SCN รุกพลังงานหมุนเวียน ลุยไบโอแก๊สปาล์มน้ำมัน
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 14.07 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 07.07 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - SCN ดันบริษัทลูก “สแกน ชีวาแก๊ส” เซ็น MOU กับ บางสวรรค์ น้ำมันปาล์ม พัฒนาโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานปาล์มน้ำมัน ต่อยอดพลังงานหมุนเวียน แปรของเสียเป็นพลังงานทดแทน หนุนธุรกิจพลังงานทางเลือกของบริษัท โดยโครงการมีอายุสัญญา 25 ปี
นายธัญชาติ กิจพิพิธ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN เปิดเผยว่า บริษัท สแกน ชีวาแก๊ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท บางสวรรค์ น้ำมันปาล์ม จำกัด เพื่อร่วมพัฒนาโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตปาล์มน้ำมัน โดยมีเป้าหมายในการนำของเสียจากภาคอุตสาหกรรมมาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทน และยกระดับการบริหารจัดการพลังงานในภาคอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ บริษัท สแกน ชีวาแก๊ส จำกัด จะนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานของกลุ่มบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) มาพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตปาล์มน้ำมันเพื่อผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ (Biogas) ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรที่เกิดจากกระบวนการผลิต รวมทั้งแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากโรงงานน้ำมันปาล์มอย่างเป็นระบบ ส่งผลต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
“ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของกลุ่ม SCN โดยการนำความรู้และประสบการณ์ด้านพลังงานของบริษัทฯ มาพัฒนาโครงการก๊าซชีวภาพจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจพลังงานทางเลือกของบริษัทในอนาคต และสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศไทย” นายธัญชาติ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัท บางสวรรค์ น้ำมันปาล์ม จำกัด เป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในภาคใต้ที่มีประสบการณ์ด้านการดำเนินงานโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน โดยความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัทในครั้งนี้มีอายุตามสัญญาโครงการ 25 ปี ซึ่งการนำน้ำเสียจากโรงงานมาแปรรูปเป็นก๊าซชีวภาพ จะช่วยต่อยอดการนำทรัพยากรจากภาคอุตสาหกรรมมาพัฒนาเป็นพลังงานทางเลือกและเปิดโอกาสในการต่อยอดโครงการพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมในอนาคต