โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ตรี ภรภัทร' เปิดใจ 10 ปีในวงการ หลัง ‘พระนเรศ’ ฟีเวอร์ สู่ความสำเร็จที่เกิน 'ความคาดหมาย'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

‘ตรี ภรภัทร’ เปิดใจ 10 ปีในวงการ หลัง ‘พระนเรศ’ ฟีเวอร์ สู่ความสำเร็จที่เกิน ‘ความคาดหมาย’

จากกระแสความปังของซีรีส์ฟอร์มยักษ์ หงสาวดี (THE LAST DUEL) ที่เพิ่งลาจอไป ชื่อของ ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา ผู้รับบท พระนเรศ’ กลับยิ่งถูกพูดถึงและได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนจนกลายเป็นกระแสความฮอตระดับประเทศ นับเป็นความสำเร็จที่เจ้าตัวถึงกับออกปากว่า ตลอด 10 ปีที่อยู่ในวงการ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับการตอบรับที่ถล่มทลายขนาดนี้

ถึงขั้นที่ว่าแค่ออกไปเดินตลาด เข้าเซเว่น หรือแวะปั๊มน้ำมัน ก็มีแต่คนเรียก พระนเรศ’ ซึ่งกระแสที่เข้ามาในตอนนี้เป็นที่สิ่งที่เขาเองไม่เคยคาดคิดเลย และยังไม่ชินกับการที่มีคนมาสนใจตลอดเวลา เพราะปกติที่เจอจะไม่ขนาดนี้

“พอเราโตขึ้นมาระดับนึง เราจะเลิกคาดหวังกับสิ่งที่เราทำไป เพราะว่าถ้าเราผิดหวังแล้วเรารู้สึกว่าเฟลดีกว่า เพราะฉะนั้นเราเลยไม่ได้คาดหวังกับสิ่งที่เราทำไป แต่เราทำด้วยใจที่สุด ตั้งใจทำทุกผลงานที่ได้รับโอกาส ได้รับความมอบหมายจากผู้ใหญ่ จากองค์กร เราทำให้เต็มที่ที่สุด”

แต่ที่พีคไปกว่าความดัง คือการต้องรับมือกับ วัฒนธรรมแฟนคลับเจนใหม่ ที่ทำเอาพระเอกมาดเข้มถึงกับเสียอาการและตามไม่ทันเทรนด์ จนได้ฉายาใหม่ว่า น้าตรี’ เพราะความไม่เข้าใจในการต้องทำท่า จุ๊บกล้าม และจุ๊บเหมียว ตามรีเควสต์แฟนๆ แต่กระนั้นก็ยังดีที่มีน้องนักแสดงในกองคอยเป็นติวเตอร์ให้

“ผมตื่นมาอีกวัน ดูสิ่งที่ผมทำไป รู้สึกว่า 10 ปีที่อยู่มามันหายไปหมดเลย เพราะว่า จุ๊บกล้าม จุ๊บเหมียว ไม่เคยรู้เลยว่าต้องทำยังไง หนักสุดก็คือจุ๊บก้านกล้วย ที่ต้องมีทำหูช้าง เราไม่รู้ว่าพวกจุ๊บพวกนี้คือท่าที่ต้องคิดเอง”

“อยู่ไปเรื่อยๆ ผมเลยรู้ว่า อ๋อ ที่เขาเรียกเราว่าน้า เพราะมันเป็นสิ่งนี้นี่เอง อาจจะเป็นอย่างงั้น” แม้จะตามไม่ทันเทรนด์ แต่ตรีก็ตั้งใจเสิร์ฟโมเมนต์เหล่านั้นอย่างเต็มที่ เพราะเขาเชื่อว่านี่คือการมอบความสุขให้แฟนคลับ ถ้าเราอยากได้สิ่งใด เราต้องให้สิ่งนั้นไปก่อน แล้วเราค่อยเป็นผู้รับที่ดี เราต้องเป็นผู้ให้ที่ดีก่อน”

“ผมไม่ได้เล่นโซเชียลเยอะขนาดนั้น เพิ่งจะมาอัพรูปเยอะตอนที่มีซีรีส์ ผมเป็นคนไม่ค่อยได้อัพรูป ไม่ค่อยได้เห็นอะไรเท่าไหร่ อัพสตอรี่อย่างเดียว จนพวกพี่ๆ เขาไม่ขอร้องแล้ว พูดกันมานานแล้วไม่อัพก็ไม่อัพ แต่ตอนนี้ผมพยายามทำให้ทุกคนอยู่”

“เรารู้สึกว่าถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่เราถนัด แต่เป็นสิ่งที่มอบความสุข มอบความเอ็นเตอร์เทน มอบความเทกแคร์ให้กับเขาได้ ทำไปเถอะ ถึงแม้จะไม่ใช่ตัวเราก็ตาม”

กระแสความรักจากแฟนคลับในตอนนี้ จึงเปรียบเสมือน รางวัลชีวิต ที่เหนือความคาดหมายสำหรับเขา

“เราไม่ได้คิดสิ่งนี้ไว้จนผมทำตัวไม่ถูกจริงๆ ผมพูดตามตรงว่าผมทำตัวไม่ถูกเลย ตอนที่คนมาหาผมเยอะๆ ทำตัวไม่ถูก หรือแม้กระทั่งเราเห็นตัวเองในโซเชียล ทำตัวไม่ถูก หรือเห็นหลายๆ อย่างที่ 10 ปีมาไม่เคยเจอขนาดนี้”

“รู้สึกว่ามันเป็นแรงผลักดัน เป็นคำชม เป็นแรงผลักดันที่เรามาถูกทางแล้ว สำหรับหน้าที่การแสดง เป็นบันไดอีกก้าวหนึ่งที่เราค่อยๆ เดินขึ้นไปทีละสเต็ปๆ แล้วทำให้เห็นว่าเรายังทำตรงนี้ได้ดี มีคนชอบเรา ซัพพอร์ตเรา แล้วมีคนผูกพันไปกับตัวละครที่ผมสร้างขึ้น ตัวละครที่เราทำให้ทุกคนดู ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังให้ทุกคนเห็น ยังมีอีกหลายๆ ฝ่ายที่เราช่วยกันส่งเสริมงานนี้”

แต่เบื้องหลังสิ่งที่เขาเรียกว่ารางวัลชีวิตนั้น แลกมาด้วยความกดดันมหาศาล ตรีเผยว่า กว่าจะมีวันนี้ มีหลายครั้งที่ท้อจนถึงขั้นต้องนั่งร้องไห้คนเดียว

“มีวันที่ร้องไห้คนเดียว นั่งคนเดียว ทำไมทำไม่ได้วะ ทำไมมันยากจัง ทำไมมันกดดันขนาดนี้ ทำไมมันเหนื่อยจังวะ มันมีหมดเลย เวลาเหนื่อยมันก็เหนื่อยจริงๆ กับสิ่งที่เราทำอยู่ มันไม่ใช่แค่ถ่ายเสร็จแล้วเสร็จเลย แต่ก่อนจะเริ่มมันมีทั้งเราต้องทำความเข้าใจกับบท เปลี่ยนรูปลักษณ์ เข้าใจถึงบริบทต่างๆ นานา เพื่อนร่วมงาน ทีมร่วมงาน หลายๆ คน แรงกดดัน มันมีเยอะมากๆ ท้อมั้ยมันมีอยู่แล้ว แต่ท้อต้องรู้จักคำว่าสู้ หรือรู้จักกำลังใจดีๆ ที่ให้เรา อย่างน้อยท้อแต่มีโอกาสที่จะได้ทำอยู่ ทำไมเราไม่เปลี่ยนจากคำว่าท้อเป็นแรงบันดาลใจ เป็นแรงผลักดันเรา ท้อมันมีอยู่แล้วแต่เราต้องมองข้ามผ่านไปให้ได้”

ด้วยทัศนคติการทำงานที่ยึดมั่นในคติ “รับปากแล้วต้องทำให้สุด คำไหนคำนั้น” เขาจึงเปลี่ยนความท้อให้เป็นแรงผลักดัน “ผมจะเป็นคนรักษาสิ่งที่เราตกลงกันไว้ หรือรักษาเวลา ทุกๆ อย่างที่เป็นหน้าที่เราให้ความสำคัญมากๆ”

