โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โอเปกพลัส เพิ่มผลิตน้ำมันน้อยนิด-ถูกมองหักหน้าไบเดน เยือนซาอุฯไร้ผล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2565 เวลา 10.08 น.
REUTERS/Heinz-Peter Bader/File Photo

นักวิเคราะห์ต่างเห็นตรงกัน โอเปกพลัส เพิ่มปริมาณผลิตน้ำมันแค่วันละ 1 แสนบาร์เรล คือการหักหน้าผู้นำสหรัฐ ที่ลงทุนไปชนกำปั้นกับมกุฎราชกุมารซาอุฯ

วันที่ 4 สิงหาคม 2565 รอยเตอร์ส รายงานว่า ผลจากการประชุม OPEC+ (โอเปกพลัส) กลุ่มผู้นำน้ำมันชั้นนำของโลกที่เพิ่มปริมาณการผลิตเดือนกันยายน เพียงวันละ 1 แสนบาร์เรล เป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์หลายคนเห็นตรงกันว่า ทำให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เสียหน้า หลังลงทุนเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบีย

ปริมาณที่โอเปกพลัสประกาศจะเพิ่ม เทียบเป็นสัดส่วนความต้องการของโลกเพียง 0.1% ทั้งที่ทริปนายไบเดนไปแดนอาหรับเปิดทางให้มีการขายระบบขีปนาวุธป้องกันตนเองให้ซาอุฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ด้วยความหวังว่ามหามิตรจะเพิ่มปริมาณการผลิตมากขึ้น เพื่อช่วยเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐ

“ปริมาณดังกล่าวน้อยนิดมากจนเหมือนไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้ามองถึงมุมแสดงท่าทีทางการเมือง ก็เกือบจะเป็นการดูหมิ่นกัน” ราอัด อัลคาดิรี กรรมการผู้จัดการแผนกพลังงาน และความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ บริษัท ยูเรเซีย กรุ๊ป กล่าว

OPEC

ขอให้โฟกัส-ลดราคาน้ำมัน

การเพิ่มประมาณการผลิต 100,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นปริมาณที่น้อยที่สุด นับจากโอเปกเริ่มกำหนดโควตาการผลิตในปี 1982 (พ.ศ. 2525)

“นี่เป็นการเพิ่มปริมาณน้อยกว่าที่เคย แต่ก็ถือว่าขึ้น ผมคิดว่าเราน่าโฟกัสไปที่จุดสำคัญที่สุด นั่นคือการลดราคาน้ำมันให้ตลาดให้ได้ ซึ่งตอนนี้ลดลงไปต่ำกว่า 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนแล้ว” อะมอส ฮอชสไตย์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็น

พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้โอเปกเพิ่มปริมาณให้มากกว่านี้มาแล้ว ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

สำหรับโอเปกพลัส ที่ประกอบด้วยกลุ่มโอเปก และบวกพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันรายอื่น รวมถึงรัสเซีย เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2017 (พ.ศ. 2560) เพิ่มปริมาณการผลิตมาก่อนแล้ว จนอยู่ที่ 430,000-650,000 บาร์เรลต่อเดือน

แม้ว่าปริมาณดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการตัดลดอุปทานในช่วงล็อกดาวน์โควิดที่อุปสงค์หายไป แต่ทางกลุ่มโอเปกพลัสต้องเผชิญอุปสรรคในการผลิตตามเป้าหมาย เนื่องจากสมาชิกของกลุ่มต้องเหนื่อยหนักกับการผลิต เพราะการเสริมศักยภาพใหม่ในการผลิตยังมีการลงทุนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ยิ่งมาเจอสงครามรัสเซียบุกยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ การขาดแคลนอุปทาน ผลัดดันตลาดพลังงานให้ราคาสูงขึ้น พร้อมกับภาวะเงินเฟ้อ

ขอคืนดียามเงินเฟ้อพุ่ง

นายไบเดนเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนก่อน และเข้าพบมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอูด เพื่อคืนดีกันหลังจากสัมพันธ์ขุ่นมัวเมื่อ 4 ปีก่อนจากคดีนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวอิสระชาวซาอุฯ และคอลัมนิสต์สื่อดัง วอชิงตันโพสต์ ถูกสังหารในสถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบูล และหน่วยงานของสหรัฐชี้ว่ามกุฎราชกุมารทรงมีส่วนรู้เห็น

ช่วงเวลาของทริปมุ่งคืนดีดังกล่าว ตรงกับที่เงินเฟ้อสหรัฐทะยานสูงสุดในรอบ 40 ปี และนายไบเดนจึงหวังให้ซาอุฯ ผู้นำกลุ่มโอเปกเพิ่มปริมาณการผลิต เพื่อช่วยกดราคาพลังงานลง เมื่อวันอังคารที่ 2 ส.ค. รัฐบาลสหรัฐอนุมัติแผนขายระบบขีปนาวุธป้องกันตนเองมูลค่า 5,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.9 แสนล้านบาท แก่ยูเออีและซาอุฯ

แต่สุดท้ายกลับได้รับการตอบรับที่น้อยนิด จนหลายคนมองว่านายไบเดนทั้งเสียหน้าและเสียท่า ขณะที่ซีเอ็นเอ็นถึงกับพาดหัวว่า “เหมือนถูกตบหน้า”

ทั้งนี้ โอเปกพลัสจะประชุมครั้งต่อไปวันที่ 5 ก.ย. เพื่อหารือถึงการเพิ่มศักยภาพอย่างจำกัด สำหรับรองรับการชะงักงันของอุปทาน รวมถึงการขาดแคลนการลงทุนที่จะส่งผลต่อปี 2023 หรือพ.ศ. 2566 ที่ความต้องการใช้น้ำมันจะสูงขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...