โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

VetSynova ตั้งเป้ารายได้ปี 69 ทะลุ 700 ลบ. โตเกือบ 70% ชู 6 กลยุทธ์ เปิดแคมเปญ “Family Bonding Time” ดูแลด้วยรักตามหลักสัตวแพทย์ดึง “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” พรีเซนเตอร์ใหม่เสริมพลังแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก

TODAY

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 04.58 น. • TODAY

เว็ทซินโนว่า(VetSynova) ผู้นำนวัตกรรมสัตวแพทย์เพื่อครอบครัว ประกาศความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจปี2568 ด้วยรายได้รวม420 ล้านบาทสูงกว่าเป้าที่วางไว้ พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี2569 เติบโตขึ้น67% ขับเคลื่อนผ่าน6 กลยุทธ์ธุรกิจสำคัญ ควบคู่กับการยกระดับแบรนด์ผ่านแคมเปญการสื่อสารชุดใหม่“ช่วงเวลาแห่งสายสัมพันธ์ของครอบครัว” พร้อมดึง‘โต๋–ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร’ เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของแบรนด์พร้อมเดินหน้าผลักดันยอดขายในประเทศและขยายฐานตลาดต่างประเทศ เล็งเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอีก3 ปีข้างหน้า ด้วยยอดขาย1,000 ล้านบาท

.สพ.มนัยธรเสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเว็ทซินโนว่าจำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในการดำเนินงานปีที่ผ่านมาว่า“ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในปี2568 ด้วยรายได้รวม420 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง13% สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์เทรนด์เลี้ยงสัตว์เหมือนคนในครอบครัว(Pet Humanization) และการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี(Pet Longevity) ของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงแบบสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม การคัดสรรผลิตภัณฑ์อาหารเสริมช่วยส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง การป้องกัน ดูแลสุขภาพ การรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากสัตวแพทย์ซึ่งได้รับความนิยมและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ”

ปัจจุบัน เว็ทซินโนว่า มีกลุ่มสินค้าอยู่3 กลุ่มที่ครอบคลุมด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ได้แก่1) ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตวแพทย์(Veterinary Therapeutic & Healthcare) ได้แก่แบรนด์VFCore, DeliSci, MicrocynAH, Dermacore, Zymox เป็นต้น2) ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ(Functional Pet Food) และ3) สินค้านวัตกรรมไลฟ์สไตล์สัตวเลี้ยง(Pet Lifestyle Innovation) โดยมีแบรนด์วีเอฟคอร์(VFCore) อาหารเสริมสัตว์เลี้ยงที่สัตวแพทย์แนะนำสำหรับทั้งสุนัขและแมว และแบรนด์เดลิซาย(DeliSci) อาหารประกอบการรักษาโรคและอาหารเพื่อสุขภาพที่สัตวแพทย์แนะนำและเจ้าของสัตว์เลี้ยงไว้วางใจ เป็น2 แบรนด์เรือธงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ

“บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมในปี2569 เพิ่มขึ้นเป็น700 ล้านบาท หรือเติบโต67% ด้วยแผนรุกตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการขยายตลาดการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและนานาประเทศ พร้อมมุ่งสู่การเป็นบริษัทอันดับหนึ่งในธุรกิจสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคเอเชีย และก้าวสู่การยอมรับระดับโลกในธุรกิจนวัตกรรมสัตวแพทย์ ด้วยการได้รับรางวัลการันตีทั้งจากในประเทศไทยและระดับนานาชาติ รวมทั้งล่าสุดที่คว้า3 รางวัลจาก‘The International Innovation Awards 2025” ทั้งในด้านวัฒนธรรมองค์กร และผลิตภัณฑ์VFCore และDeliSci ซึ่งปัจจุบันVFCore ยังคงเป็นแบรนด์วิตามินแมวเลียสุนัขเลียอันดับ1 ของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับแนวทางการเติบโตผ่าน6 กลยุทธ์ ประกอบด้วย1) การลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมตามหลักสัตวแพทย์ด้วยทีมสัตวแพทย์นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าในตลาดสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์ ผลักดันแนวคิดการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเพื่อให้มีอายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี(Pet Longevity Concept) ซึ่งเว็ทซินโนว่า เริ่มทำไปแล้วและกำลังจะมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพิ่มขึ้นอีกเร็วๆ นี้2) การพัฒนาสินค้าที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้เลี้ยงสัตว์ยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงสินค้ารักษาโรค3) ความมุ่งมั่นเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุดของผู้คนสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงและโลกใบนี้ ไม่เพียงแต่จำหน่ายสินค้าแต่ต้องดูแลทุกส่วนเพื่อโลกที่ดีกว่า4) ขยายเครือข่ายพันธมิตรทางวิชาการและมหาวิทยาลัยเพื่อวิจัยและสร้างนวัตกรรม รวมถึงการให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการดูแลด้วยรักตามหลักสัตวแพทย์5) สร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคผ่านทุกช่องทางการตลาดและแคมเปญที่สร้างEmotional Connection และ6) การขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ในฐานะแบรนด์ระดับโลกจากประเทศไทย โดยปัจจุบันส่งออกไปใน7 ประเทศได้แก่ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ ฮ่องกง สิงค์โปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ลาว โดยตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก4 ประเทศในปีนี้(อินเดีย ปานามา ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย)

