โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ศิริกัญญา" ลั่นเคยเตือนแล้ว สุดท้ายรัฐบาลถลุงงบกลาง 1 ใน 3 จนไม่มีใช้ช่วงวิกฤต

PPTV HD 36

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
“ศิริกัญญา” ลั่นเคยเตือนแล้ว สุดท้ายรัฐบาลถลุงงบกลาง 1 ใน 3 จนไม่มีใช้ช่วงวิกฤต อัดยับนโยบายเหมือน “GPS เบลอ” มองใกล้ไม่ชัด - มองไกลไม่เห็น

ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมวาระแถลงนโยบายรัฐบาล โดย น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า การแถลงนโยบายของรัฐบาลคือสัญญาประชาคม ว่าจะขับเคลื่อนประเทศไปที่จุดหมายใด ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ เปรียบง่ายๆ เหมือนจีพีเอสนำทาง ซึ่งนโยบายนี้ยังเป็นจีพีเอสแบบเดิมแบบเบลอๆ มองใกล้ไม่ชัด มองไกลไม่เห็น

ที่มองใกล้ไม่ชัดเพราะนโยบายระยะสั้น นโยบายเร่งด่วนไม่ได้เขียน และที่มองไกลไม่เห็น เพราะอ่านจนจบแล้วไม่เห็นเป้าหมายปลายทาง จะเดินหน้าไปสู่อะไร นโยบายเร่งด่วนเหมือนเขียนปนๆ รวมๆ กันมา ไม่รู้ว่า 1 ปีหรือ 2 ปี

ปัจจุบันด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง ปัญหาเรื่องซัพพลายช็อกจะอยู่กับเราไปยาวๆ ทำให้คาดการณ์ GDP ของทุกสำนักที่ประเมินออกมาไม่เกิน 1.5% ส่วนเงินเฟ้อน่าจะพุ่งเกิน 3% ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะโตต่ำ โดยวิธีทางแก้ที่จะนำพาประเทศออกจากวิกฤตนี้ก็จะยากขึ้น เพราะจะกระตุ้นมากก็ไม่ได้ ของจะแพงขึ้นไปอีก และสินค้ามีทีท่าว่าจะขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง จึงเกิดคำถามว่ารัฐบาลจะเยียวยาประชาชนอย่างไร เพราะยังไม่เห็นนโยบายอะไรนอกจากโครงการคนละครึ่ง ซึ่งอยู่ในโหมดของทักษะดิจิทัล ไม่ได้อยู่ในเศรษฐกิจ

“เมื่อวานนี้มีข่าวออกมาว่า รัฐบาลนี้จะมีมาตรการอะไรออกมาบ้าง ในขณะที่น้ำมันขึ้นแล้ว 2 สัปดาห์ แต่มาตรการเพิ่งออกเมื่อวาน ไม่รู้ว่านายกฯ สั่งวันนี้หรือไม่ ถึงได้ออกมาตรการมาเมื่อวาน ซึ่งน่าแปลกใจว่าอย่างน้อยๆ น่าจะใส่ในคำนโยบายไว้บ้างให้ประชาชนอุ่นใจ แม้จะมีอยู่ก็จริง แต่บรรทัดเดียว ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไร แทนที่จะได้มาถกกันว่าระยะเร่งด่วน ประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือเพียงพอหรือไม่ มีอะไรที่ต้องทำเพิ่มเติมบ้าง” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

น.ส.ศิริกัญญา ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะเริ่มได้ในเดือน พ.ค. 2569 แต่ผู้ได้รับผลประโยชน์ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่งพลัส จะเหลือเพียงแค่ 9 ล้านคนจาก 13.4 ล้านคน คำถามคือถ้าต้องคัดกรองผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่สามารถทำได้เสร็จภายในเดือน พ.ค. หรือไม่ เพราะรอบที่แล้วมีความเจ็บปวดมาก ประชาชนต้องไปอำเภอหลายครั้ง ต้องพาลูกเมียไปเพื่อยืนยัน และมอบการอนุญาตเข้าถึงข้อมูล

สิ่งที่เรายังไม่รู้อีกอย่างคือ ระยะเวลาโครงการยังไม่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจนแล้วคือ เงินที่นำมาใช้มาจากการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณและงบกลาง ซึ่งถ้าจะออก พ.ร.บ.โอนงบฯ 2569 ในช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค. จริงหรือ? มันจะคล้ายๆ กับการเกลี่ยก่อนกู้ ตกลงจะกู้จริงๆ แล้วหรือไม่ เพราะมีข่าวลือว่ารัฐบาลจะมีแผนออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ข้ามหัวสภาไปเลย โดยใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยวิธีการนี้สะท้อนปัญหาวิกฤตการคลัง ที่รัฐบาลเผชิญอยู่ ถึงจะไม่มีวิกฤตพลังงาน ก็มีความเสี่ยงทางด้านการคลังที่ค่อนข้างอยู่ในระดับน้องๆ วิกฤตอยู่แล้ว