พร้อมเผยอีกว่า “ผมว่าหน้าที่ที่เราได้รับมอบหมาย แล้วก็โอกาสที่เรามีอยู่ตรงนี้ ผมเป็นคนนึงที่เวลาได้รับหน้าที่อะไรมาจะไม่ทิ้งหน้าที่นั้น จะทำให้ดีที่สุด ยกเว้นถ้าคุณไม่อยากทำต้องบอกแต่แรก แต่ถ้าทำมาแล้วไม่ทำเล่นๆ เพราะตอนเด็กๆ พรีเซ็นต์หน้าห้อง ก็ทำแต่ขอให้มันเสร็จไปทีนึง แต่พอตอนนี้เราโต งานมันไม่ใช่แค่ส่งให้เสร็จ งานมันต้องทำแล้วออกมาดีและตั้งใจที่สุด โตขึ้นตามวัยวุฒิตามชีวิตของเรามากกว่า”

ประกอบกับกำลังใจเงียบๆ จากคนในครอบครัว ที่แม้จะไม่ได้เอ่ยปากชมตรงๆ แต่ก็แอบยิ้มปลื้มทุกครั้งที่เลื่อนฟีดโซเชียลแล้วเจอแต่หน้าลูกชาย “บ้านผมไม่ได้ชมอะไรกันสักเท่าไหร่อยู่แล้ว เหมือนแค่มอง รู้ว่าเหนื่อยใช่ไหมถ้าเหนื่อยก็ไปนอนพักผ่อน ไม่ได้มีแบบเหนื่อยเหรอลูกอะไรแบบนี้”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งกุญแจสำคัญในความสำเร็จของเขา คือบุคคลที่คอยผลักดันและอยู่เบื้องหลังพระเอกหนุ่มอย่าง ปุ๊ย-ผอูน จันทรศิริ ผู้กำกับฝีมือฉกาจที่เคยเอ่ยปากว่า “ฉันจะต้องทำให้ ตรี ภรภัทร คนนี้ดังให้ได้” โดยตรีเผยว่า “พี่ปุ๊ยเปรียบเสมือนอาจารย์ของเขา และในวันนี้ที่เขาประสบความสำเร็จ พี่ปุ๊ยก็ปลื้มปีติยินดีไปกับเขาด้วย”

“เขาส่งผมถึงฝั่งฝันตลอด ตั้งแต่เรื่องที่สองในชีวิตผมคือภาตุฆาต ที่เล่นกับหมอเน๋ง (ศรัณย์ นราประเสริฐกุล) พี่ปุ๊ยเป็นคนทำ ตอนนั้นผมยังศูนย์เลย ผมอาจจะเพิ่งจบมาจากเรื่องเดียว มีประสบการณ์นิดหน่อย พี่ปุ๊ยเป็นครูอีกคนนึงที่คอยสั่งสอนผมเยอะเลย”

สุดท้ายนี้ ตรียังไม่ลืมที่จะเอ่ยคำขอบคุณจากหัวใจ ถึงแฟนๆ ที่คอยซัพพอร์ตและเป็นกำลังใจให้กับเขา รวมถึงทีมนักแสดงจากซีรีส์หงสาวดีทุกคน”อยากขอบคุณแฟนๆ หงสาวดี แฟนๆ ทุกคนที่ติดตามทั้งผมและหงสาวดี เป็นกำลังใจให้กับพวกเราทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ขอบคุณมากจริงๆ ที่สนับสนุนพวกเราและทำให้ซีรีส์ของพวกเราสนุก คนดูอิน ผูกพันไปกับตัวละคร”

“ขอบคุณแรงกาย แรงใจ ขอบคุณแรงสนับสนุนจากคุณผู้ชมทุกคนมากๆ ขอบคุณมากจริงๆ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ตรี ภรภัทร’ เปิดใจ 10 ปีในวงการ หลัง ‘พระนเรศ’ ฟีเวอร์ สู่ความสำเร็จที่เกิน ‘ความคาดหมาย’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...