษาและสะสม หลวงปู่ทวด ก่อน จากนั้นค่อยไล่มาองค์อื่นๆ กระทั่งมาซื้อบ้านที่ซอยพระราม 9 จึงอยากหาพระมาประจำบ้านสักองค์ เป็นองค์ใหญ่ เขาเล่าว่าทีแรกอยากได้หลวงพ่อเดิม (วัดหนองโพ นครสวรรค์) แต่ไปหาอยู่หลายที่ 6-7 เดือน ก็ยังหาไม่ได้ แล้วไม่รู้เป็นอะไรใจคอยแต่นึกถึง พระสมเด็จโต-สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ก็ไปตามหากระทั่งได้หุ่นขี้ผึ้งของท่านมาขนาดเท่า
องค์จริง ซึ่งองค์นี้เหมือนกับองค์ที่วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม
จอห์นบอกว่าที่เป็นปาฏิหาริย์อย่างยิ่งคือการได้อัฐิ หรือพระธาตุของท่านมาบูชา
“ได้มาจากคนที่เคารพนับถือกัน เขาเป็นสายหลานเหลนของโยมอุปัฏฐากสมเด็จโตทำนองนั้น ได้มา 9 เม็ด มีครั้งหนึ่งผมนิมนต์พระป่ามาฉันที่บ้าน เลยอยากลองดูว่าเอ๊ะ…ใช่ไหม ก็วางพระธาตุไว้ให้เห็นแต่ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น แล้วถามพระท่านว่าเป็นพระธาตุของใคร ท่านหันมาบอกว่าเจ้าของเขานั่งอยู่นั่น พูดมากเดี๋ยวถูกเอ็ดเอาหรอก!!”
เมื่อต้องทำหน้าที่เป็น ส.ก.ดูแลแก้ปัญหาของชาวบ้าน สิ่งที่ ดร.จอห์นไม่เคยขาดและยังปฏิบัติเป็นปกติทุกวัน คือการทำบุญตักบาตรทุกเช้าและนั่งสมาธิสวดมนต์เป็นประจำทุกวัน ยกเว้นวันที่มีกิจธุระจำเป็นจริงๆ หรือไปต่างประเทศ และพลาดไม่ได้ก็ยังเป็นเรื่องของการตามหาพระเครื่อง พระบูชา และเครื่องรางของสะสมที่ชื่นชอบ โดยระยะหลังจะตามหา พระของหลวงปู่ทอง (วัดราชโยธา) ซึ่งเป็นศิษย์น้องของสมเด็จโต อายุ 117 ปี ก่อนจะมรณภาพ และ หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว เป็นพระบารมีแก่กล้า
เขาตบท้ายว่า“ผมว่าที่ผมไม่ติดโควิดรอดมาได้นี่อาจเป็นปาฏิหาริย์จากพระพุทธคุณก็ได้ เพราะที่ผ่านมาผมคลุกคลีกับคนเป็นโควิดจำนวนมาก ผมใส่แค่ถุงมือยางและแมสก์ก็รอดมาได้จนทุกวันนี้ คงเป็นเพราะพระท่านคุ้มครอง”