โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกเสมือน กรณีศึกษา “แคมฟร็อก” - JPW

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 03 พ.ค. 2565 เวลา 05.00 น. • JPW

‘CAMFROG’ AS Virtual World

ผมเผยแพร่บทความเกี่ยวกับ “โลกเสมือน” อยู่หลายบทความ เพราะส่วนตัวมีความคิดเห็นว่า ในยุคที่ใกล้เข้ามานี้เราเกือบทุกคนต้องเผชิญ และอยู่ร่วมกับโลกเสมือน ทั้งแบบเต็มใจ หรือไม่เต็มใจก็ตาม

โดยเราทั้งหลายจะโดนหลอมรวมเข้ากับระบบแห่งโลกเสมือน แห่งระเบียบโลกยุคใหม่ ในยุคที่อาจกล่าวได้ว่าเป็น ยุคแห่งการปฏิวัติข้อมูลข่าวสาร เพื่อเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีข้อมูลและข่าวสารเต็มรูปแบบ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า ‘อินโฟเทค’ (Information Technology)

และเพื่อให้เราจะได้รู้จักรูปแบบของโลกเสมือนขึ้นมาอีกสักหน่อย ผมจึงอยากนำลักษณะและรูปแบบแพรตฟอร์มที่มีอยู่จริง และพอจะเป็นตัวอย่างให้เรียนรู้ได้มา ชวนอ่าน ชวนคิด ชวนคุย นั่นคือ “แคมฟร็อก” (Camfrog)

จริงอยู่ที่ Metaverse ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ออกตัว อย่างยิ่งใหญ่อลังการ และสร้างภาพแห่งโลกเสมือน ไว้แบบเบิ้มๆ แต่เวลาผ่านไปเกือบ 7 เดือน เอาเข้าจริงๆวันนี้ ถ้าให้คนทั่วไปอธิบายถึงคำว่า Metaverse คืออะไร? ก็ยังพากันจับต้นชนปลาย ชนยอดกันไม่ค่อยถูก ยังออกอาการสับสน ปน อลหม่านในความคิด และไม่เข้าใจกันอยู่เนื่องๆ

ผมจึงเลือกที่จะมาเรียนรู้ความเป็น “โลกเสมือน” จาก แพลตฟอร์ม ‘แคมฟร็อก’ เพราะอย่างน้อยผมยังมีความคุ้นชิน จนถึงเคยมีประสบการณ์ร่วม และ แคมฟร็อก ยังพิสูจน์ตัวเองในการยืนหยัดมาได้ ในกระแสแห่งโลกออนไลน์ได้อย่างเข็มแข็ง ในขณะที่แพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นมาในยุคเดียวกันนั่นได้ล้มหายตายจาก ไปเกือบหมด

“แคมฟร็อก” (Camfrog) พัฒนาขึ้นมาและมี บริษัท แคมแชร์ (Camshare) เป็นเจ้าของ โดยผู้ใช้สามารถ แลกเปลี่ยนภาพจากเว็บแคม และเสียงผ่านทางอินเตอร์เน็ต โปรแกรมนี้สามารถใช้เป็นการประชุมออนไลน์ได้หลายคนพร้อมๆกัน

และแคมฟร็อกนั่นมีจุดเด่นที่แตกต่างจากแพรตฟอร์มทั่วไปนั่นคือ ผู้ใช้สามารถที่จะใช้โปรแกรมบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้ ในปัจจุบันมีการใช้งานที่หลากหลาย และพัฒนาจนเป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบนสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก กิจกรรมมีทั้งการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด การแสดงวีดีโอหลากหลายทั้งการท่องเที่ยว กีฬา ภาษา วัฒนธรรม ฟังเพลง การเล่นเกมหรือแม้แต่การโชว์เซ็กซี่ และการแสดงกิจกรรมทางเพศออนไลน์!

ทำไม “แคมฟร็อก” จึงเป็น โลกเสมือน ? เพื่อนๆ คงเกิดคำถามนี้ขึ้นในใจว่าทำไมผมจึงคิดว่า แพลตฟอร์ม แคมฟร็อก นั่นเป็นโลกเสมือน และควรค่าที่จะศึกษา

เพราะที่ผ่านมาภาพจำ ของ แคมฟร็อก นั่นค่อนไปทางแง่ลบ เนื่องจากข่าวเกี่ยวกับภาพ และไลฟ์สดที่เกิดขึ้นในแคมฟร็อก จะออกไปในทางลามก อนาจาร เปลือยกายล่อนจ้อน แต่ในการที่จะศึกษาเรื่องใดๆให้เห็นความแตกต่างจากแง่มุมเดิมๆ ผมอยากให้เปิดใจกว้างๆ เพราะ “ในดีมีเสีย และในเสียย่อมมีดี”

ในการจะมองว่าลักษณะแบบไหนกันที่จะเรียกได้ว่า “โลกเสมือน” วิธีการที่พื้นฐานที่สุดคือการนำมาเทียบเคียงกับ “โลกจริง” ที่เป็นอยู่ สิ่งที่เทียบได้ชัดเจนคือ “ระบบสังคม” หากจะเรียกว่า ที่แห่งนั่นเป็นโลกเสมือนได้เต็มปาก ที่แห่งนั่น ย่อมต้องมี “ระบบสังคมเสมือน”(Virtual Society) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การจะให้คำนิยามคำว่า “ระบบสังคม” นั่นประกอบด้วยอะไรบ้าง คงจะถกกันอย่างไม่จบไม่สิ้น ผมจึงขอวางกรอบไว้แบบคร่าวๆ อาจจะดูตื้นเขิน และไม่ครอบคลุมในทุกมิติของสังคม แต่เพื่อจุดประสงค์ให้เห็นภาพแบบชัดเจน ไม่ยืดยาน เยิ้นเย่อจนเกินไป ผมจึงมองว่า สังคมนั่นประกอบไปด้วย คำ 3 ก. นั้นคือ “กิน กาม เกียรติ”

ในระบบสังคมไม่ว่าจะโลกจริง หรือ โลกเสมือน ย่อมมี 3 คำนี้ ผสมปนเป ผูกรัด เชื่อมร้อยโยงใย จนแยกกันไม่ขาด เรามาพิจารณาดูว่า ในแพลตฟอร์ม แคมฟร็อก มี 3 คำนี้ปรากฏอยู่บ้างหรือไม่ ซึ่งถ้ามีตามนี้ก็อาจกล่าวได้ว่า แคมฟร็อก นั่นก็คือโลกเสมือน ที่เกิดขึ้นมาก่อน Metaverse ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เสียอีก

“กิน” ในที่นี้ไม่ได้หมายความตรงตัวแบบโต้งๆ โดยไม่ต้องตีความ แต่ผมกำลังให้คำนี้เป็นตัวแทน ของการบริโภค เศรษฐกิจ การตลาด และการเงิน ซึ่งสังคมจะขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้แน่นอน

สิ่งที่น่าสนใจ คือในแคมฟร็อก มีระบบพวกนี้อย่างชัดเจน ของที่เป็นแค่คลื่นสัญญานดิจิตอล สามารถสร้างมูลค่าและซื้อขายกันด้วยเงินจริง ในราคาที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว เช่น เราสามารถจ่ายเงินเพื่อเพิ่ม “การส่อง” (คำที่ใช้แทนพฤติกรรมเปิดกล้องเข้าไปดูผู้ที่เราสนใจ) ผู้อื่นในหลายๆจอด้วยกัน หรือที่ ชาวกบ (คำที่ใช้เรียกคนที่อยู่ในสังคมแคมฟร็อก) รู้จักกันในชื่อ โค้ด 100 จอ

เพราะปกติเราสามารถส่องผู้อื่นได้ครั้งละ 1 จอเท่านั่น หรือ การจัดกิจกรรมโชว์พิเศษ ที่ผู้จ่ายเงินเท่านั้นที่จะมีสิทธิเข้าถึงกิจกรรมพิเศษได้ หรือ การยิงโฆษณาสินค้า ผลิตภัณฑ์ และธุรกิจของตนเอง

ผ่านหน้าห้องแชทรวมของห้องนั่นๆ ซึ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายค่าการตลาดนั่นๆให้แก่เจ้าของห้อง

หรือบางทีเจ้าของห้องซื้อพื้นที่เซิฟเวอร์มาจากบริษัทแม่ เพื่อมาทำการตลาดและหาประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบจากพื้นที่เสมือนดังกล่าว และยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่ถือว่าเป็นระบบเศรษฐกิจใน แคมฟร็อก ทั้ง การอัพเกรดไอดี การซื้อขายไอเทม จนถึงขั้นสามารถซื้อขายไอดีกันได้ ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสนก็มี

