“ธนาคารกลางจีน” ซื้อทองคำเข้าคลังสำรองต่อเนื่องเดือนที่ 17 ขณะที่ราคาดิ่งหนัก
"ธนาคารกลางจีน" ซื้อทองคำเข้าคลังสำรองต่อเนื่องเดือนที่ 17 ขณะที่ราคาดิ่งหนักจากสถานการณ์สงครามอิหร่าน
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 15.36 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางจีนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำเข้าคลังสำรองในเดือนมีนาคม สะท้อนว่าความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาทองคำจะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์สงครามอิหร่าน
ข้อมูลจาก People’s Bank of China (PBOC) ระบุว่า ปริมาณทองคำสำรองเพิ่มขึ้น 160,000 ออนซ์ในเดือนมีนาคม นับเป็นการซื้อสะสมต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 โดยจีนถือเป็นหนึ่งในธนาคารกลางที่ซื้อทองคำมากที่สุดของโลก
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปรับตัวลดลงถึง 12% ในเดือนเดียว ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ หากเงินเฟ้อกลับมาสูงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวกดดันราคาทองคำ รวมถึงแรงขายจากนักลงทุนที่ต้องการนำเงินไปชดเชยความเสียหายในสินทรัพย์อื่น
แม้ราคาจะผันผวน แต่การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางจีนยังมีส่วนช่วยเสริมความเชื่อมั่นของตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่บางประเทศเริ่มขายทองคำออกมา เช่น ธนาคารกลางตุรกีที่ขายและทำสัญญาแลกเปลี่ยนทองคำราว 60 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพยุงค่าเงินลีรา
ในภาพรวม การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2565 หลายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จึงเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำ เพื่อลดการพึ่งพาสินทรัพย์ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้World Gold Council ประเมินว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 25 ตัน โดยธนาคารกลางโปแลนด์เป็นหนึ่งในผู้ซื้อรายใหญ่ หลังเข้าซื้อทองคำถึง 20 ตันในเดือนกุมภาพันธ์
อ้างอิง : www.bloomberg.com