‘ซีอีโอน้ำมัน’ ชี้ ‘สงครามอิหร่าน’ เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันสูงระยะยาว
ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่พลังงานโลกมอง "สงครามอิหร่าน" จะเปลี่ยนภูมิทัศน์พลังงานครั้งใหญ่ หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบอุปทานน้ำมันหนัก กระตุ้นหลายประเทศเร่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และกระจายแหล่งนำเข้า
บรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมัน และก๊าซรายใหญ่ของโลก เปิดเผยต่อบรรดานักลงทุนในช่วงการรายงานผลประกอบการตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า สงครามอิหร่านจะส่งผลให้ระบบพลังงานโลกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
หลังจากอิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้น้ำมันในตลาดโลกหายไปเกือบ 1 พันล้านบาร์เรล และภาวะขาดแคลนยังรุนแรงขึ้นทุกวันที่เส้นทางเดินเรือดังกล่าวยังไม่เปิดใช้งานตามปกติ
นายโอลิวิเยร์ เลอ เปอช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอสแอลบี บริษัทผู้ให้บริการด้านแหล่งน้ำมันรายใหญ่ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบพลังงานโลกอย่างชัดเจน
ขณะที่นายลอเรนโซ ซิโมเนลลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเบเกอร์ ฮิวจ์ส กล่าวว่า วิกฤติครั้งนี้จะผลักดันให้เกิด “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่” ในอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก
ด้านนายเจฟฟรีย์ มิลเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮัลลิเบอร์ตัน ระบุว่า ประเด็นความมั่นคงด้านพลังงาน จะไม่ใช่เพียงวาทกรรมทางการเมืองอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นวาระสำคัญของทั้งรัฐบาล และภาคอุตสาหกรรม
ผู้บริหารหลายบริษัทเห็นตรงกันว่า หลังจากนี้จะมีการลงทุนด้านการสำรวจและผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพลังงานทางเลือกคาร์บอนต่ำ เช่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานนิวเคลียร์ และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า จะยังคงได้รับการลงทุนต่อเนื่อง
นายซิโมเนลลี กล่าวว่า เป้าหมายต่อไปไม่ใช่เพียงเพิ่มปริมาณพลังงาน แต่รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และมีระบบสำรองมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง
ทั้งนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังสะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวจากตะวันออกกลางของหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย
นายดาร์เรน วูดส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอ็กซอน โมบิล กล่าวว่า หลายประเทศจะต้องกลับมาทบทวนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในลักษณะเดียวกันในอนาคต
ผู้บริหารด้านพลังงานยังมองว่า รัฐบาลหลายประเทศจะเร่งกระจายแหล่งนำเข้าพลังงาน รวมถึงฟื้นฟูคลังสำรองน้ำมันที่ลดลงจากผลกระทบของสงคราม
ขณะเดียวกัน น้ำมันดิบจากสหรัฐจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลก โดยนายเคส แวนต์ ฮอฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไดมอนด์แบ็ก เอ็นเนอร์จี ระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดในช่วงสงคราม
ด้านนายมิลเลอร์ ระบุว่า ตลาดน้ำมันโลกกำลังเข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยคาดว่าจะมีน้ำมันล้นตลาดในปีนี้ กลับกลายเป็นภาวะขาดดุลอุปทานครั้งใหญ่
ขณะที่นายเลอ เปอช มองว่า ภาวะดังกล่าวจะช่วยหนุนราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูงแม้สงครามสิ้นสุดลง และจะกระตุ้นการลงทุนในโครงการน้ำมันนอกชายฝั่ งและแหล่งน้ำมันน้ำลึกในแอฟริกา ทวีปอเมริกา และเอเชียมากขึ้น
พร้อมระบุว่า แอฟริกาเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุดในระยะยาว เนื่องจากยังมีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กูรูเตือน 'สงครามอิหร่าน' จ่อดันราคาน้ำมันดิบพุ่ง 120 ดอลลาร์ในเร็ววัน
- 'ทรัมป์' ลั่น 'ราคาน้ำมันโลกพุ่ง' แค่ชั่วคราว ชี้คุ้มค่าแลกดับภัยนิวเคลียร์อิหร่าน
- 'ซิตี้กรุ๊ป' เตือน 'ราคาน้ำมันเบรนท์' อาจพุ่ง 200 ดอลล์ หากวิกฤตืตะวันออกกลางยืดเยื้อ
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg