"วิโรจน์" เล่าย้อนเส้นทางฝันผู้ว่าฯ กทม. ต้องสะดุดคำวินิจฉัยคดี 44 สส.
"วิโรจน์" เล่าย้อนเส้นทางฝันผู้ว่าฯ กทม. ต้องสะดุดคำวินิจฉัยคดี 44 สส. ทำต้องพักแผน พร้อม เป็นลมใต้ปีก-ไม้ค้ำ หนุนผู้สมัครผู้ว่าฯ-สก. ของปชน. ทุกคน
วันที่ 5 พ.ค. 69 ที่ ชั้น 5 ห้อง Mitr-ting room สามย่านมิตรทาวน์ พรรคประชาชน เปิดแคมเปญเลือกตั้งกทม. กรุงเทพง่าย ๆ by ผู้ว่าประชาชน โดยก่อนเริ่มกิจกรรมบรรยากาศด้านหน้าห้องประชุม มีประชาชนสวมเสื้อสีส้ม มารอบริเวณทางเข้าพร้อมเตรียมดอกไม้สีขาว และหน้ากากรูปนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งคาดว่าจะถูกเปิดตัวเป็นผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ
ขณะที่ผู้สมัคร สก. เริ่มทยอยมาถ่ายรูปกับแบ็คดรอปด้านหน้า พร้อมเล่นเกมบันไดงูอุปสรรคการใช้ชีวิตใน กทม. ก่อนตะเริ่มกิจกรรมในเวลา 17.30 น. โดยเริ่มที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่จะขึ้นพูดแนะนำตัวผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพฯ ของพรรคประชาชน ก่อนจะเปิดตัวผู้ว่าฯจากพรรคประชาชน และปิดท้ายด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่จะขึ้นเวทีเพื่อ เปิดตัวทีมบริหาร กทม.
จากนั้นเวลา 17.30 น. นายวิโรจน์ กล่าวว่า 4 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 หลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตนมีโอกาสคุยกับคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ตนมีความตั้งใจที่จะเดินหน้าทำนโยบายเพื่อคนกรุงเทพฯต่อ และตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะสร้างทีมบริหารเพื่อลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพฯ ในปี 2569 ซึ่งตนมีความตั้งใจจะเริ่มเดินหน้าทำทีมในปี 2567 แต่อยู่ดีๆ หากยังจำกันได้ตั้งแต่ต้นปีวันที่ 31 มกราคม 2567 อยู่ดีๆ ก็มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าการใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยสุจริตของพวกตนทั้ง 44 คนในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งตอนนั้นศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถทำได้ และเพียงแค่ไม่กี่วันต่อมา วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ก็มีคนรับลูกไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ทันที ว่าตนและเพื่อนของตนละเมิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า แต่ตนยังมีความตั้งใจอยู่ สามารถถามทุกคนได้ว่าตนไม่เคยยุติความมุ่งมั่นของตนที่ดีต่อกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอีกครั้งให้ยุบพรรคก้าวไกล แล้วคดีของพวกตนก็เดินหน้ามาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ในวันนั้นตนรู้ตัวดีและตระหนักดีว่าความฝันของตนที่ต้องการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนเท่ากัน ต้องยุติลงชั่วคราวจนกว่าความตั้งใจดี และความสุจริตของตนจะได้รับการพิสูจน์และข้อกล่าวหาทั้งหมดทั้งปวงจะผ่านพ้นไป