เว็ทซินโนว่า ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างมาก ด้วยการทุ่มงบกว่า10 ล้านบาทต่อปี เพื่อพัฒนานวัตกรรมสิทธิบัตรและผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์(Scientific Evidence) และรับรองโดยสัตวแพทย์(Veterinary Validation) โดยทีมสัตวแพทย์ภายในขนาดใหญ่ ที่ทำงานร่วมกันกับคณะสัตวแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ห้องปฏิบัติการวิจัยศูนย์สัตว์ทดลอง ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง เทคโนโลยีชีวภาพ(Biotechnology) เทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์(Synthetic Biology หรือSynBio Technology) การพัฒนานวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีจำเพาะขั้นสูง(Advanced Specific Antibody Technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้แอนติบอดีจำเพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ

สำหรับผลการวิจัยตลาดของเว็ทซินโนว่า ปี2568 พบว่าปัจจุบันการเลือกซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคาที่สมเหตุสมผล คุ้มค่าเงิน มากที่สุดถึง90% โดยต้องเป็นของดีที่ราคาเหมาะสมและคุ้มค่าเงินที่ต้องจ่าย ซึ่งสอดคล้องกับสินค้าของเว็ทซินโนว่า ซึ่งแตกต่างจากผลสำรวจในปี2567 ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมาก่อนราคา นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าของใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงมากกว่า4 ชั่วโมงต่อวันมากถึง70% และอยู่ด้วยกันตลอดเวลา(เกือบทั้งวัน) 25%

แคมเปญช่วงเวลาแห่งสายสัมพันธ์ของครอบครัว(Family Bonding Time) ที่เปิดตัวในวันนี้(18 มีนาคม2569) มาจากแนวคิดสำคัญว่า“เวลาของคนและสัตว์เลี้ยงไม่เท่ากัน” ดังนั้นทุกวินาทีที่ได้อยู่ร่วมกันสำคัญที่สุด เพื่อต้องการสื่อสารไปยังพ่อแม่สัตว์เลี้ยง(Pet Parents) ว่า คุณภาพของเวลาที่อยู่ด้วยกัน เริ่มต้นจากการดูแลกันและเริ่มต้นจากสิ่งที่เราเลือกให้กับสัตว์เลี้ยง แคมเปญนี้จึงไม่ได้เป็นแคมเปญเพื่อขายสินค้า แต่เป็นการสื่อสารให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงตระหนักถึงคุณค่าของช่วงเวลาที่มีร่วมกับน้องหมาและน้องแมวผ่านสัญลักษณ์“นาฬิกา” ที่สื่อถึงเวลาที่เรามีร่วมกับสัตว์เลี้ยง และเตือนให้เราใช้เวลานั้นอย่างมีคุณค่า ด้วยภาพยนตร์โฆษณา2 เรื่องสำหรับสุนัขและแมวเพราะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน

พร้อมนำแนวคิดMusic Marketing มาเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารแคมเปญ ผ่านบทเพลงพิเศษ“ดูแลตลอดไป” ที่ถ่ายทอดทั้งคำร้องและทำนองโดย โต๋–ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร แบรนด์พรีเซนเตอร์ของเว็ทซินโนว่าเพื่อส่งต่อความรู้สึกอบอุ่นและความผูกพันระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ให้ทุกคนอยากกลับไปโอบกอด ดูแล และมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับน้องหมาน้องแมวของพวกเขาไปตลอดชีวิต พร้อมเปิดตัวMusic Video เวอร์ชันPet Friendly ที่ออกแบบมาเพื่อให้สัตว์เลี้ยงสามารถรับชมร่วมกับเจ้าของได้อย่างมีความสุข

