โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย ACME “เทพคริปโตฯ” ลวงโลก

สวพ.FM91

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 09.06 น.

เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย ACME “เทพคริปโตฯ” ลวงโลก

27 มี.ค 69 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมแถลงข่าวจับกุม ผู้ต้องหา 3ราย โดยจับกุมได้ขณะกำลังขึ้นเครื่องบิน ที่อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมืองและบ้านพักย่านนาคนิวาส และดอนเมือง โดยมีการแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน

หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น 5 เป้าหมาย พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ได้แก่ รถยนต์หรู 4 คัน มูลค่ารวมประมาณ 25 ล้านบาท, สินค้าแบรนด์เนมกว่า 42 รายการ อาทิ กระเป๋า Louis Vuitton และเครื่องประดับกว่า 60 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท,อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ รวมกว่า 21 เครื่อง, โฉนดที่ดิน , สมุดบัญชีธนาคาร และแผนงานโปรเจกต์เหรียญ ACT

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจาก เมื่อเดือนมีนาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษ ผู้ต้องหารายหนึ่งและแพลตฟอร์ม 1000X ในข้อหา “ประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต่อพนักงานสอบสวนบก.ปอศ. ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับ ในข้อหา “ประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต”

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบสวนจากคำให้การของผู้เสียหาย จำนวน 29 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท พบว่าแพลตฟอร์มดังกล่าว เป็นเครือข่ายหลอกลวงลงทุนเทรดทองคำ นำโดยผู้ต้องหารายนี้ หรือที่รู้จักคือ “แอ็คมี่” (ฉายา “วาฬบิทคอยน์” ของไทย) ซึ่งได้ชักชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “ภารกิจทำ 3,000 ให้กลายเป็น 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ” อ้างกำไรสูงถึงร้อยละ 200 โดยใช้วิธีไลฟ์สดโชว์ผลกำไรและให้ผู้เสียหายซื้อขายตาม (Follow Trade) แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ จนนำไปสู่การออกหมายจับ

ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม 2569 มีผู้เสียหาย 64 ราย เข้ามาแจ้งความคดีหลอกลงทุนมูลค่าความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท ทาง กก.4 บก.ปอศ. จึงสืบสวนสอบสวนขยายผลจนพบว่า จนมีข้อมูลว่า แอ็คมี่ ได้ชักชวนให้ลงทุนโปรเจกต์เหรียญ "ACT Coin" และฝากสินทรัพย์รับผลตอบแทนสูงจริง ซึ่งมีผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่ถูกจับได้ในครั้งนี้ร่วมด้วย

ซึ่งจากการสืบสวนทั้ง 2 กรณี ชี้ชัดว่า "แอ็คมี่" เป็นตัวการหลัก ในการก่อเหตุของขบวนการนี้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จึงได้ผนึกกำลังร่วมกันปฏิบัติการในครั้งนี้ แต่จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธและภาคเสธ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...