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ตนได้คุยกับนายพิจารณ์ว่าพรรคมีความจำเป็นอย่างมากเพราะความฝันของพรรคจะหยุดลงพร้อมกับความฝันของตนไม่ได้ ตั้งแต่ปี 2567 ตนบอกกับนายพิจารณ์ว่าพรรคจำเป็นต้องเดินหน้าคัดสรรผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพฯ ได้แล้ว เพื่อให้ความฝันของพรรค ซึ่งก็คือพวกเราทุกคนทั้งที่อยู่ที่นี่ อยู่ที่บ้าน และอีกหลายๆ คนต้องเดินหน้าต่อ และก้าวข้ามตนไปข้างหน้า แต่ไม่ต้องห่วงและไม่ต้องกังวล ตนยืนยันว่าตนจะยังเป็นคนที่ช่วยเหลือพรรคและเป็นลมใต้ปีก เป็นเครื่องจักร เป็นเครื่องยนต์ เป็นไม้ค้ำให้ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพฯ ของพรรคประชาชน ตลอดจนผู้สมัคร สก. ทุกคนเพื่อเดินหน้าความฝันของคนกรุงเทพฯ ให้เป็นจริงให้ได้
“จึงขอเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพฯ ในนามพรรคประชาชน คือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน” นายวิโรจน์ กล่าว
“วิโรจน์” เปิดวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ–สก. พรรคประชาชน ชู “กรุงเทพฯ ต้องพึ่งพาได้” คืนชีวิตที่ง่ายให้คนเมือง ลั่น หากเลือกปชน. จะไม่ทำมาหากินด้วยวิธีเลวๆที่เรียกว่างบแปรอีกต่อไป พร้อม สอดส่องดูแลงบประมาณทุกเม็ด ยัน เร่งรัด โครงการเป็นไปตามมาตรฐานตามวิศวกรรม ไม่ใช่ต้องเป็นโครงการ 7 ชั่วโคตรแบบที่เป็นอยู่
ภายหลังการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าพรรคประชาชน ว่า นี่คือวาระเมืองที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกรุงเทพมฯ จากพรรคประชาชนต้องการที่จะขับเคลื่อน กรุงเทพง่ายๆก็คือการคืนชีวิตที่ง่ายให้กับคนกรุงเทพ ทุกคนรู้หรือไม่ว่าทุกคนเป็นคนเก่งแต่เก่งจนเหนื่อย ถามว่าทำไมเราจำเป็นต้องเก่ง ทำไมเราถึงต้องพึ่งพาตัวเอง เพราะกรุงเทพให้เราพึ่งพาได้น้อยเกินไปโดยที่เราไม่รู้ตัว เราเลยจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองจนลืมไปว่าเราควรจะต้องได้พึ่งมันมากกว่านี้ ตนคิดว่าผู้สมัครผู้ว่าฯ ของเราและผู้สมัคร สก.ของพรรคประชาชน ต้องทำกรุงเทพให้ง่ายขึ้น ให้คนทำมาหากิน กล้าที่จะวิ่ง กล้าที่จะเดิน กล้าที่จะลงมือทำ กล้าที่จะลองผิดลองถูก กล้าที่จะล้ม เพราะมั่นใจว่าเมื่อไหร่ที่ล้มกรุงเทพมหานครจะเป็นสองมือที่ประคองให้คนที่ล้มกลับมายืน กลับมาเดิน กลับมาวิ่ง กลับมาทำทุกสิ่งทุกอย่างได้เหมือนปกติ ไม่ปล่อยให้คนกรุงเทพฯต้องเป็นคนที่แพ้และต้องดูแลตัวเอง
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า กรุงเทพต้องให้เราพึ่งพาได้มากกว่านี้ ตนไม่ปฏิเสธว่าพื้นฐานที่คนกรุงเทพต้องการคือถนนมีคุณภาพ ทางเท้าดี สวนสาธารณะเขียวขจี มีระบบระบายน้ำที่ดี มีการจัดการขยะที่ดี มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ดี ตนไม่ปฏิเสธเพราะเป็นสิ่งที่คนกรุงเทพต้องการ แต่ทำไมเราต้องตัดตอนความต้องการที่เรามีต่อกรุงเทพให้เหลือเพียงแค่นี้ ทั้งๆที่กรุงเทพดีกว่านี้ได้ กรุงเทพเป็นเมืองที่มีสวัสดิการดีกว่านี้ได้ และเป็นเมืองที่ให้โอกาสกับคนกรุงเทพให้เขาได้เติบโตทางเศรษฐกิจได้ลืมตาอ้าปากร่ำรวยขึ้นอย่างเสมอภาคกันได้ดีกว่านี้ กรุงเทพเป็นเมืองที่สามารถทำให้คนกรุงเทพทุกคน เวลาเจ็บป่วยมีหมอให้หามียาให้กิน ไม่จำเป็นที่จะต้องมีคนใดคนหนึ่งต้องตายเพราะหาเตียงไม่ได้ หาเส้นไม่ได้ส่งตัวไม่ทัน กรุงเทพเป็นเมืองที่ดูแลผู้สูงอายุที่ดีกว่านี้ได้กรุงเทพมีโรงเรียนที่ดูแลลูกหลานของพวกเราที่เป็นอนาคตของคนกรุงเทพให้เติบโตอย่างมีคุณภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ได้ และเป็นเมืองแห่งโอกาสที่ทำให้คนฝันและอยากจะลงทุนลงแรงทำมาหากิน ด้วยวิถีทางสุจริตให้ได้เติบโตที่ดีกว่านี้ได้ ไม่ต้องจ่ายไม่ต้องถูกรีดไม่ต้องถูกไถ และไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะได้ และนี่คือชีวิตที่ง่ายขึ้น ที่ผู้สมัครผู้ว่าฯของเราและผู้สมัคร สก. อีก 50 คน ต้องการมีชีวิตที่ง่ายขึ้น