ส่วนฝั่งรายจ่ายก็กำลังมีปัญหา เพราะงบกลางถูกใช้ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อครั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.5 หมื่นล้านบาท สมัยแรกๆ ของรัฐบาลอนุทิน 1 ส่วนเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินก็เหลืออีกไม่มาก เท่าที่ได้ไปสืบทราบมาเหลืออยู่ประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งตอนแถลงนโยบายเดือน ก.ย. 2568 ตนเคยพูดถึงโครงการคนละครึ่งที่ต้องใช้เงิน 44,000 ล้านบาท บวกกับเงินที่ต้องเติมในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 20,000 ล้านบาท ใช้เงินในส่วนของงบกลาง ซึ่งต้องสำรองไว้ในยามฉุกเฉินจำเป็นจริงๆ ใช้ไปเยอะมาก แค่เดือนแรกๆ ใช้ไป 1 ใน 3 ของเงินสำรองนี้ ตนเคยเตือนไว้แล้วว่าหากเกิดวิกฤตจริงๆ จะยุ่ง แล้วก็ยุ่งจริงๆ ตอนนี้รัฐบาลต้องหาเงินเพิ่มในการโอนงบ

น.ส. ศิริกัญญา ย้ำว่า ที่จะทำแบบนี้ ทำเพื่อแก้ไขปัญหาทางการคลังที่เป็นฐานะของท่านเอง หรือแก้ไขปัญหาให้ประชาชนกันแน่ ตนมองว่าหากออกช่วงไตรมาส 3 จะเสียมากกว่าได้ เพราะงบประมาณถูกใช้จ่ายไปมากแล้วเกิน 60%

“เมื่อท่านเขียนเกณฑ์แบบหลวมๆ เหมือนตอนที่ท่านบอกให้ประหยัดพลังงาน และออกเกณฑ์ว่าห้ามข้าราชการดูงานต่างประเทศ แต่มีติ่งไว้ว่าให้เป็นดุลยพินิจของหัวหน้าหน่วย รับรองว่าก็ไม่เหลืองบให้โอนอยู่ดี อีกทั้งขั้นตอนการโอนงบประมาณไม่ได้เร็ว และจะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณหยุดชะงักในไตรมาส 3 แทนที่จะมีเงินจากรัฐบาลทำให้เศรษฐกิจยังพอเติบโตไปได้ ก็จะหยุดชะงักไปเลย แต่ความไม่เร็วก็ไม่ใช่เหตุผลที่ท่านจะออกเป็น พ.ร.ก.” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า สำหรับการลดภาษีสรรพสามิต ที่รัฐบาลเสียงแข็งว่าไม่สามารถลดได้ ทั้งที่การลดแม้จะ 2 บาท จะสามารถชะลอการขึ้นราคาสินค้าได้ ซึ่งกรณีที่ไม่มีการปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิต ตนคาดว่าสถานการณ์การคลังจะวิกฤตกว่าที่รับรู้ ซึ่งเมื่อไม่ลดภาษี ขออย่าเก็บเพิ่มได้หรือไม่ ส่วนแนวทางการลดราคาน้ำมันขอความชัดเจนว่าจะเก็บภาษีลาภลอยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะหนี้เบ่งบานที่ขอบอกว่า ไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นที่ถูกผลาญไปหมด 4 เดือนแรก ทำให้รายการที่ตั้งใจตั้งงบไม่พอ จะสร้างปัญหาใหญ่ เช่น งบชำระดอกเบี้ย บำนาญข้าราชการ ขาด 5.1 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าจะมีความล่าช้าหรือตกเบิกแน่นอน

กองทุนประชารัฐ ที่ใช้เติมเงินบัตรสวัสดิการงบ 69 ตั้งไว้ 3.5 หมื่นล้านบาท ดังนั้น หากคิดจะกู้แสดงว่ากู้เพื่อใช้รายจ่ายประจำของงบประมาณ และหากรัฐบาลตั้งใจออก พ.ร.ก. เพื่อต้องการพยุงเศรษฐกิจ และออกจากวิกฤตให้ได้ มีข่าวว่าจะมียอดเงินกู้จำนวน 5 แสนล้านบาท ตนต้องตั้งคำถามถึงการหาวิธีคืนเงิน เกรงว่าจะมีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เช่น ภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และภาษี VAT

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศิริกัญญา จี้รัฐบาลช่วยตั้งสติแล้วสื่อสารให้ชัด ใครคุยกับสหรัฐฯปมขึ้นภาษีนำเข้า

"ศิริกัญญา" ชู หวยใบเสร็จ พร้อม นโยบาย 3 ระยะรื้อโครสร้างไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ศิริกัญญา" ลั่นเคยเตือนแล้ว สุดท้ายรัฐบาลถลุงงบกลาง 1 ใน 3 จนไม่มีใช้ช่วงวิกฤต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...