โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สายการบินทั่วโลก ‘ขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน’ เซ่นราคาน้ำมันพุ่ง จากสงครามตะวันออกกลาง

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 06.32 น. • The Bangkok Insight

สายการบินทั่วโลกทยอย "ขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน" บางเส้นทาง หลังราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน กดดันต้นทุนดำเนินงานของอุตสาหกรรมการบินอย่างหนัก

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังสายการบินทยอยปรับขึ้นค่าโดยสารและลดจำนวนเที่ยวบินในบางเส้นทาง จากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งสูง จากสงครามระหว่างสหรัฐ และอิสราเอล กับอิหร่าน

ขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน

รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินในยุโรปเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ขณะที่ในเอเชียปรับขึ้นเกือบ 80% นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งเมื่อปลายเดือนก.พ. โดยน้ำมันถือเป็นต้นทุนใหญ่อันดับสองของธุรกิจการบิน รองจากค่าแรง

เอ็ด บาสเตียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเดลต้า แอร์ไลนส์ เปิดเผยว่า ต้นทุนน้ำมันที่พุ่งขึ้นส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 400 ล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. เพียงเดือนเดียว และสายการบินจำเป็นต้องผลักภาระดังกล่าวไปยังผู้โดยสารผ่านการปรับขึ้นราคาตั๋ว

ด้านอเมริกัน แอร์ไลนส์ คาดว่าค่าใช้จ่ายในไตรมาส 1 ปี 2569 จะเพิ่มขึ้นราว 400 ล้านดอลลาร์จากปัจจัยเดียวกัน

ขณะที่ เอสเอเอส ซึ่งเป็นหนึ่งในสายการบินกลุ่มแรกที่ประกาศลดเที่ยวบินบางส่วน เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ชี้ว่า อุตสาหกรรมการบินยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างรุนแรง

ส่วนแอร์ ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม ได้ประกาศปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารในเส้นทางระยะไกล เพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ขณะที่สายการบินหลายแห่งเริ่มกลับมาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel surcharge) อีกครั้ง แม้อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน และกำไร

ในเอเชีย ทางการเวียดนามได้ออกมาเตือนผู้ประกอบการให้เตรียมรับมือกับการลดเที่ยวบิน ตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังจีน และไทย ระงับการส่งออกน้ำมันเครื่องบินจากผลกระทบของสงคราม ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มสูงขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศในวงกว้าง โดยน่านฟ้าในตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังคงปิดใช้งาน ทำให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องยกเลิก เลื่อน หรือเปลี่ยนเส้นทาง เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ผลกระทบลุกลามไปยังศูนย์กลางการบินสำคัญ เช่น สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งมีผู้โดยสารราว 86,000 คนได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินในช่วงสองสัปดาห์แรกของความขัดแย้ง และปัจจุบันมีเพียง 1 ใน 3 ของเที่ยวบินที่เชื่อมต่อกับตะวันออกกลางยังคงให้บริการ

นักวิเคราะห์มองว่า หากความขัดแย้งยังยืดเยื้อ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกอาจต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่ผู้โดยสารจะต้องแบกรับภาระค่าโดยสารที่สูงขึ้นในระยะต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...