ซึ่งในวันนี้ตนขอพูดถึงผู้สมัคร สก.ของพวกเรา 50 คน 50 เขต ว่านี่คือองค์ประกอบสำคัญเพราะเป็นคนที่ทำหน้าที่ดูแลคนกรุงเทพฯในการสอดส่องดูแลติดตามความสุขความทุกข์ของพี่น้องประชาชนในแขวงและเขตต่างๆรวมถึงออกปัญหาความทุกข์ร้อนมาสะท้อนให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ได้รับรู้แล้วไปกำหนดโครงการไปวางมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับคนกรุงเทพได้อย่างตรงใจตรงโจทย์พัฒนาเมืองเมืองนี้ให้ได้ตามที่คนกรุงเทพฝันเอาไว้ สั่งงานราชการให้ข้าราชการเร่งรัดดำเนินมาตรการที่มีการจัดลำดับความสำคัญอย่างถูกต้อง
โดยตนรู้ว่าคนกรุงเทพช่างบ่น แต่ผู้ว่าฯของเราและผู้สมัคร สก.ของพวกเราต้องการให้คนกรุงเทพฯบ่นถึงปัญหาใหม่ๆ แต่ไม่ใช่ทุกวันต้องพร่ำบ่นแต่ปัญหาเดิมๆ ที่เดินออกมาจากหน้าปากซอยก็เจออยู่ทุกวัน และคนที่จะอนุมัติงบประมาณให้กับผู้ว่ากรุงเทพมหานครในการทำโครงการต่างๆไม่ใช่ใครที่ไหนเพราะเป็นหน้าที่ของ สก. และสก.ที่ดีต้องจัดสรรงบประมาณให้ผู้ว่าทำโครงการที่เป็นประโยชน์กับคนกรุงเทพได้เพียงพอ ไม่ใช่ไปสุมหัวกันสมคบคิดกันตัดงบผู้ว่าฯจนโครงการที่ดีผู้ว่าฯ ไม่สามารถทำได้เพราะงบไม่พอหรือถูกตัดจนงบหมดเกลี้ยงแบบนี้ไม่ใช่ สก.ที่ดี และ สก. ที่ดีต้องไม่มีพฤติกรรมแบบนี้คือไปรวมหัวซ่องสุมกัน สร้างมุ้งสร้างกลุ่ม แล้วรุมกันตัดงบผู้ว่าฯ แล้วไปบีบกดดันผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เอางบที่ไปใส่ชื่อโครงการเท่ๆแล้วไปฝากไว้ในสำนักต่างๆข้าราชการกทม. รู้ดีว่ากลวิธีแย่ๆแบบนี้เค้าเรียกว่างบญัตติหรืองบแปร
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า จากนั้น สก.ที่ไม่ดีบางคนก็ไปสมคบคิดกับข้าราชการเครือข่ายตัวเอง ไปฮั้วกับพ่อค้า ฮั้วกับผู้รับเหมาให้ขายของคุณภาพต่ำๆ ให้กับ กทม . อาทิ ถุงขยะ ถังขยะ หนังสือ โต๊ะนักเรียน ถนน ลอกท่อลอกคลอง และให้ผู้รับเหมาจ่ายเงินทอนให้กับ สก. ตนจึงตอบคำถามแรกให้กับคนกรุงเทพทุกคนเลยว่าทำไมต้องเลือก สก. จากพรรคประชาชนเพราะ สก.จากพรรคประชาชน จะไม่มีทางทำมาหากินด้วยวิธีเลวๆที่เรียกว่างบแปรอีกต่อไป และจะทำหน้าที่สอดส่องดูแลการใช้จ่ายงบประมาณแบบเอาทุกเม็ดให้มีความโปร่งใส เร่งรัดโครงการต่างๆให้คนกรุงเทพได้ทุกอย่างที่ดี เป็นไปตาม มาตรฐานตามวิศวกรรมเสร็จเร็วได้ใช้เร็วไม่ใช่ต้องเป็นโครงการ 7 ชั่วโคตรแบบที่เป็นอยู่
นอกจากนี้ หน้าที่ สก.ที่สำคัญ คือการออกกฏหมายเมืองที่เรียกว่าข้อบัญญัติซึ่งจริงๆแล้วกรุงเทพมหานครควรจะมีข้อบัญญัติที่มากกว่านี้ และมีข้อบัญญัติอีกมากมายที่ สก. ของเราต้องการที่จะตราเป็นกฎหมายเมืองออกมา เช่น ข้อบัญญัติการดูแลผิวจราจรระหว่างการก่อสร้าง ข้อบัญญัติมาตรฐานความปลอดภัย ข้อบัญญัติเกี่ยวกับการส่งตัวผู้ป่วยในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร ข้อบัญญัติเกี่ยวกับสัดส่วนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า มาร่วมกันทำชีวิตของคนกรุงเทพฯให้ง่ายขึ้น เอาชีวิตที่ง่ายขึ้นให้กับคนกรุงเทพฯ เอางานยากๆให้กับพวกเราผู้สมัครผู้ว่าฯพรรคประชาชน และสก.ของประชาชน