โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แมวส้มไม่ได้แค่แสบ! เปิดความลับพันธุกรรม ทำไมถึงซ่าจนเป็นตำนาน

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 01 พ.ค. เวลา 09.18 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. เวลา 16.13 น.

ถ้าพูดถึงวีรกรรมความแสบ ซ่า และความรั่วจนเกิดตำนาน คงหนีไม่พ้นเจ้าแมวสีขนสุดจี๊ดที่ใครก็ต่างยอมรับในความ "ล้น" เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ที่น่าสนใจซ่อนอยู่
เหตุผลแรกที่มองข้ามไม่ได้คือเรื่องของ "เพศ" เนื่องจากยีนสีส้มนั้นอยู่บนโครโมโซม X ส่งผลให้แมวส้มกว่า 80% เป็นตัวผู้ ซึ่งธรรมชาติของแมวตัวผู้มักจะมีนิสัยชอบสำรวจ กล้าหาญ และถ้าได้รับการทำหมันแล้วก็จะกลายเป็นแมวขี้อ้อนสุดๆ ความแสบที่เราเห็นจึงมักเป็นบุคลิกเฉพาะตัวของหนุ่มๆ นั่นเอง

แมวส้มไม่ได้แค่แสบ! เปิดความลับพันธุกรรม ทำไมถึงซ่าจนเป็นตำนาน

นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีเรื่องขนาดตัว โดยพบว่าแมวส้มมักจะมีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่กว่าแมวสีอื่น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นใจ ทำให้พวกมันกล้าแสดงออก หรือบางครั้งก็ดู "กร่าง" ในฝูงแมว จนกลายเป็นที่จดจำของเหล่าบรรดา ทาสแมวทั่วโลก
อีกส่วนที่สำคัญคือ "ความลำเอียง" ของมนุษย์เราเอง ด้วยสีขนที่สดใสดูเป็นมิตร ทำให้คนส่วนใหญ่มักจะเข้าไปปฏิสัมพันธ์หรืออุ้มแมวส้มมากกว่าแมวสีเข้ม การที่พวกมันถูกเลี้ยงดูด้วยความเอ็นดูเป็นพิเศษและคุ้นเคยกับมนุษย์ จึงหล่อหลอมให้แมวส้มมีนิสัยเฟรนด์ลี่และมั่นใจในตัวเองสูง (จนบางทีก็สูงเกินไป)

แมวส้มไม่ได้แค่แสบ! เปิดความลับพันธุกรรม ทำไมถึงซ่าจนเป็นตำนาน

ในทางชีวภาพยังมีสมมติฐานว่า ยีนที่ผลิตเม็ดสี Pheomelanin ซึ่งทำให้เกิดสีส้ม อาจมีความเชื่อมโยงกับระบบประสาทและการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ทำให้พวกมันมีความตื่นตัวที่ต่างจากแมวสีอื่น สรุปได้ว่าความแสบของแมวส้มคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างพันธุกรรมตัวผู้ ร่างกายที่แข็งแรง และการเลี้ยงดูที่เต็มไปด้วยความรักนั่นเอง

แมวส้มไม่ได้แค่แสบ! เปิดความลับพันธุกรรม ทำไมถึงซ่าจนเป็นตำนาน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...