โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Brown sugar ความหวานเทรนด์ใหม่ ที่เราควรระวัง

สวพ.FM91

อัพเดต 17 ก.ค. 2565 เวลา 21.21 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2565 เวลา 21.21 น.

Brown sugar หรือ น้ำตาลทรายแดง เป็นเทรนด์ความหวานยอดฮิตติดกระแสในขณะนี้ ที่มักพบเจอในรูปที่มาพร้อมกันกับชานมไข่มุก Brown sugar ที่หลายๆ คนติดใจ เพราะมีรสหวานเฉพาะตัวจากวัตถุดิบหลัก คือ อ้อย และยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ทำให้อาหารหรือเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลทรายแดงนั้น มีความอร่อยยิ่งขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหลายๆ คน เลือกที่จะใช้น้ำตาลทรายแดงในอาหารหลายประเภท โดยเฉพาะในขนมไทย เช่น เฉาก๊วย เต้าฮวย หรือเบเกอรี่ที่ต้องการเนื้อสัมผัสที่นิ่มขึ้น เช่น เค้ก หรือ ซอฟ คุ้กกี้ เนื่องจากเป็นน้ำตาลที่มีความชื้นมากกว่า รวมไปถึงอาหารที่ต้องการสีน้ำตาลที่เข้มขึ้น ก็สามารถเลือกใช้น้ำตาลทรายแดงเป็นส่วนประกอบได้ เช่น เค้กกล้วยหอม รวมไปถึงชานมไข่มุกยอดฮิตตอนนี้ด้วย

น้ำตาลทรายแดงมีองค์ประกอบหลักคือน้ำตาลซูโครส ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักเดียวกับน้ำตาลทรายขาว โดยกระบวนการผลิตของน้ำตาลทรายแดงนั้นเกิดจากการเคี่ยวน้ำอ้อยให้ระเหยจนตกผลึก แล้วถูกบดให้ร่วนจนกลายเป็นน้ำตาลทรายแดง หรืออาจมีการเพิ่มกากน้ำตาล (Molasses) เพื่อเพิ่มให้มีสีน้ำตาลเข้มมากขึ้น ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ผ่านการกรองอย่างละเอียดจนเป็นสีขาวบริสุทธิ์เหมือนกับน้ำตาลทรายขาว ทำให้น้ำตาลทรายแดงมีแร่ธาตุบางอย่างสูงกว่าน้ำตาลทรายขาวเล็กน้อย ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และ โซเดียม (ข้อมูลจาก INMUCAL software, สถาบันโภชนาการมหิดล) แต่ก็มีปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับอาหารประเภทอื่น ๆ จึงไม่สามารถอ้างว่าน้ำตาลทรายแดงว่าเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ และน้ำตาลทรายแดงยังจัดได้ว่าเป็นอาหารประเภท empty calories หรือเป็นแหล่งของอาหารที่ให้แต่พลังงาน แต่แทบไม่ให้คุณค่าทางสารอาหารอื่นๆ เลยอยู่ดี ซึ่งน้ำตาลทรายขาว จะให้พลังงาน 4 kcal ต่อ 1 กรัม (16 kcal ต่อช้อนชา) ส่วนน้ำตาลทรายแดงจะให้พลังงาน 3.8 kcal ต่อ 1 กรัม (15.2 kcal ต่อช้อนชา) ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากน้ำตาลทรายขาวมากนัก จึงไม่สามารถอ้างว่าน้ำตาลทรายแดงดีกว่าน้ำตาลทรายขาวได้

การรับประทานน้ำตาลที่เติมลงไปในอาหาร หรือ added sugar มากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจจะตามมา ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลทรายขาวก็ไม่แตกต่างกัน ฉะนั้นการเลือกรับประทานน้ำตาลทรายแดง แทนน้ำตาลทรายขาว อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคเลือกใช้ เพื่อรับรู้ รส กลิ่น สี และสัมผัส ในอาหารบางประเภทได้ดีกว่าเท่านั้น ไม่ใช่เหตุผลเรื่องสุขภาพ

ที่มา : เครือข่ายคนไทยไร้พุง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...