สิ่งที่น่าสนใจคือ ทำไมมีคนมากมายยอมจ่ายเงินให้กับแค่คลื่นสัญญานดิจิตอลที่ไม่มีตัวตนเหล่านี้ อาจเป็นเพราะว่า สิ่งไม่มีตัวตนเหล่านี้ ทำให้เขาเหล่านั่น มีตัวตนขึ้นมาใน โลกอีกใบหนึ่ง นั้นเอง

ตัวอย่างเศรษฐกิจ ในแคมฟร็อก

การซื้อขายไอเทม : มงกุฎ คบเพลิง เพชร โดยเราจะซื้อกี่อันก็ได้ยิ่งมีมากและนำมาติดที่ชื่อไอดีเรา จะได้สิทธิสถานะมีชื่ออยู่ในลำดับต้นๆของห้อง

การซื้อขายชื่อไอดี : ถ้าเราตั้งชื่อไอดี มีตัวอักษรยิ่งน้อย ยิ่งสั้น ราคายิ่งแพง เพราะจะทำให้เราอยู่ในลำดับต้นๆของห้อง เช่น ชื่อ J จะแพงกว่า JPW เป็นต้น

สีของชื่อ มีมูลค่าและราคาที่แตกต่างกัน เช่น ไอดีชื่อที่เป็นสีเขียว จะเล่นได้เพียง 1 ห้อง / สี ม่วง เล่นได้ 2 ห้อง พร้อมกัน / สีทอง(แพงสุด) เล่นได้ 5 ห้อง พร้อมกัน ซึ่งห้องที่แตกต่างกันเปรียบเหมือนต่างกลุ่มสังคมกัน และแต่ละห้องก็มีเจ้าของห้อง คนละคนกันด้วย

“กาม” ในที่นี้นอกจากความหมายเกี่ยวกับแง่มุมเรื่องเพศแล้ว ผมยังให้คำนี้แทนนิยามความหมายอื่นๆในสังคมด้วย ไม่ว่าจะเป็นความลุ่มหลงและสิ่งเสพติด มัวเมา กิเลสตัณหา ความอยากได้อยากเป็น การนินทา และชมเชย ความสนุกสนาน ความหวาดระแวง ความจริงใจและหลอกลวง การเศร้าเสียใจ และดีใจ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีอยู่ในระบบสังคม

และแน่นอนเมื่อเรามาพิจารณา แคมฟร็อก แล้วก็จะพบสิ่งเหล่านี้ปรากฎอย่างเด่นชัด ไม่แตกต่างไปจากสังคมในโลกแห่งความจริงเลย เช่น แคมฟร็อก สามารถเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรสนิยมได้หลากหลายตอบสนองเรื่องกามรมณ์ ได้อย่างถึงพริกถึงขิง

ไม่ว่าจะโชว์เซกซี่ สยิวหัวใจ โดยให้สรรพนามผู้หญิงที่มาโชว์ว่า “นางฟ้า” และให้สรรพนามผู้ชายว่า “พี่เทพ” และถ้ามีการโชว์กิจกรรมทางเพศแบบออนไลน์ ก็จะเรียกกันว่า “คู่เทพ” อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงเพศสภาพอื่นๆ ทั้งแบบชายรักชาย หรือหญิงรักหญิง แบบทั่วถึงในลักษณะที่คล้ายๆกันนี้ด้วย

อีกส่วนที่น่าสนใจคือ แคมฟร็อก สามารถสร้างอารมณ์ร่วม ในรูปแบบกลุ่มได้เหมือนระบบสังคมจริง ตัวอย่างเช่น ถ้าในห้องๆหนึ่งไม่ชอบผู้เล่นคนใด ผู้เล่นคนอื่นๆมักมีการพูดคุย และนินทากันแบบออนไลน์ และอาจมีปฏิกิริยาต่อผู้นั่นอย่างชัดเจน เช่น ถ้ามีคนเป้าหมายที่ในกลุ่มไม่ชอบ ลอคอินเข้ามาในห้อง คนในกลุ่มก็จะทยอยออกจากห้องนั่น แล้วเปลี่ยนไปเล่นยังห้องอื่นแทน หรืออาจจะออฟไลน์ออกจากเซิฟเวอร์ไปเลย

สิ่งผิดกฎหมาย การซื้อขายอาวุธ ยาเสพติด และบริการทางเพศ มีอยู่ใน แคมฟร็อก !! อาจจะมองว่าผมใส่ร้ายแพลตฟอร์มนี้เกินไปไหม แต่จริงๆแล้วนี้คือสิ่งที่ผมชอบที่สุดในการเรียนรู้ และได้สังเกตการณ์แคมฟร็อก

