โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ยืนยันแผนเยือนจีนเดินหน้า กูรูหวังจัดการความเสี่ยง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เว็บไซต์เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงาน ประธานาธิบดีทรัมป์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ (1 พ.ค.) ถึงการเดินทางไปเยือนปักกิ่ง

“มันจะน่าทึ่งมากการไปเยือนจีนและท่านประธานสี (จิ้นผิง) จะยิ่งใหญ่แน่ๆ”

“เรากำลังจะไปจีน และผมคิดว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นมาก”

เดิมทีทรัมป์มีแผนเยือนปักกิ่งช่วงปลายเดือน มี.ค. แต่เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 14-15 พ.ค. หลังเริ่มทำสงครามกับอิหร่าน

นักวิเคราะห์ชาวจีนกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้จะสำคัญต่อทั้งสองประเทศในการบริหารจัดการความเสี่ยงในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงทั่วโลก

สำนักข่าวทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ผ่านปากีสถานคนกลางเพื่อเจรจาสันติภาพรอบสองกับสหรัฐ แต่รายงานข่าวไม่ได้เผยรายละเอียด กระนั้นทรัมป์กล่าวว่า เขา “ไม่พอใจ” กับข้อเสนอ แต่ก็ไม่บอกรายละเอียดเช่นกัน

“คอยดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพราะพวกเขาไม่มีทหารเหลือแล้ว” ทรัมป์กล่าว

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อคิวบา พุ่งเป้าไปที่บริษัทต่างชาติและสถาบันการเงินที่ถูกมองว่าสนับสนุนรัฐบาลในฮาวานา และเสี่ยงที่จะทำให้ความสัมพันธ์กับยุโรปตึงเครียดมากขึ้นไปอีก ด้วยการประกาศว่าจะถอนทหารสหรัฐ5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังจากนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ แสดงความเห็นว่า สหรัฐกำลังถูกผู้นำอิหร่าน “ดูหมิ่น” และรัฐบาลวอชิงตันไม่ม่ียุทธศาสตร์

เปิดมุมมองนักวิเคราะห์

เจิ้น ติงลี่ อาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเซี่ยงไฮ้กล่าวว่า การเยือนปักกิ่งของทรัมป์ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการจัดการความเสี่ยง

“วอชิงตันไม่อยากตัดขาดจากห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์เช่น แร่หายากไปอย่างสิ้นเชิงและไม่ต้องการให้จีนจัดหาอาวุธให้อิหร่าน ส่วนจีนนั้นจุดสนใจอยู่ที่ประเด็นไต้หวัน” เจิ้นกล่าว

หม่า ป๋อ อาจารย์วิทยาลัยการต่างประเทศศึกษา มหาวิทยาลัยหนานจิง กล่าวว่า เป้าหมายเบื้องต้นของทรัมป์คือต้องการปรับความสัมพันธ์กับจีน

“ในเมื่อไม่มีทางออกที่ชัดเจนจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน หรือสงครามในอิหร่าน วอชิงตันจึงไม่อาจเปิดแนวรบใหม่ที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในช่องแคบไต้หวันหรือทะเลจีนใต้ได้” หม่ากล่าวและว่าความขัดแย้งทางการค้าและเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจได้คลี่คลายลงสู่ “สถานะปกติ” แล้ว โดยการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐไม่ได้มุ่งเป้าไปที่จีนเพียงฝ่ายเดียว

“สิ่งที่อ่อนไหวกว่าคือประเด็นความมั่นคงรอบๆ จีน ทั้งช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนใต้ และเกาหลีเหนือในระดับหนึ่ง”

“ประเด็นเหล่านี้อาจสร้างปัญหาใหญ่กว่าเรื่องอื่นๆ และอาจกลายเป็นหัวข้อสำคัญที่สองฝ่ายต้องคุย” หม่าเสริม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...