นายกฯ”อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน”
นายกฯ โต้หลังโดนวิจารณ์มั่นคง-มหาดไทย หละหลวม ปมจีนสวมสิทธิ์ บอก"อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน" ชี้กฎหมายมีอยู่แล้ว ใครทำผิดไม่มีทางรอด รับทบทวนฟรีวีซ่า สั่งขยายผลเครือข่ายจีนสะสมอาวุธ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กล่าวถึงกรณีภายหลังจากมีการจับ นายเฉิงจ้าว หวูชาย ชายชาวจีนครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมาก สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงมหาดไทย มีความหละหลวม มีการออกทะเบียนราษฎร์ และมีการสวมสิทธิ์ให้คนจีน ว่า ตอนนี้การออกทะเบียนราษฎรและการโอนสัญชาติมีความเข้มข้นมาก ตั้งแต่กรณีที่เป็นประเด็นขึ้นมา แต่ตนไม่ขอเอ่ยชื่อ เนื่องจากต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งเท่าที่ทราบก็ไม่ได้มีการให้สัญชาติอะไร แต่อย่างที่บอกคือ“อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน มันไม่ได้”
ส่วนจำเป็นต้องสังคายนาใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่จำเป็น เพราะเรื่องนี้มีกฎระเบียบอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องอย่าให้คนที่มีปัญหาทำผิดกฎหมาย หรือ มีประวัติไม่ดี เข้ามาในสารระบบเท่านั้นเอง และเราก็อย่าแกล้งเซ่อ เพราะมันไม่มีทางหลุดรอดพ้นกระบวนการตรวจสอบหรือพิจารณาของราชการไปได้ ถ้าหลุดไปก็ดำเนินการลงโทษไปไม่รู้กี่คนแล้ว เช่น กรณีของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการนำบัตรประชาชนไปขาย นายอำเภอที่เกี่ยวข้องก็โดนคดีและโดนให้ออกจากราชการแล้ว ดังนั้นหากใครทำผิดเราก็จะใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการ
ทั้งนี้ จะต้องมีการทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เราจึงกำลังทบทวนอยู่ ฉะนั้นก็ต้องชั่งน้ำหนักด้วย ไม่ใช่ว่าฟรีจนไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย เพราะตอนที่เรายังไม่มีนโยบายนี้ ก็ไม่ได้มีการปล่อยวีซ่า จึงต้องหาจุดที่มันลงตัว อย่าเอามาเพียงบางกรณี เนื่องจากเรายังสามารถสร้างรายได้ให้กับคนได้อีกเป็นจำนวนมาก
สำหรับกรณีการจับกุมชายชาวจีนที่ครอบครองอาวุธสงครามเป็นจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้รับรายงานตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเราได้มีการขยายผลแล้ว ขณะเดียวกัน ก็ได้คุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วยว่าคนที่สะสมอาวุธร้ายแรง หรือ อาวุธปืนเป็นงานอดิเรกนั้น ในขณะนี้ตามกฎหมายทำไม่ได้ เพราะตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน
ได้ออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยห้ามพกอาวุธ ห้ามพกพา ห้ามซื้อ และห้ามออกใบอนุญาต ดังนั้นจะมาทำเป็นงานอดิเรกไม่ได้ เราไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นชาวต่างชาติด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนได้บอกกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปว่าลองนึกถึงกรณีที่หากเราไปทำแบบนี้ในต่างประเทศ จะได้กลับประเทศหรือไม่ เพราะคงเป็นเรื่องราวใหญ่โตมโหฬารอย่างแน่นอน ดังนั้นต้องดำเนินการขยายผลไปให้ถึงขบวนการและเครือข่าย จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าไม่มีความอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือ ต่อบุคคลใด โดยเฉพาะประชาชนชาวไทย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews