วิกฤตฮอร์มุซสะเทือนตลาด! ดาวโจนส์ร่วงหนัก เงินเฟ้อเสี่ยงเร่ง
#ทันหุ้น-ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงแรง โดยดัชนี Dow Jones ร่วงลงกว่า 700 จุด ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจลุกลาม แรงกดดันสำคัญมาจากคำแถลงของผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ระบุว่า จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกดดันฝ่ายตรงข้าม พร้อมเตือนว่าฐานทัพของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางอาจตกเป็นเป้าหมายโจมตี หากยังคงดำเนินการต่อไป ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ตลาดเริ่มกังวลว่าราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทั้งอายุ 2 ปี และ 10 ปี ปรับตัวขึ้น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ยังกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่ามาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐอย่างดัชนี PCE ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนกลับมากังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกันมีรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกเชื้อเพลิงในน่านน้ำตะวันออกกลาง ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน และอาจผลักดันเงินเฟ้อในยุโรปให้กลับมาเร่งตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและพลังงานจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ข้อมูลจากตลาดการเงินยังสะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มปรับมุมมองต่อนโยบายการเงินของ European Central Bank (ECB) โดยคาดว่าอาจเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากก่อนเกิดความตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลดลงในช่วงเช้า โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลดลงในช่วงเช้า โดย International Energy Agency (IEA) ออกมาเตือนว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอลอาจส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเผชิญภาวะชะงักงันด้านอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ รายงานระบุว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียได้ลดกำลังการผลิตรวมกันลงอย่างน้อย 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 10% ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าความตึงตัวของอุปทานอาจกดดันราคาพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะพักฐาน หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในประเทศยังมีสัญญาณเชิงบวกจากความชัดเจนทางการเมืองที่เริ่มเพิ่มขึ้น หลังมีความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลและการเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงตำแหน่งรองประธานสภา ซึ่งหากราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับสูงควบคู่กับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า อาจทำให้เงินเฟ้อในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อในลักษณะนี้ถือเป็นแรงกดดันจากต้นทุน (Cost-Push Inflation) ซึ่งอาจส่งผลลบต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคอาจชะลอลง
วันนี้มุมมอง GOLD Online Futures (GOH26) indicators ระบุดังนี้ PBC (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม และ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน วันนี้มีทิศทาง Sideway ดังนั้น จึงมองว่าระยะสั้นภายในวันยังคงเป็น Sideway