โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บอกความจริง! สรุปสถานการณ์ "ปตท. เดินเครื่องโรงกลั่น 105%" รับดีมานด์น้ำมันพุ่ง

PostToday

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. เร่งผลิตและกระจายน้ำมันเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น

โดยโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วยโรงกลั่นของบริษัท Thai Oil Public Company Limited (TOP), PTT Global Chemical Public Company Limited (GC) และ IRPC Public Company Limited (IRPC)เดินเครื่องผลิตเฉลี่ย 105% ของกำลังการผลิต และเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลการบริหารจัดการโรงกลั่นของกลุ่ม ปตท. พบว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ 48 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 51.4 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้น

น้ำมันที่ผลิตได้ถูกจัดสรรเข้าสู่ตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการจำหน่ายดีเซลในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 42 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 49.3 ล้านลิตรต่อวัน

ขณะที่การส่งออกได้ปรับลดลงจาก 6.3 ล้านลิตรต่อวัน เหลือประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ โดยเป็นการส่งออกไปยังประเทศพม่าและลาว ซึ่งเป็นประเทศที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานไฟฟ้า ทั้งในแง่การซื้อกระแสไฟฟ้าที่ผลิตเข้าระบบสายส่ง และก๊าซธรรมชาติเพื่อให้โรงไฟฟ้าในประเทศผลิตกระแสไฟฟ้า

เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของน้ำมันในตลาด โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ได้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้เพิ่มเติม ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำรองในระบบการผลิตของโรงกลั่นจากระดับปกติประมาณ 250 ล้านลิตร เหลือประมาณ 220 ล้านลิตร ซึ่งเป็นปริมาณต่ำที่สุดที่โรงกลั่นสามารถดำเนินการได้ และใกล้เคียงกับปริมาณสำรองขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด

ในส่วนของสถานีบริการ ปัจจุบัน PTT Station ของ OR เปิดให้บริการครบทุก 2,255 สถานีทั่วประเทศ และมีการเพิ่มรอบการขนส่งน้ำมันทั้งทาง รถบรรทุก ท่อส่ง และเรือ อย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการขนส่งทางรถบรรทุกซึ่งได้เพิ่มรอบการขนส่งสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของการขนส่งน้ำมัน

ข้อมูลการจำหน่ายของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พบว่า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเบนซินและดีเซลให้กับสถานีบริการเพิ่มขึ้นจาก 41.37 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 47.1 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 14% โดยเฉพาะดีเซลเพิ่มขึ้นประมาณ 18% จากระดับปกติ

ในบางช่วงเวลาอาจมีบางสถานีบริการต้องรอการเติมน้ำมัน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นผิดปกติในบางพื้นที่ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าพื้นที่ที่มีการรอการเติมน้ำมันเกิน 12 ชั่วโมงเกิดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ ซึ่งทีมขนส่งกำลังเร่งเติมน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังได้จัดสรรน้ำมันดีเซลให้แก่ผู้ค้าส่ง (Jobber) อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระจายน้ำมันไปยังผู้ใช้น้ำมันในภาคขนส่ง เกษตร และภาคอุตสาหกรรม

โดยในภาวะปกติกลุ่ม ปตท. จำหน่ายน้ำมันให้ Jobber ประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน และหลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายได้เพิ่มการจำหน่ายกลับมาใกล้ระดับปกติที่ประมาณ 4.94 ล้านลิตรต่อวัน โดยกำหนดราคาขาย Jobber เท่ากับราคาขายที่หน้าสถานีบริการในพื้นที่

กลุ่ม ปตท. ยังได้บริหารจัดการการขนส่งน้ำมันผ่านหลายช่องทาง เพื่อให้สามารถกระจายน้ำมันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วนการขนส่งของโรงกลั่นกลุ่ม ปตท. แบ่งเป็น

  • รถบรรทุกประมาณ 47% ของการขนส่งของโรงกลั่น
  • การขนส่งทางเรือประมาณ 25% ของการขนส่งของโรงกลั่น
  • การขนส่งผ่านท่อส่งประมาณ 28% ของการขนส่งของโรงกลั่น

พร้อมกันนี้ กลุ่ม ปตท. ยังได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำมันในระบบตลอด Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบ การกลั่น การจัดเก็บในคลัง การขนส่ง ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสามารถติดตามการไหลของน้ำมันในระบบได้อย่างชัดเจน โดยมีการรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้สถานการณ์ที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กลุ่ม ปตท. ยังคงเดินหน้าจัดหาน้ำมันดิบจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ต้นทุนค่าขนส่งและค่าประกันภัยจะปรับตัวสูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ

กลุ่ม ปตท. ยืนยันว่าจะดำเนินการผลิตและกระจายน้ำมันอย่างเต็มกำลัง พร้อมบริหารจัดการ Supply Chain อย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง และสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...