“เวียดนาม” เร่งปราบละเมิดลิขสิทธิ์ หลังสหรัฐขึ้นบัญชีประเทศน่ากังวลสูงสุดด้าน IP
"เวียดนาม" เร่งปราบละเมิดลิขสิทธิ์ หลังสหรัฐขึ้นบัญชีประเทศน่ากังวลสูงสุดด้าน IP พร้อมตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคดีบังคับใช้กฎหมายขึ้น 20%
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.51 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเวียดนามสั่งยกระดับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หลังถูกสหรัฐจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่น่ากังวลสูงสุดด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคดีบังคับใช้กฎหมายขึ้น 20%
คำสั่งดังกล่าวครอบคลุมการละเมิดในหลายด้าน ทั้งภาพยนตร์ เกมออนไลน์ สิทธิในทรัพย์สินอุตสาหกรรม สินค้าปลอม การละเมิดลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายการค้า โดยจะดำเนินการเข้มงวดตลอดเดือนนี้ ตามแถลงการณ์บนเว็บไซต์รัฐบาลเวียดนาม
รัฐบาลเวียดนามระบุว่า ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังคงมีความซับซ้อนในหลายอุตสาหกรรมและหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อบรรยากาศการลงทุน การดำเนินธุรกิจ รวมถึงสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบธรรมของประชาชนและภาคธุรกิจ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง Office of the United States Trade Representative เผยแพร่รายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจัดให้เวียดนามเป็น Priority Foreign Country หรือประเทศที่มีปัญหาด้านทรัพย์สินทางปัญญารุนแรงที่สุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในบัญชีเฝ้าระวังของสหรัฐ
รายงานของ USTR ระบุว่า ฮานอยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการคุ้มครองและบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่สหรัฐกังวลมานานได้อย่างเพียงพอ
ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐ USTR จะมีเวลา 30 วันหลังออกรายงาน เพื่อพิจารณาว่าจะเปิดการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 หรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้ทางการค้าต่อเวียดนาม หากเห็นว่ายังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหา
ด้านกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามออกแถลงการณ์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า เวียดนามดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐประเมินความพยายามและผลสำเร็จของเวียดนามอย่างเป็นกลางและสมดุล
ขณะเดียวกัน การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาหลายเดือนเริ่มชะงักงัน ท่ามกลางความเห็นต่างเรื่องภาษีและมาตรการบังคับใช้กฎการค้า
หนึ่งในประเด็นขัดแย้งสำคัญคือคำจำกัดความของสินค้า “Transshipment” หรือสินค้าที่ถูกส่งผ่านประเทศที่สามเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษี ซึ่งสหรัฐเตือนว่าอาจถูกลงโทษด้วยภาษีสูงถึง 40% หากพบการหลบเลี่ยงกฎการค้า ผ่านเวียดนามเข้าสู่ตลาดสหรัฐ
อ้างอิง : bloomberg.com