โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุงสีเป็นเหตุ : จากพึ่งพาตะวันตก มาคบหาหุ้นส่วนเนื้อในที่ไว้ใจได้ (3)/การเมืองวัฒนธรรม เกษียร เตชะพีระ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 ก.ค. 2565 เวลา 01.53 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2565 เวลา 01.53 น.

การเมืองวัฒนธรรม

เกษียร เตชะพีระ

ลุงสีเป็นเหตุ

: จากพึ่งพาตะวันตก

มาคบหาหุ้นส่วนเนื้อในที่ไว้ใจได้ (3)

ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนกับรัสเซียในยุคจีนใหม่ปฏิรูปเปิดประเทศและรัสเซียหลังระบบคอมมิวนิสต์อิงสนธิสัญญาเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตรปี ค.ศ.2001 เป็นฐานซึ่งทำขึ้นในสมัยประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมินกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Xin Zhang, “‘Endonegous Drives’ with ‘No-Limits’ : Contrasting Chinese Policy Narratives on Sino-Russian Relations since 2014”, Russian Analytical Digest, 265, 19 March 2021, pp. 5-8)

หลักชี้นำความสัมพันธ์จีน-รัสเซียในสนธิสัญญาดังกล่าวคือหลักการ “สามไม่” อันได้แก่ “ไม่เป็นพันธมิตร (กันทางทหารแบบสมัยสงครามเย็น), ไม่ขัดแย้ง, ไม่พุ่งเป้าใส่ประเทศที่สามใด”

หลักดังกล่าวคล้องจองเคียงขนานไปกับหลักการ “สามไม่” ที่ชี้นำกำกับแนวนโยบายต่างประเทศจีนสมัยเติ้งเสี่ยวผิงโดยรวมอย่างไม่เป็นทางการ กล่าวคือ “ไม่เป็นพันธมิตร, ไม่แทรกแซง, ไม่ชี้นำ” หรือสรุปง่ายๆ

รวบรัดคือ “เป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่พันธมิตร”

ท่าทีเหล่านี้เริ่มขยับปรับเปลี่ยนหลังปูตินทำสงครามรุกรานยูเครนรอบแรกปี 2013/2014 และยึดครองคาบสมุทรไครเมียไป จนถูกฝ่ายตะวันตกเริ่มแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจการค้าในปี 2014

ปูตินหันมาต้อนรับ เอาใจจีนมากขึ้นตามแนวทางการทูต “ปักหมุดเอเชีย” ของรัสเซียที่ประกาศไว้เมื่อปลายปี 2013

นับจากนั้นมีการพบปะแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสองประเทศ ทำข้อตกลงสำคัญกันหลายฉบับ โดยเฉพาะประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้รับเชิญเป็นแขกเกียรติยศเพียงผู้เดียวในโอกาสงานฉลองชัยชนะเหนือนาซี ในสงครามโลกครั้งที่สองครบรอบ 70 ปีของรัสเซียที่กรุงมอสโกในปี 2015

ในการประชุมสุดยอดสองผู้นำปีนั้น ปูตินประกาศว่าโครงการริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ของจีนกับโครงการสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union) ของรัสเซียไม่ได้เป็นคู่แข่ง หากแต่เสริมเติมเต็มกัน นำไปสู่การลงนาม “ข้อตกลงหลอมรวมกัน” (conjugation deal) ของโครงการพัฒนาระดับภูมิภาคทั้งสอง

รัสเซียยังถ้อยทีถ้อยอาศัยเปิดทางให้บริษัทจีนถือหุ้นเพิ่มขึ้นในโครงการพลังงานสำคัญของตนและหนุนหลังการที่จีนพยายามประกาศตัวเป็น “รัฐใกล้อาร์กติก” (near Arctic state) โดยชอบด้วย

สี่ปีถัดมาใน ค.ศ.2018 ก็ถึงทีจีนโดนอเมริกาสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศสงครามการค้าและแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจเข้าบ้าง

บรรดานักวิชาการชาวรัสเซียผู้เชี่ยวชาญความสัมพันธ์จีน-รัสเซียพากันส่งสารบอกเพื่อนชาวจีนของตัวในทำนอง…อะฮ้า เห็นหรือยัง เราเตือนลื้อมานานแล้วว่าสิ่งที่เราโดน ลื้อจะโดนเองจนได้

