Forward สตาร์ตอัพฟินเทค สร้างองค์กรเป็นเซฟโซน ให้อิสระคนรุ่นใหม่
ให้อิสระกับพนักงานออกความคิดเห็น สามารถแต่งตัวแบบไหนมาทำงานก็ได้ ส่วนที่เวลาทำงานก็ยืดหยุ่น สามารถมาช่วงบ่าย แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องมีผลงาน เพราะเน้นผลงานเป็นหลัก
วันที่ 30 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า “ฟอร์เวิร์ด โฮลดิ้งส์” (Forward Holdings) สตาร์ตอัพฟินเทคสัญชาติไทยด้านบล็อกเชนและการลงทุน เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา โดยจากจุดเริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีพนักงาน 4 คน ปัจจุบันเติบโตมีพนักงานประมาณ 45 คน ซึ่งฟอร์เวิร์ดเป็นเหมือนชุมชนคนรุ่นใหม่ ที่ทุกคนมีเป้าหมายสร้างนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล และร่วมผลักดันบริษัทผงาดในเวทีโลก
นายชานน จรัสสุทธิกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอร์เวิร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทดำเนินการระดมทุนประมาณ 160 ล้านบาท (5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ) ในการระดมทุนรอบ pre-series A (พรี-ซีรีส์ เอ) ที่มูลค่า 1,600 ล้านบาท (50 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ) จากบริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ GBV Capital (จีบีวี แคปิทัล),
Genesis Block Ventures (เจเนสิส บล็อก เวนเจอร์), Varys Capital (แวรี่ แคปิทัล) เวนเจอร์ แคปิทัล ที่เน้นลงทุนด้านบล็อกเชนเทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก รวมถึงบริษัทเวนเจอร์ แคปิทัลในไทย อย่าง Primestreet Capital (ไพร์มสตรีท แคปิทัล) และบริษัท รัตนากรแอสเซท บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย
“ทุนจำนวนนี้เป็นทุนรอบแรก ที่เราจะนำไปพัฒนา Forward เพื่อปฏิวัติวงการการเงินในระดับโลก ด้วยการพัฒนาโปรดักต์ด้านการเงิน การลงทุนทางด้าน decentralized derivative exchange (ดีเซ็นทรัลไลซ์ เดริเวทีฟ เอ็กซ์เชนจ์) และ DeFi ผ่านทาง Forward Lab (ฟอร์เวิร์ด แล็บ) บริษัทเทค สตาร์ตอัพ ด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน”
4 พันธกิจของ Forward
ฟอร์เวิร์ด โฮลดิ้งส์ประกอบไปด้วย 4 พันธกิจหลัก ๆ คือ
1) Forward DEFI แพลตฟอร์มซื้อขายตราสารอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ บนตลาดคริปโตเคอร์เรนซีและดิจิทัลแบงกิ้งที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ Ethereum Virtual Machine (EVM)
2) Forward LABS เทคคอมปะนีที่เชี่ยวชาญด้านวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบ และสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยนำบล็อกเชนมาพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์ (creative innovation) ทั้งในอุตสาหกรรมการลงทุน การเกษตร ปัจจัยผลิตทางการเกษตร อสังหาริมทรัพย์ มาร์เก็ตติ้งเทคโนโลยี (MarTech) และอื่น ๆ
เกิดจากการรวมตัวของทีมนักพัฒนาด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน วิศวกรรม และการเงิน ที่มีความแข็งแกร่งในแต่ละด้านจากทุกมุมโลก มีเป้าหมายร่วมกันคือ การทำให้ประเทศไทยอยู่ในแถวหน้าของโลกในอุตสาหกรรมด้านบล็อกเชนและนวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
3) Forward ADVISORY แหล่งข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ตลาด เครื่องมือช่วยในการตัดสินใจเชิงเทคนิค (technical indicators) และคำแนะนำเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล
4) Forward FUND MANAGEMENT กองทุนคริปโตที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Forward ทำให้การลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่เรื่องยาก
“โลกในปัจจุบันแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี จะเห็นว่าบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกคือ กลุ่ม big tech (บิ๊กเทค) ซึ่งเราตั้งเป้าเป็นเทคคอมปะนีไทยที่ติดอันดับ 1-5 ของอุตสาหกรรมที่มีมาร์เก็ตแคปที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยที่พร้อมลงแข่งในสนามโลก ผมเชื่อว่าไทยมีศักยภาพมากที่จะเป็นเทคโนโลยีฮับของเอเชีย เรามีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือ dev ที่เก่งระดับสากล หนึ่งในนั้นคือ คุณปรมินทร์ อินโสม ที่มาเป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาเทคโนโลยีของ Forward LABS” นายชานนกล่าว
ฮับนักพัฒนาซอฟต์แวร์
นอกเหนือจากการพัฒนาโปรเจ็กต์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงแล้ว Forward ยังสนับสนุนและให้โอกาสแก่นักพัฒนารุ่นใหม่ เช่น การสนับสนุนงาน BarcampBKK (บาร์แคมป์บางกอก) งานประชุมกลุ่ม tech developer (นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และไอที) ในด้านเว็บแอปพลิเคชั่น โอเพ่นซอร์ซ โพรโทคอล โซเชียลซอฟต์แวร์ ดาต้า และอื่น ๆ ตลอดจนเปิดรับนักพัฒนาไฟแรงเข้าร่วมงานกับ Forward
นายชานนบอกว่า ต้องการสร้างให้ Forward Lab เป็นชุมชนของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (developer hub) ที่ทุกคนมีเป้าหมายในการสร้าง นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล และร่วมผลักดันให้เทคคอมปะนีสัญชาติไทยผงาดในเวทีโลก
“บริษัทจะเติบโตได้ต้องเริ่มจากคนในองค์กร พอสร้างทีมแข็งแกร่งแล้ว ถึงจะก้าวไปในตลาดได้ไกล และสามารถสร้างอีโคซิสเต็มให้โตได้ แต่ต้องบูรณาการสร้างคนไปพร้อม ๆ กันด้วย Forward เป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่ อายุเฉลี่ยของพนักงานอยู่ที่ 25-26 ปี
ตอนนี้มีพนักงานแบ่งเป็น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (dev) ประมาณ 35 คน นักค้นคว้าวิจัย (research) ประมาณ 4 คน นักการตลาดประมาณ 9 คน และพนักงานปฏิบัติการประมาณ 5 คน คนส่วนใหญ่ของเราได้มาจากการชักชวน เพราะการสรรหาคนสายเทคจากการประกาศงานค่อนข้างยาก ไม่มีคนมาสมัคร หรือคนที่สมัครมักเรียกเงินเดือนสูงมากเกินไป และคุณสมบัติไม่ตรงกับที่ต้องการ
คนที่เรามองหาต้องเป็นคนที่มีแพสชั่นสูง ไม่ใช่คนที่ทำงานไปวัน ๆ มาตอกบัตรเข้างานและรอเวลากลับบ้าน ต้องทำงานแบบคนที่ต้องการประสบความสำเร็จ สร้างผลงาน และต้องการก้าวหน้า ที่สำคัญต้องมี learning curve (เส้นแห่งการเรียนรู้) ที่สูง ชอบเรียนรู้ตลอดเวลาและเรียนรู้ไว เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว เพราะตลาดด้านเทคโนโลยีเป็นตลาดที่เร็ว”
วัฒนธรรมองค์กรในแบบของตัวเอง
นายชานนอธิบายว่า โลกเปลี่ยนเร็วมาก ผู้บริหารเองก็ต้องปรับตัว ต้อง unlearn ไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยเรียนรู้มาในอดีต และ relearn ต้องเรียนรู้สิ่งที่เคยรู้ด้วยมุมมองใหม่ ๆ ดังนั้น เราจึงสร้างวัฒนธรรม Forward ในแบบของตัวเองตามเหตุและผลที่เหมาะกับพนักงาน
“ส่วนการทำงานจะไม่ตีกรอบ แต่ผมจะอยู่ใกล้ชิดกับน้อง ๆ ตลอด เพื่อคอยให้คำปรึกษา ลดขั้นตอน เน้นกระบวนการทำงานที่รวดเร็ว และให้อิสระกับพนักงานในการออกความคิดเห็น พนักงานสามารถแต่งตัวแบบไหนมาทำงานก็ได้ นั่งทำงานตรงไหนก็ได้ เรามีทั้งโต๊ะทำงาน และพรมปูพื้นให้น้อง ๆ ใช้นั่งทำงาน ส่วนที่เวลาทำงานก็ยืดหยุ่นมาก โดยใหญ่น้อง ๆ จะมากันช่วงบ่าย แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องมีผลงาน เพราะเราเน้นที่ผลงานเป็นหลัก”