เพราะลองคิดดูให้ดีๆ แบบนี้สิ คือสิ่งที่ไม่ใช่ภาพฝันแบบ Metaverse แบบนี้สิคือสิ่งที่โครตจะเรียล แบบนี้สิมันถึงจะเหมือนกับสังคมในโลกจริงอย่างที่เราใช้ชีวิตอยู่ มันต้องแบบนี้สิ!! ต้องมีสิ่งพวกนี้อยู่ถึงจะได้เรียกว่าเป็น “โลกเสมือน” ไม่ใช่โลกแห่งอุดมคติ

“เกียรติ” ในทุกสังคม และทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา สิ่งที่ผมคิดว่าไม่มีอยู่จริงนั่นคือ “ความเสมอภาคที่แท้จริง”

ในทุกยุคทุกสมัยลำดับชั้นของมนุษย์ไม่เคยจางหายไป เพียงแค่จะแสดงออกมาในรูปแบบใดแค่นั้นเอง คำว่า “เกียรติ” ในที่นี้ผมให้เป็นตัวแทนของชนชั้น อำนาจ ผู้ควบคุมกฏ และตัวบทกฏเกณฑ์ การยอมรับ และสถานะทางสังคม

ในสังคมเสมือน บนแคมฟร็อก แสดงรุปแบบลักษณะดังกล่าวออกมาได้อย่างน่าสนใจ อย่างผู้ควบคุมกฎนั่นเป็น เจ้าของห้อง หรือแอดมินของห้องที่มีสิทธิที่จะเตะผู้เล่นหรือไอดีที่มาป่วนหรือมาสร้างความน่ารำคาญในห้องได้ แต่ก็ต้องจัดการอยู่บนหลักการและเหตุผลที่สมควรเพราะยามที่ลงโทษ ผู้ที่อยู่ในห้องก็สามารถเห็นได้ถึงการจัดการดังกล่าวด้วย

หรือการให้อำนาจในการพูดหรือการยกไมค์ให้ผู้ใดพูดได้นั่นเป็นอำนาจและสิทธิขาด ของแอดมินหรือดีเจที่ทำได้ เนื่องจากแต่ละห้องนั่นผู้พูดออกเสียงไมค์ได้มีได้เพียงแค่ครั้งละ 1 คนเท่านั้น

และผู้ได้รับสิทธิพิเศษเหล่านี้จะได้รับการยอมรับจากสังคมในห้อง ว่าเจ๋ง ว่าคูล ว่าเท่ห์ หรือมีความสามารถ ก็แล้วแต่จะปลื้มกันไป ทำให้สถานะของคนเหล่านั่นโดดเด่นยิ่งขึ้น และเป็นที่สนใจของคนอื่นๆที่ร่วมอยู่ในห้อง จนอยากรู้จักหรือมีปฎิสัมพันธ์ด้วย

ไม่แตกต่างจากในสังคมจริงที่เราอยากจะรู้จักหรือสร้างคอนเนคชั่นกับ นายทุน นักการเมือง หรือตำรวจ และ ตุลาการ

อำนาจ ชนชั้น และบารมี ในแคมฟร็อก ผมเคยมีโอกาสได้คุยกับรุ่นน้องที่เล่นแคมฟร็อกมาหลายปี ข้อมูลที่น่าสนใจคือผมถามเขาว่าคนที่กุมอำนาจ และมีบารมีมากสุดในห้องคือกลุ่มผู้คุมกฎ ซึ่งหมายถึงเจ้าของห้อง แอดมิน และดีเจใช่ไหม

คำตอบคือ สำหรับตัวเขานั่นไม่ใช่ เขาคิดว่า คนที่มีชื่ออยู่ในลำดับแรกสุดในห้องต่างหากที่ดูมีอำนาจ บารมี และน่ากลัวที่สุด

เพราะถ้าสามารถมีตำแหน่งชื่อไอดีขึ้นลำดับแรกในห้องได้นั่น เขาต้องเป็นคนที่มีไอเทมที่ดีที่สุดในห้องไม่ว่าจะเป็นมงกุฎหรือจำนวนคบเพลิง เขาต้องมีชื่อไอดีที่สั้นที่สุดในห้อง และสีของชื่อไอดีของเขาต้องเป็นสีที่แพงที่สุดในห้อง เหล่านี้เขาต้องจ่ายเป็นเงินหลักหลายหมื่น จนถึงหลักเป็นแสนๆเพื่อให้ได้สถานะตำแหน่งนั่นมา

