มหาเศรษฐีจีนวัย 61 ป่วยระยะสุดท้าย เลือกยกมรดก 1.4 พันล้าน ให้ภรรยารุ่นลูกวัย 33 แทน
มหาเศรษฐีจีนวัย 61 ป่วยระยะสุดท้าย เลือกยกทรัพย์สิน 1.4 พันล้านบาทให้ภรรยารุ่นลูก วัย 33 ปีแทน หลังครองรักมานาน 10 ปี บอกความสัมพันธ์เกิดจากความรัก ไม่ใช่เงิน
วันที่ 7 เมษายน 2569 มหาเศรษฐีชาวจีนวัย 31 ปี ตัดสินใจยกทรัพย์สินมูลค่ากว่า 300 ล้านหยวนหรือราว 1.4 พันล้านบาท ให้กับภรรยาคนปัจจุบันที่อายุน้อยกว่าถึง 28 ปี ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากครอบครัวอดีตภรรยา
รายงานระบุว่า ชายแซ่โฮ่ว ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ได้โอนทรัพย์สินทั้งหมดให้ “หลี่หยวน” ภรรยาวัย 33 ปี โดยทั้งคู่แต่งงานกันมาแล้ว 10 ปี และมีลูกชายวัย 5 ขวบด้วยกัน
หลี่หยวนเผยว่า เธอรู้จักกับสามีตั้งแต่อายุ 21 ปี ขณะทำงานในบริษัทโลจิสติกส์ของเขา เธอยอมรับว่าในช่วงแรกลังเลที่จะคบหาด้วยเพราะช่องว่างอายุ แต่สุดท้ายตกลงแต่งงาน หลังจากเขาดูแลและเปิดโลกทัศน์ชีวิตให้เธอ
ภาพประกอบ
หลังจากโฮ่วป่วย เขาได้เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดถึง 5 รอบ โดยหลี่หยวนอยู่เคียงข้างในฐานะผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ “เกิดจากความรัก ไม่ใช่เงิน” แม้จะถูกสังคมตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการแต่งงานเพื่อหวังทรัพย์สิน
ก่อนหน้านี้ โฮ่วเคยให้ภรรยาเซ็นสัญญาก่อนสมรส เนื่องจากลูกสองคนจากอดีตภรรยากังวลเรื่องสิทธิในมรดก อย่างไรก็ตาม หลังทราบว่าตนเองป่วยหนัก เขากลับตัดสินใจโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้ภรรยาคนปัจจุบัน เพื่อให้เธอและลูกชายมีความมั่นคงหลังจากเขาเสียชีวิต
การตัดสินใจดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับอดีตภรรยาและลูก ๆ อย่างมาก โดยชาวเน็ตแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ภาพประกอบ
บางส่วนมองว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมต่อบุตรจากครอบครัวเดิม ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นสิทธิของเจ้าของทรัพย์สิน โดยเฉพาะเมื่อภรรยาคนปัจจุบันเป็นผู้ดูแลเขาในช่วงสุดท้ายของชีวิต
หลี่หยวนยังกล่าวทิ้งท้ายว่าสามีของเธอเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเชื่อว่าเขาจะยังคงเฝ้ามองการเติบโตของลูกชาย แม้จะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม
ขอบคุณที่มา scmp
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มหาเศรษฐีจีนวัย 61 ป่วยระยะสุดท้าย เลือกยกมรดก 1.4 พันล้าน ให้ภรรยารุ่นลูกวัย 33 แทน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th