แต่นั้นมา จีนก็เฝ้าจับตาดูและศึกษาสรุปบทเรียนจากประสบการณ์ต้านแซงก์ชั่นของรัสเซียว่ารัสเซียพัฒนาการทดแทนการนำเข้า (import substitution) ในบางภาคส่วนเศรษฐกิจได้สำเร็จบางระดับอย่างไร, แยกตัว (decoupling) ออกจากตลาดการเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐได้บางส่วนอีท่าไหน, จะดำเนินเศรษฐกิจแห่งชาติท่ามกลางภาวะแวดล้อมภายนอกทางเศรษฐกิจที่เป็นอริยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เช่นใดดี เป็นต้น พร้อมทั้งทำข้อตกลงทวิภาคีต่างๆ ที่โอนอ่อนผ่อนตามเงื่อนไขของรัสเซียมากขึ้น

น่าสังเกตว่าในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2020 คณะกรรมการประจำแห่งกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำเสนอยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ “ทวิหมุนเวียนในกับนอกประเทศ” (国内国际双循环) เพื่อปรับทิศทางเศรษฐกิจจีนใหม่ โดยให้ความสำคัญเร่งด่วนแก่ “การหมุนเวียนภายใน” (การบริโภคในประเทศ) ขณะที่ยังเปิดรับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ (หรือนัยหนึ่ง “การหมุนเวียนภายนอก”)

ต่อมาในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน เลขาธิการใหญ่สีจิ้นผิงของพรรคได้ทบทวนแก้ไขยุทธศาสตร์ดังกล่าวโดยเน้นย้ำให้ความสำคัญแรกสุดแก่ “การหมุนเวียนภายใน” อันได้แก่การขยายอุปสงค์ในประเทศ พุ่งเป้ารวมศูนย์ที่ตลาดในประเทศ ปรับปรุงสมรรถภาพนวัตกรรมของประเทศให้ดีขึ้น ลดการพึ่งพาตลาดภายนอก แต่ก็ยังเปิดต่อโลกภายนอกอยู่

ส่วนคำนิยามทางวิชาการของ “ทวิหมุนเวียน” คือการปรับดุลทางเศรษฐกิจใหม่ที่ขับดันโดยการบริโภคในประเทศเพื่อบรรลุการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Alicia Garc?a Herrero, “What is Behind China’s Dual Circulation Strategy”, China Leadership Monitor, 1 Septebmer 2021, https://www.prcleader.org/herrero)

ข้อเสนอนี้ก่อไห้เกิดวิวาทะอย่างเข้มข้นในจีน ในบรรดาหลากหลายการตีความแนวคิดนโยบายดังกล่าว อย่างน้อยมีฝ่ายหลักฝ่ายหนึ่งเห็นว่าคำเรียกร้องของเลขาฯ สีให้กระตุ้นหนุนเสริม “การหมุนเวียนภายใน” เป็นสัญญาณบอกให้จีนมุ่งพึ่งตนเองมากขึ้นเพื่อตอบรับสภาพตลาดภายนอกที่เป็นอริ ด้วยการเน้นข้อได้เปรียบที่จีนมีตลาดในประเทศอันใหญ่โตและศักยภาพการบริโภคมหึมาที่ยังไม่ได้นำออกมาใช้

ด้วยเหตุผลเดียวกัน ทางการจีนและแวดวงนโยบายก็แสดงความห่วงใยเพิ่มทวีขึ้นต่อการที่จีนพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นระบบเงินสกุลระหว่างประเทศมากเกินไป ถึงแก่นักการทูตอาวุโสจีนคนหนึ่งเรียกร้องให้ถือการเลิกใช้เงินสกุลดอลลาร์ (de-dollarization) เป็น “ประเด็นสำคัญที่สุดในเศรษฐกิจการเมืองโลกปัจจุบัน”

ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ประสบการณ์ของรัสเซียในการตอบโต้ด่านกีดขวางตลาดระหว่างประเทศด้วยการส่งเสริมทางเลือกในประเทศขึ้นมาทดแทน (เช่น แทนที่เครือร้านเบอร์เกอร์อเมริกัน McDonald’s ที่เลิกกิจการถอนตัวจากรัสเซียไปด้วยร้านเบอร์เกอร์ยี่ห้อ Vkusno-i Tochka หรือรสแซบจบนะ ของนายทุนรัสเซียเองhttps://www.itv.com/news/2022-06-12/inside-russias-tasty-mcdonalds-substitute)

รวมทั้งความเป็นไปได้ที่จีนจะประสานนโยบายเข้ากับรัสเซียกระทั่งแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ต่อตะวันตกร่วมกัน ทำให้ฝ่ายนำรัฐ-พรรคจีนมองการกระชับสายสัมพันธ์กับรัสเซียว่าเป็นทางเลือกที่ดึงดูดใจหรือแม้แต่จำเป็น

อเมริกาในฐานะแหล่งที่มาของภัยคุกคามร่วมกันได้ผลักดันจีนและรัสเซียให้ขยับเข้าใกล้กันยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นกระแสแนวทางการทูตใหม่ในจีน 2 กระแสที่ทดแทนหลักการ “สามไม่” แห่งสนธิสัญญาเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตรปี ค.ศ.2001 เดิม ได้แก่ :

– กระแสหลักการ “สามไม่” ใหม่ : นำเสนอโดยตัวแทนกระทรวงต่างประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ เช่น ไต้ปิ่งกั๋ว มนตรีแห่งชาติจีน, เล่ออวี้เฉิง รมช.ต่างประเทศจีน,หัวชุนหยิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ฯลฯ เพื่อปลดเปลื้องข้อจำกัดเหนี่ยวรั้งของหลักการ “สามไม่” เดิมออกไป (ไม่เป็นพันธมิตร, ไม่ขัดแย้ง, ไม่พุ่งเป้าใส่ประเทศที่สามใด)

โดยนำเสนอ “ความสัมพันธ์แบบใหม่ระหว่างมหาประเทศ” ซึ่งยกระดับเหนือกว่าแค่ความเป็นพันธมิตรกันทางทหารด้วยซ้ำไป ดังที่ รมว.ต่างประเทศจีน หวังอี้ ให้สัมภาษณ์เมื่อ 2 มกราคมศกก่อน เสนอหลักการ “สามไม่” ใหม่ โดยย้ำยืนยันว่าความร่วมมือจีน-รัสเซียทางยุทธศาสตร์นั้น “ไม่มีขีดจบจำกัด ไม่มีพื้นที่ต้องห้ามและไม่มีเพดานเบื้องบน” (没有止境,没有禁区,没有上限 http://www.xinhuanet.com/world/2021-01/02/c_1126937927.htm)

– กระแสหลักการ “แรงดันจากเนื้อใน” หรือ “เนื้อใน” : นำเสนอโดยแวดวงวิชาการและสถาบันคลังสมองด้านนโยบายของจีนดังที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเอ่ยถึงมันเป็นครั้งแรกในคำกล่าวกับนายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟ ของรัสเซียเมื่อปี 2015 ว่า

“มีทั้งฉันทามติการเมืองอันแข็งแกร่ง แรงหนุนมติมหาชนอันเข้มแข็ง และแรงขับดันจากเนื้อในอันแข็งแรงเพื่อพัฒนาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์จีน-รัสเซียอันกว้างขวาง”

ประธานาธิบดีสียังกล่าวย้ำเรื่องนี้ในคำสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีปูตินเมื่อปี 2020 ว่าความสัมพันธ์จีน-รัสเซียมี “พลวัตเนื้อใน” อันแข็งแรงและค่านิยมอิสระที่ไม่สะทกสะท้านกับความเปลี่ยนแปลงในเวทีระหว่างประเทศและไม่ถูกรบกวนจากปัจจัยอื่นๆ

นัยของกระแสหลักการ “เนื้อใน” นี้ดูเหมือนจะมุ่งให้เป็นกลไกปรับแก้ถ่วงดุลในตัวเพื่อผู้กำหนด นโยบายฝ่ายจีนในความสัมพันธ์กับรัสเซียสามารถชักเท้าถอยหนึ่งก้าวจากกระแสหลักการ “ไม่มีขีดจบจำกัด” ได้ในยามจำเป็น (เช่น ในสงครามรัสเซียรุกรานยูเครนปัจจุบัน) มันสะท้อนท่าทีตรงไปตรงมาและเยือกเย็นกว่ากระแสแรกในแวดวงผู้เชี่ยวชาญนโยบายของจีน โดยเน้นสิ่งไม่พึงทำ (แบบหลักการ “สามไม่” แต่เดิม) เพราะจีนกับรัสเซียก็มีความแตกต่างกันอยู่ทั้งในแง่มุมมองปัญหาสากล ผลประโยชน์ที่แผกต่าง ห่วงใยปฏิกิริยาของฝ่ายที่สามไม่เหมือนกัน กระทั่งแก่งแย่งแข่งขันกันในนโยบายบางด้านที่สำคัญ

ในท่ามกลางโลกที่ซับซ้อนหลากฝักฝ่ายหลายมิติเช่นนี้ จีนกับรัสเซียจึงไม่จำต้องดำเนินนโยบายที่สมมาตรกันอย่างสมบูรณ์แบบ หรือคาดหมายให้อีกฝ่ายฝักใฝ่เข้าข้างเดียวกับตัวในนโยบายทุกเรื่อง ต่างก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องตกอยู่ในภาวะอิหลักอิเหลื่อ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ก็แตกหักกัน เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียมีพื้นฐานที่แข็งแรงและยั่งยืนยิ่งขึ้นนั่นเอง

ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและการทูตจีนเป็นเช่นนี้ แต่ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจของจีนและโลกไม่แน่ว่าจะคล้อยตามรับลูกไปด้วย…

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...