โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เดิมพันเกาะคาร์ก อิหร่านเตือนอย่าช่วยทรัมป์ฮุบ เขย่าน้ำมันโลก กระทบไทย

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สมรภูมิ

สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียพุ่งสู่จุดเดือด หลังมีรายงานข่าวกรองระบุว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาแผนปฏิบัติการทางทหารเพื่อเข้ายึดครองหรือปิดล้อม "เกาะคาร์ก" (Kharg Island) ยุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของอิหร่าน โดยมุ่งหวังใช้เป็นข้อต่อรองบีบให้เตหะรานยอมยุติการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือโลกในช่องแคบฮอร์มุซ

ทางด้านเตหะรานตอบโต้อย่างดุดันผ่านนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ที่ส่งคำเตือนโดยตรงถึงประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคว่า หากยอมให้สหรัฐฯ ใช้พื้นที่หรือให้ความสนับสนุนในการรุกรานอธิปไตยเหนือเกาะของอิหร่าน โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศนั้นจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีโต้กลับอย่างรุนแรงและไร้ขีดจำกัดทันที

ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เริ่มขยับกำลังพลครั้งใหญ่ ทั้งการส่งนาวิกโยธินหน่วยเคลื่อนที่เร็วและทหารพลร่มกองพลที่ 82 เข้าสู่พื้นที่เตรียมพร้อมปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก ท่ามกลางคำขู่จากทำเนียบขาวที่ย้ำชัดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ "ไม่ได้ขู่เล่น" และพร้อมจะเผด็จศึกหากอิหร่านไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ทางทหารในสมรภูมิครั้งนี้

เจาะลึกที่มาของความขัดแย้ง เหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ที่ทำให้เกาะขนาดเล็กแห่งนี้กลายเป็นเดิมพันสูงสุดของสงครามพลังงานโลก ทำไมสหรัฐฯ อยากพิชิตให้ได้ และทำไมอิหร่านต้องปกป้องสุดชีวิต

"ก้าวพลาดคือหายนะ" เตหะรานขู่ล้างแค้นเพื่อนบ้าน

นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ส่งสารถึง "ศัตรู" และประเทศในภูมิภาคผ่านโซเชียลมีเดียอย่างดุดัน โดยระบุว่า กองกำลังอิหร่านกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกองทัพสหรัฐฯ ทุกฝีก้าว พร้อมสำทับว่า หากประเทศเพื่อนบ้านรายใดให้ความร่วมมือหรือสนับสนุนการบุกยึดเกาะคาร์ก ประเทศนั้นจะต้องเผชิญกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างต่อเนื่องและไร้ความปราณี

แม้อิหร่านจะไม่ได้กล่าวชื่อของประเทศเพื่อนบ้านที่อาจเป็นกองหนุนของสหรัฐฯ ในการแถลงครั้งนี้ แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า คำเตือนนี้มุ่งเป้าไปที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่อาจถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะฐานสนับสนุนการปฏิบัติการ

นอกจากการเตรียมพร้อมบนแผ่นดินตัวเองแล้ว อิหร่านยังขู่ยกระดับความขัดแย้งด้วยการเปิดแนวรบใหม่บริเวณปากทะเลแดง โดยสำนักข่าวทัสนิม อ้างแหล่งข่าวทางทหารว่า อิหร่านมีศักยภาพเพียงพอที่จะสร้าง "ภัยคุกคามที่จับต้องได้" ในช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญระหว่างเยเมนและจิบูตี เพื่อเป็นการลงโทษศัตรูที่บังอาจรุกล้ำดินแดนของตน

ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของอิหร่าน ยังแสดงท่าทีพร้อมเข้ามามีบทบาทในการเข้าควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ หากสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ และพันธมิตร ซึ่งจะส่งผลให้วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในอ่าวเปอร์เซีย แต่จะลุกลามกลายเป็นสงครามที่ปิดตายเส้นทางพลังงานโลกในวงกว้าง

เกาะคาร์ก เป็นถึง End Game ของสหรัฐฯ หรือไม่?

แม้เกาะคาร์กจะมีขนาดพื้นที่เพียง 1 ใน 3 ของเกาะแมนฮัตตัน และตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านเพียง 24 กิโลเมตร แต่นี่คือ "หัวใจหลัก" ของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านอย่างแท้จริง โดยน้ำมันดิบกว่า 90% ที่อิหร่านส่งออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่อย่างจีน จะต้องถูกส่งผ่านท่อใต้ทะเลจากแผ่นดินใหญ่มาขึ้นแท่นขนถ่ายที่สถานีบนเกาะแห่งนี้

ดังนั้น หากสหรัฐฯ สามารถเข้าควบคุมหรือทำลายกลไกการส่งออกที่นี่ได้ ย่อมหมายถึงการตัด "เส้นเลือดใหญ่" ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและงบประมาณกองทัพอิหร่านให้เป็นอัมพาตในทันที

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกาะคาร์กโดดเด่นกว่าท่าเรือบนแผ่นดินใหญ่คือ "ชัยภูมิร่องน้ำลึก" ซึ่งเอื้อให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ (VLCC) ที่มีความจุสูงถึง 85 ล้านแกลลอนสามารถเข้าเทียบท่าและขนถ่ายน้ำมันได้อย่างสะดวก ความได้เปรียบนี้ทำให้เกาะคาร์กกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทดแทนไม่ได้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลทรัมป์จึงมองว่าการยึดครองเกาะนี้คือ "ไพ่ตาย"

สำหรับกลยุทธ์ของสหรัฐฯ การเข้าควบคุมเกาะคาร์กอาจถูกมองว่าเป็น "End game" หรือจุดยุติเกมความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ถ้าสหรัฐฯ ฮุบเกาะแห่งนี้ได้ ก็จะเท่ากับมีตัวประกันในมือ พื่อใช้บีบบังคับให้เตหะรานยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ นักวิเคราะห์ความมั่นคงมองว่าหากสหรัฐฯ ยึดเกาะนี้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะหยุดยั้งรายได้ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เกือบทั้งหมด แต่ยังเป็นการสถาปนา "ฐานปฏิบัติการหน้า" ที่อยู่ใกล้แผ่นดินใหญ่อิหร่านมากที่สุด และจะทำให้สหรัฐฯ ได้เปรียบเหนืออิหร่านในระยะยาว

เดิมพันสั่นคลอนเสถียรภาพโลก สะเทือนกระเป๋าคนไทย

หากปฏิบัติการชิงเกาะคาร์กขยับจากการข่มขู่ไปสู่การปะทะกันทางทหารอย่างเต็มรูปแบบ โลกจะต้องเผชิญกับ "ฝันร้ายทางพลังงาน" ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันคาดการณ์ว่า การปิดล้อมหรือทำลายโครงสร้างพื้นฐานบนเกาะคาร์ก ซึ่งสอดรับกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้ปริมาณน้ำมันดิบหายไปจากตลาดโลกมหาศาล และอาจผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งทะลุ 120-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในพริบตา

วิกฤตนี้ไม่เพียงแต่จะซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก แต่ยังจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สายการบิน และการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก

สำหรับประเทศไทย สถานการณ์ปัจจุบันมีความเปราะบางอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐบาลได้เริ่ม "ปล่อยลอยตัว" ราคาน้ำมันให้สะท้อนกลไกตลาดมากขึ้นแล้ว หลังกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกรับภาระจนติดลบมหาศาลกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท การปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตรเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 คือสัญญาณชัดเจนว่า "เกราะกำบัง" ของรัฐเริ่มเปราะบาง

หากสมรภูมิเกาะคาร์กปะทุขึ้นจนราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอีก คนไทยจะไม่มีกลไกการอุดหนุนมาช่วยลดแรงกระแทกได้เหมือนในอดีต และต้องเผชิญกับ "พายุค่าครองชีพ" ที่ซัดเข้าหาโดยตรง ทั้งจากค่าน้ำมันหน้าปั๊มและค่าไฟที่แพงขึ้นยกแผง ซึ่งจะเป็นบททดสอบที่ชี้ชะตาเศรษฐกิจไทยว่าจะยืนระยะได้นานแค่ไหนในวิกฤตพลังงานครั้งนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...