โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AOT ลงทุน 5 ปี 7.2 หมื่นล้านบาท ยกระดับไทยศูนย์กลางการบินระดับโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 12.40 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 12.00 น.

AOT วางงบลงทุน 5 ปี 7.2 หมื่นล้านบาท ขานรับโครงการ Quick-Win ยกระดับไทยศูนย์กลางการบินโลก รองรับผู้โดยสาร 180 ล้านคนต่อปี เร่งประมูลโครงการขยายอาคารผู้โดยสารทิศตะวันออกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง เฟส 3 ภายในปี 69

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) เปิดเผยว่า แผนลงทุนในช่วง 5 ปี (ปี 2569-2573) บริษัทจะใช้งบลงทุน 7.2 หมื่นล้านบาท ในโครงการดังต่อไปนี้

1. โครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (East Expansion) มูลค่าลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะนี้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าในเดือน พ.ค.น่าจะได้รับการอนุมัติ คาดเปิดประมูลในอีก 4 เดือน หลังครม.อนุมัติ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี ทำให้สนามบินสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารเป็น 70 ล้านคน จากปัจจุบันรองรับ 60 ล้านคน

2.โครงการขยายดอนเมืองเฟส 3 วงเงินลงทุนทั้งหมด 6.3 หมื่นล้านบาท จากเดิมตั้งงบไว้ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มอาคารผู้โดยสาร หลังที่ 3 รองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ และอาคาร Junction เพื่อเป็นอาคารให้รถบัส จอดและรับส่งผู้โดยสาร รวมถึงปรับปรุงถนนหน้าอาคารผู้โดยสารเพื่อลดจราจรติดขัด โดยในช่วง 5 ปีนี้คาดว่าใช้เงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และ อาคาร Junction ก่อน หลังจากนั้นจึงย้ายการใช้อาคารผู้โดยสาร 1-2 มาที่อาคารหลังที่ 3 เพื่อปรับปรุงอาคาร 1-2 โดยผลการศึกษาอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และสภาพัฒน์ ซึ่งใกล้จะเสนอต่อครม.และคาดจะเปิดประมูลภายในสิ้นปี 2569 เริ่มก่อสร้างต้นปี 2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 8-10 ปี ทั้งนี้หลังจากขยายตะเพิ่มการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 40 ล้านคน จากปัจจุบันมีผู้โดยสาร 31 ล้านคน

3.โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (South Terminal) มูลค่าเงินลงทุน 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 120 ล้านคน โดยในช่วง 2-3 ปีแรกจะทำการปรับหน้าดินก่อน คาดใช้เงินลงทุนราว 2 หมื่นล้านบาท

4.โครงการขยายท่าอากาศยานภูเก็ต เงินลงทุน 1 หมื่นล้านบาท

"AOT ขานรับนโยบายรัฐบาลในการผลักดันให้สนามบินของไทยเป็นศูนย์กลางการบินไทนระดับโลก ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมเร่งขยายขีดความสามารถของสนามบินทั้ง 6 แห่งตามแผนแม่บทให้มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้กว่า 180 ล้านคนต่อปีภายใน ปี 2577"

นางสาวปวีณา กล่าวว่า ปัจจุบัน AOT มีกระแสเงินสด 1 หมื่นล้านบาท และยังมีกำไรสะสมที่เพียงพอต่อการลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมเร่งขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งตามแผนแม่บทให้มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้กว่า 180 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577

ส่วนกรณีที่ AOT ปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) จาก 730 บาทต่อคน เป็น 1,120 บาทต่อคน จะไม่กระทบต่อค่าตั๋ว ซึ่งน่าจะรับผลกระทบจากราคาน้ำมันมากกว่า โดยค่า PSC ที่ได้รับมาจะนำไปปรับปรุงสนามบินเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการบริการที่ดี ไม่ได้นำมาชดเชยกับรายได้จากคิงเพาเวอร์ ซึ่งมาจากดิวตี้ฟรีลดลง เพราะถือว่าเป็นคนละส่วนกัน

นอกจากนี้บริษัทกำลังทบทวนผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ทุกรายให้เหมาะสม เพราะต้องการรายได้ที่เป็นประโยชน์สาธารณะและเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยจะปฏิบัติกับผู้ประกอบการเท่าเทียมกัน เพราะที่ผ่านมา ร้านค้าในสนามบินมีผลขาดทุนก็จะไม่เช่าต่อ ทำให้บริษัทขาดรายได้กว่าจะได้รายใหม่ใช้เวลาหลายเดือน ดังนั้นจึงจะทำให้ค่าตอบแทนให้เหมาะสม

ดังนั้นสัดส่วนรายได้ AOT จะปรับใหม่ที่จะเพิ่มรายได้หลักจากการดำเนินงานธุรกิจการบิน (Aeronautical Revenue : AERO) เป็นกว่า 60% และรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการการบิน (Non-Aero) มีสัดส่วนกว่า 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 50-50

ส่วนผลประกอบการปี 2569 กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ยอมรับว่าไม่เป็นไปตามคาด โดย 2 ไตรมาสแรก (ต.ค.2568-มี.ค.2569) มีจำนวนผู้โดยสาร 79 ล้านคน จึงคาดว่าทั้งปีจะมี 125 ล้านคน ทรงตัวจากปีก่อน

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบมจ. ท่าอากาศยานไทย มอบนโยบายมุ่งเน้นโครงการสำคัญแบบ Quick-Win และกำชับให้ AOT เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ โดย AOT สนองนโยบายเร่งพัฒนาท่าอากาศยานตามแผนแม่บท มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางให้น่าจดจำและน่าประทับใจ ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น พร้อมมุ่งสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจของภูมิภาคต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ พร้อมการวางรากฐานของประเทศให้เกิดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลอย่างยั่งยืน และได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาและบูรณาการเชื่อมโยงระบบขนส่งให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เร่งโครงการสำคัญ 3 โครงการแบบ Quick-Win ให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ดังนี้

(1) เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน และสามารถเปิดใบริการได้โดยเร็ว ได้แก่โครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) โครงการป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike)

(2) เร่งรัดประกวดราคาสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม ได้แก่ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2) โครงการให้บริการคลังสินค้า (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)

(3) เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า (Preliminary Feasibility Study) ของท่าอากาศยานอันดามัน และล้านนา

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบนโยบายสำคัญแก่ AOT ในฐานะเป็นผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศ และเป็นประตูสู่ประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน เร่งลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานและนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับบริการผู้โดยสาร และศึกษาพัฒนาท่าอากาศยานอันดามัน รวมถึงศึกษาท่าอากาศยานล้านนา เพื่อรองรับและแบ่งเบาการจราจรของท่าอากาศยานหลัก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...