โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลอนุทินกับโจทย์ใหญ่ ฝ่าพายุเศรษฐกิจโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 23.00 น.

รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญ ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจมหภาค ความผันผวนของตลาดการเงิน และแรงกระเพื่อมจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ยังคงคุกรุ่น ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปราะบางส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน การค้า และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยในฐานะเศรษฐกิจเปิดย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบดังกล่าวได้

ในบริบทเช่นนี้ บทบาทของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงการประคองเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังต้องวางยุทธศาสตร์ระยะกลางและระยะยาว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ การรักษาวินัยการคลัง การดูแลค่าครองชีพของประชาชน และการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่กันไปอย่างสมดุล

ขณะเดียวกัน ความผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ได้สร้างแรงกดดันต่อราคานํ้ามันและต้นทุนพลังงาน ซึ่งอาจลุกลามไปสู่ภาคการผลิตและค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารนโยบายพลังงานอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีความเปราะบางต่อภาวะต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

อีกด้านหนึ่ง การเร่งฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจ ความต่อเนื่องของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการทำธุรกิจ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทย ยังคงยืนหยัดท่ามกลางพายุเศรษฐกิจโลกได้

แน่นอนว่า ความท้าทายครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาส หากรัฐบาลสามารถใช้จังหวะนี้ผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างจริงจัง ประเทศไทยก็อาจพลิกวิกฤต ให้กลายเป็นแรงส่งสู่การเติบโตในระยะยาว

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความตึงเครียดของสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการเชิงรุก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็น “หลุมหลบภัยทางเศรษฐกิจ” ของภูมิภาค หรือ Safe Haven สำหรับเงินลงทุนในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน

มาตรการแรกที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ การพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ระบบโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ พร้อมกับยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

อีกประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม คือ การดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค ทั้งค่าเงินบาท ระบบการเงิน และวินัยการคลัง เพราะปัจจัยเหล่านี้ เป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากประเทศไทยสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้ ท่ามกลางความผันผวนของโลก ก็ย่อมมีโอกาสดึงดูดเงินทุนที่กำลังมองหาพื้นที่ปลอดภัยในการลงทุน

บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,183 วันที่ 15 -18 มีนาคม พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...