การทำงานร่วมกันเป็นทีม
ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ฟอร์เวิร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด และอาจารย์และนักวิจัยภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า Forward มีการทำงานร่วมกันเป็นทีม ให้อิสระพนักงานเต็มที่ แต่มีการประชุมสื่อสารกันตลอด โดยแบ่ง 2 ระยะ คือ รายเดือน และรายสัปดาห์
- รายเดือน แต่ละทีมจะมีการประชุมกันทุกปลายเดือน เพื่อพูดคุยว่ามีเป้าหมายอะไร และกระบวนการที่ต้องไปให้ถึงเป้าหมายมีอะไรบ้าง จากนั้นต้นเดือนแต่ละทีมจะนำแผนมานั่งคุยกันและทุกคนช่วยกันตัดสินใจ เปิดโอกาสให้ทุกคนออกความคิดเห็น
- รายสัปดาห์ มีกิจกรรม daily scrum มาพูดคุยถึงแผนรายบุคคลของแต่ละทีมว่าเมื่อวานทำอะไร วันนี้ทำอะไร และสรุปงานสั้น ๆ รวม 10 นาที
ส่วนการวัดผลทำกันเป็นรายเดือน โดยเริ่มแรกให้พนักงานตั้งเป้าหมายของตัวเอง และประเมิณผลงานของตัวเองโดยตนเอง แบ่งเป็นสัดส่วน 80% และอีก 20% ให้คนในทีมประเมิน โดยต้องบอกจุดดี จุดด้อยของแต่ละคน และบอกถึงปัญหาของการทำงานในทีม
ขณะที่ทีม research ทั้ง 4 คน ต้องวางแผนค้นคว้าวิจัยราย 6 เดือน ว่าจะค้นคว้าอะไรใหม่ ๆ บ้าง และทำการลงมือค้นคว้าหาสิ่งใหม่ ๆ ทุก 1 เดือน เพราะในโลกของเทคโนโลยีทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก จุดพลาดของเทคสตาร์ตอัพส่วนใหญ่คือ จดจ่อกับสิ่งที่ทำมากเสียจนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง ว่าคนอื่นหรือบริษัทอื่นทำอะไรอยู่ ดังนั้นจึงต้องให้ทีม research ค้นคว้าวิจัย ดูเทรนด์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ
ออฟฟิศที่เป็นยิ่งกว่าเซฟโซน
ดร.อุดมศักดิ์กล่าวด้วยว่า เมื่อบริษัทใหญ่ขึ้น ผู้บริหารต้องมองให้ออกว่าพนักงานแต่ละคนต้องการอะไร เน้นด้านเงินหรือการเติบโตด้านทักษะ Forward เองอยากรักษาพนักงานไว้นาน ๆ ซึ่งบริษัทจะสำรวจอัตราเงินเดือนในตลาดอยู่เสมอ จะให้พนักงานในอัตราที่เทียบกับตลาดได้ เพราะไม่อยากสูญเสียคนเก่ง ๆ ไปอยู่กับบริษัทอื่น
นอกจากนั้นสภาพแวดล้อมการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ มีการทำงานร่วมกันเป็นทีม เข้าอกเข้าใจกัน ทานอาหารร่วมกัน ก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่จะส่งเสริมศักยภาพการทำงานและทำให้การทำงานมีแต่ความสนุก
“เราต้องการให้ Forward มีออฟฟิศที่เป็นยิ่งกว่าเซฟโซน โดยตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของพนักงานด้วย flexible working hour พนักงานไม่จำเป็นต้องตื่นมาเผชิญรถติดในตอนเช้าและในตอนเย็น ซึ่งเป็นการดูดเวลาชีวิตมาก ๆ จึงให้พนักงานมาทำงานกี่โมงก็ได้ แต่น้อง ๆ ก็รับผิดชอบงานกันจนเสร็จและทันเวลา
การขยายขีดจำกัดการใช้ชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าพนักงานไปสังสรรค์ตอนกลางคืน เขาคงไม่อยากกลับบ้าน ห้าทุ่มแล้วบอกกับเพื่อน ๆ ว่า พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปประชุม ขอกลับก่อนนะ ในใจเขาคงคิดว่า ถ้ามีบริษัทให้นั่งดื่มได้ยันตี 3-4 แล้วตื่นมาทำงานบ่ายได้คงจะดี
การมีอะไรกินข้างกายก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่ Forward จึงจัดขนมให้พนักงานแบบจัดเต็ม มีคลาสแบ่งปันความรู้ทุกวันจันทร์ มีการป้องกันปัญหาออฟฟิศซินโดรมด้วยการใช้เก้าอี้คุณภาพระดับเวิลด์คลาสที่ดีต่อสรีระ”