โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไปสอบเนติ แบบชิล ๆ เค โคมูโระ หวานใจอดีตเจ้าหญิง มาโกะ ลุ้นรอบที่ 3

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ต.ค. 2565 เวลา 15.26 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2565 เวลา 18.24 น.

แม้ เจ้าหญิงมาโกะ จะผันไปเป็นสามัญชน และอยู่ไกลถึงอเมริกา แต่สื่อมวลชนยังติดตามทำข่าวอดีตเจ้าหญิงอยู่เป็นระยะ รวมถึง เค โคมูโระ หวานใจของหญิงสาวด้วย

ล่าสุด สื่อของญี่ปุ่น รายงานว่า หนุ่มโคมูโระ วัย 30 ปี สอบเนติบัณฑิตรัฐนิวยอร์กเป็นครั้งที่3 เพื่อเป็นทนายความ หลังจากสอบมา 2 ครั้งแล้วยังไม่ผ่านเสียที

ภาพและคลิปที่โคมูโระเดินเข้าออกจากศูนย์สอบArmory Track & Field ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันอังคารที่26 ก.ค. และพุธที่ 27 ก.ค. หลังจากสอบครึ่งวัน เผยแพร่ทั่วโลกสื่อโซเชียล

เค โคมูโระ

โคมูโระในชุดสบายๆ สวมเสื้อเชิ้ตปล่อยชายลายตาราง พับแขนเสื้อลวกๆ เห็นสายรัดข้อมือระบุว่าเป็นผู้เข้าสอบ กางเกงขาสั้นสีเขียวและรองเท้าผ้าใบสีดำ สะพายกระเป๋าผ้าใบ รวบหางม้าและสวมหน้ากากอนามัย

แม้ไม่มีหวานใจมาโกะเดินด้วย แต่กลุ่มสื่อมวลชนจำได้แม่นและเข้าไปห้อมล้อมขณะที่โคมูโระมองหารถอูเบอร์

โคมูโระตกเป็นเป้าสายตาของสื่อ หลังจากแต่งงานกับมาโกะ พระธิดาในเจ้าชายฟูมิฮิโตะและเจ้าหญิงคิโกะ เมื่อเดือน ต.ค. และสละฐานันดร

โคมูโระจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม เดือน พ.ค. ปี2021 และทำงานที่บริษัทกฎหมายโลเวนสไตน์ แอลแอลพี ในย่านแมนฮัตตัน ให้คำปรึกษาบริษัทและนักลงทุนด้านการเงิน การควบรวมกิจการและการเข้าซื้อกิจการ

เคยสอบเนติฯ นิวยอร์กครั้งแรกเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ก่อนแต่งงาน3 เดือน และสอบครั้งที่2 เดือน ก.พ. แต่ไม่สมหวัง ครั้งหลัง โคมูโระให้สัมภาษณ์ว่า ผิดหวังเหมือนกัน แต่จะมัวมองในแง่ร้ายไปตลอดไม่ได้

รัฐนิวยอร์กไม่จำกัดครั้งในการสอบซึ่งจัดขึ้นปีละ2 ครั้ง ดังนั้น จะสอบกี่ครั้งก็ได้ จอห์น เอฟ. เคเนดี จูเนียร์ ลูกชายคนเดียวของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคเนดี จูเนียร์และแจ็คเกอลีน เคนเนดี สอบเนติฯ นิวยอร์ก2 ครั้งไม่ผ่านและมาผ่านครั้งที่3

แต่การที่ยังสอบไม่ผ่าน ทำให้โคมูโระยังทำงานไม่ได้เต็มที่ จนมีข่าวว่า การใช้ชีวิตกับอดีตเจ้าหญิงมาโกะอาจไม่ราบรื่นเรื่องการเงิน

ก่อนย้ายมาเรียนด้านกฎหมายที่นิวยอร์ก โคมูโระเคยทำงานที่ธนาคารและร้านอาหารในญี่ปุ่น หลังจากพ่อเสียชีวิตเมื่อยังเรียนชั้นประถมและเติบโตมากับคาโย แม่เลี้ยงเดี่ยว

โคมูโระพบมาโกะในปี2013 ระหว่างเรียนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติคริสเตียน ชานกรุงโตเกียว ทั้งคู่หมั้นกันอย่างไม่เป็นทางการปี2017 และมีแผนแต่งงานเดือน พ.ย. 2018

แต่เกิดประเด็นอื้ออึงที่สื่อซุบซิบของญี่ปุ่นรายงานว่า แม่ของโคมูโระมีข้อพิพาทด้านการเงินเพราะไม่จ่ายเงินคืนให้อดีตคู่หมั้นของแม่35,000 ดอลลาร์ หรือราว1.1 ล้านบาท ทำให้โคมูโระถูกครหาว่าแต่งงานกับเจ้าหญิงเพื่อเงินหรือชื่อเสียงจึงต้องเลื่อนวันแต่งงานออกไป

ตอนนั้นโคมุโระออกแถลงการณ์ยาว24 หน้าอธิบายเรื่องเงินว่าเป็นของขวัญ ไม่ใช่เงินกู้ยืมและเขาจะจ่ายเงินคืน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าคืนเงินแล้วหรือไม่

แม้ต้องฝ่ามรสุม แต่โคมูโระและมาโกะมุ่งมั่นที่จะแต่งงานกันในปี2020

ตามกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่นบัญญัติให้สมาชิกราชวงศ์ชายเท่านั้นที่เสกสมรสกับสามัญชนได้ เจ้าหญิงมาโกะจึงต้องสละฐานันดรหลังแต่งงานกับโคมูโระและเพิ่งมีนามสกุลโดยใช้ชื่อว่า มาโกะ โคมูโระ รวมทั้งเพิ่งมีหนังสือเดินทางครั้งแรก เนื่องจากก่อนหน้านั้น ไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางเนื่องจากเป็นราชวงศ์

หลังแต่งงาน มาโกะออกจากวังอิมพีเรียล หากมีบุตรชายก็จะไม่ได้สืบราชสันตติวงศ์และมาโกะก็จะไม่ได้กลับมาเป็นสมาชิกราชวงศ์ได้อีก แม้ว่าหย่าแล้วก็ตาม

มาโกะและสามีทำตัวเงียบๆ อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์1 ห้องนอนและหาเงินใช้เองเพราะก่อนเดินทางมาสหรัฐฯ มาโกะไม่ขอรับเงินจากรัฐบาลประมาณ43 ล้านบาท หลังจากออกจากราชวงศ์

อดีตเจ้าหญิงญี่ปุ่นรับงานเป็นอาสาสมัครในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน แผนกแสดงศิลปะเอเชีย พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทันนครนิวยอร์ก ขณะนี้กำลังเตรียมจัดนิทรรศการภาพวาดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระสงฆ์ในศตวรรษที่13 ขณะเผยแผ่พุทธศาสนาในญี่ปุ่น

เจ้าหญิงได้ใช้ความรู้ตามที่ได้เรียนมาในสายศิลปะและมรดกวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยนานาชาติโตเกียว ก่อนที่จะศึกษาด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ มหาวิทยาลัยเอดินเบอระในสกอตแลนด์ และศึกษาระดับปริญญาโทด้านพิพิธภัณฑ์ศิลปะและหอศิลป์ มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ของอังกฤษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...