“เราเชื่อว่าสัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยง แต่คือสมาชิกของครอบครัว คือเพื่อน คือความสุข และคือช่วงเวลาที่มีความหมายในชีวิตของเรา ในฐานะบริษัทนวัตกรรมสัตวแพทย์ เราจึงไม่ได้มองเพียงการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงแต่ยังใส่ใจถึงคุณภาพชีวิตของพวกเขา ผ่านสิ่งแวดล้อมที่เราและสัตว์เลี้ยงจะเติบโตและใช้ชีวิตร่วมกัน เราจึงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติของการดำเนินงาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยง ครอบครัว และโลกของเราในระยะยาว”

ทั้งนี้ นอกจากการเติบโตทางธุรกิจแล้ว เว็ทซินโนว่า ยังวางเป้าหมายระยะกลางในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน3 ปีข้างหน้าหรือในปี2572 โดยตั้งเป้ารายได้รวม1,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในช่วงครบรอบ9 ปีของการดำเนินธุรกิจ

“เราเชื่อมั่นว่าด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่น ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสัตว์เลี้ยงที่แตกต่างและหลากหลาย ซึ่งสัตวแพทย์แนะนำและเจ้าของสัตว์เลี้ยงไว้วางใจ รวมทั้งแคมเปญล่าสุดจะช่วยผลักดันให้บริษัทเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งในด้านรายได้ การขยายตลาด และการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในระดับสากล” .สพ.มนัยธร กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ เว็ทซินโนว่า ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนนวัตกรรมร่วมกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสัตว์เลี้ยง และเชื่อว่าการดูแลสัตว์เลี้ยงควรเติบโตไปพร้อมกับการดูแลโลกใบนี้ งานFamily Bonding Day by VetSynova ในครั้งนี้ จึงจัดในรูปแบบCarbon Neutral Event ซึ่งนับเป็นแบรนด์ด้านสัตว์เลี้ยงแรกของไทย ที่มีการชดเชยคาร์บอน(Carbon Offset) ในงาน สะท้อนความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมดูแลโลกด้วยการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางความท้าทายของภาวะโลกร้อนในปัจจุบันด้วยการรวบรวมข้อมูลจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานรอบด้าน

FamilyBondingTime

อาทิ ข้อมูลการเดินทางของผู้เข้าร่วม ข้อมูลด้านวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงาน ปริมาณขยะที่เกิดขึ้น โดยนำข้อมูลมาคำนวณและชดเชยคาร์บอนต่อไป ซึ่งเป็นการสนับสนุนคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย(T-VER) โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนโครงการภาคป่าไม้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการส่งเสริมการปลูกป่า และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการสร้างประโยชน์และดูแลสิ่งแวดล้อมได้ในอีกมิติหนึ่ง ตามความตั้งใจของบริษัท

ภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงมีการแข่งขันอย่างดุเดือด ข้อมูลจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี(ttb analytics) พบว่าตั้งแต่ปี2567 อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเป็นท็อป5 ของอุตสาหกรรมที่บริษัทอยากเข้ามาทำธุรกิจมากที่สุด โดยช่วง1-3 ปีที่ผ่านมา จำนวนสัตว์เลี้ยงและมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นประมาณปีละ10% มีจำนวนแบรนด์สินค้าสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง100 แบรนด์เป็น400 แบรนด์ จำนวนร้านค้าสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น4-5 เท่า โดยttb analytics คาดการณ์มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยปี2568 มีการขยายตัว13.2% แตะ9.2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะทะลุแสนล้านบาทในปี2569 จากแรงหนุนของกระแสสัตว์เลี้ยงที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

ในขณะที่ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย(TPIA) พบว่าตลาดสัตว์เลี้ยงรวมในปี2567 มีมูลค่าประมาณ69,800 ล้านบาท เติบโต8.5% จากปี2566 ที่มีมูลค่า64,000 ล้านบาท โดย หมวดอาหารสัตว์เลี้ยง(Pet Food) มีสัดส่วน55% ด้วยมูลค่าตลาด38,300 ล้านบาท(อาหารสุนัข18,700 ล้านบาท และอาหารแมว19,600 ล้านบาท) บริการรักษาสัตว์เลี้ยง(Pet Health และMedical Care) มีสัดส่วน22% มีมูลค่าตลาด15,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากความตระหนักในการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง หมวดขนม6.96 พันล้านบาท หมวดอาหารเสริม950 ล้านบาท เป็นต้น โดยttb analytics พบว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น ค่าอาหาร ขนม ค่ารักษาดูแลสุขภาพ ค่าอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ค่ารับบริการ แบ่งเจ้าของเป็น2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยง(Pet Ownership) มีค่าใช้จ่ายประมาณ8,000 บาท/ตัว/ปี และกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว(Pet Humanization) มีค่าใช้จ่ายประมาณ50,000 บาท/ตัว/ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...