และรุ่นน้องผมยังบอกอีกว่า ตัวเขาเองกลัวแม้กระทั้งที่จะกดเข้าไปส่องดูกล้องคนระดับตำแหน่งนั่นแม้จะอยากรู้แทบขาดใจว่าเขาคนนี้เป็นใครและหน้าตาแบบไหน

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในยุคนี้นั่นถือได้ว่าเป็นยุคแห่งทุนนิยม (Capitalism) คือผู้มีทุน และมีกำลังแห่งเงินตราเป็นใหญ่ สิ่งนี้มันก็ได้ส่งจากโลกจริง ผ่านคลื่นแห่ง ดิจิตอล เข้าไปก่อรูปก่อร่างสร้างบทบาท ในโลกเสมือน ไม่แตกต่างกัน

สิ่งที่น่าสนใจ คือ อำนาจเหล่านี้เกิดขึ้นจากแค่ภาพดิจิตอล และสีของตัวหนังสือที่เปลี่ยนไป แต่กลับแผ่ความรู้สึกถึงการมีอำนาจ ความกลัว และการยอมรับ จนถึงต้องเคารพลงไปถึงจิตใจของผู้คนได้ ซึ่งถ้ามาพิจารณากันดีๆแล้ว ถ้ามันสามารถมีผลกระทบต่อความรู้สึกและจิตใจได้ขนาดนี้ แล้วมันจะต่างอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในโลกแห่งความจริงกันเล่า

สิ่งที่ แคมฟร็อก ดูจะมีลักษณะเป็น โลกเสมือน มากกว่าแพรตฟอร์มอื่นๆ เพราะ มิติแห่งสังคมในแคมฟร็อก มีความลึกลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อนมากกว่า ถ้าเทียบกับ facebook ถึงจะมีกลุ่มสังคมเหมือนกันแต่มันก็ไม่ได้ผู้พันซับซ้อนครบเครื่องเหมือนในแคมฟร็อก ส่วนใหญ่มักจะเน้นไปทางขายของเสียมากกว่า

หรืออย่าง Line หรือ Wechat ก็ออกจะเน้นไปทางปฏิสัมพันธ์แค่ระดับปัจเจกมากกว่า ถึงจะมีการสร้างกลุ่ม เช่นใน กลุ่มไลน์ ที่นิยมกัน ส่วนมากสมาชิกในกลุ่มก็มักจะเป็นไปในแบบตายตัว รู้จัก รู้หน้ากันมาก่อน เช่น กลุ่มที่ทำงาน กลุ่มเพื่อนสมัยเรียน หรือกลุ่มญาติ ในระดับแบบนี้อาจถือได้ว่าเป็นแค่ “ชุมชน” ยังไม่ถึงขั้นจะเป็นระบบสังคม

ซึ่งแตกต่างจากแคมฟร็อก ที่จะมีคนใหม่ๆเปลี่ยนหน้าตา หรือคนเดิมแต่เปลี่ยนไอดีเข้ามาส่องสืบ แอบในหลืบมองมาในห้อง กันแบบซับซ้อนเพื่อจุดประสงค์บางอย่างตลอดเวลา

การเรียนรู้จาก แคมฟร็อก ทำให้เราได้เห็นภาพของโลกเสมือน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ว่าโลกเสมือนที่ว่าจะมาด้วยเวอร์ชั่นที่มหัศจรรย์พันลึก สุโค่ย สุดติ่งขนาดไหน แต่สิ่งที่ผมมั่นใจได้คือ ภายในนั้น ยังคงผสมปนเปไปด้วย “กิน กาม เกียรติ” อย่างแน่นอน

เพียงแค่มันไม่ได้ไหลเวียนอยู่ท่ามกลาง ฟ้า ฝน ลม อากาศแห่งความจริง แต่ไหลเวียนอยู่ในกระแสธารแห่งข้อมูลข่าวสารแบบดิจิตอล ที่ร้อยเรียงส่งผ่าน ด้วยใยแก้วนำแสงและคลื่นสัญญานดาวเทียม

การมีความเข้าใจถึงความเป็นโลกเสมือน เพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย เพื่อจะได้เป็นดั่ง เครื่องจีพีเอสนำทาง ยามที่มันมาเดินเคียงบ่าเคียงไหล่เรา ราวกับเพื่อนสนิท ราวกับเป็นเงาตามตัว เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวอยู่ร่วม และตักตวงหาผลประโยชน์จากมัน จากโลกที่เราเรียกว่า “โลกเสมือน” ได้แบบไม่เสียเปรียบและขาดทุน / JPW

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...