โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศรีลังกาย้ำเป็นกลางในสงคราม ปัดสหรัฐส่งเครื่องบินลงจอด-เบรกเรืออิหร่านเทียบท่า

เดลินิวส์

อัพเดต 20 มีนาคม 2569 เวลา 23.54 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้นำศรีลังกาโชว์จุดยืนเด็ดขาด ปฏิเสธคำขอใช้ดินแดนเป็นฐานทัพชั่วคราวจากทั้งสหรัฐและอิหร่าน ชี้หากยอมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเสียสมดุลการทูตทันที

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีอนุรา กุมาร ดิษณายาเก ผู้นำศรีลังกา กล่าวว่า มีการติดต่อประสานงานมาจากสหรัฐ เพื่อขอนำเครื่องบินรบ 2 ลำ พร้อมขีปนาวุธต่อต้านเรือ 8 ลูก จากฐานทัพในจิบูตี มาลงจอดที่สนามบินนานาชาติมัตตาลา ราชปักษา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของศรีลังกา ระหว่างวันที่ 4-8 มี.ค. ที่ผ่านมา

ขณะที่อิหร่านติดต่อขอให้เรือรบ 3 ลำ เข้าจอดเทียบท่าที่กรุงโคลัมโบเช่นกัน ระหว่างวันที่ 9-13 มี.ค. หลังเสร็จสิ้นการซ้อมรบที่อินเดีย คำขอจากทั้งสองประเทศเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา หรือสองวันก่อนการปะทุของสงครามในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ผู้นำศรีลังกากล่าวว่า หากตอบรับอิหร่านก็ต้องตอบรับสหรัฐด้วย และหากมีการอนุญาตให้สหรัฐ อิหร่านก็ต้องได้รับสิทธิเดียวกัน ดังนั้น รัฐบาลศรีลังกาจึงตัดสินใจปฏิเสธทั้งสองฝ่าย เพื่อคงความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ศรีลังกาถูกดึงเข้าไปพัวพันกับสงครามครั้งนี้ เมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. หลังกองทัพสหรัฐยิงตอร์ปิโดเข้าใส่เรือรบ "ไอริส เดนา" ของอิหร่าน จนอับปางนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะ ส่งผลให้มีลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อย 84 ราย โดยกองทัพเรือศรีลังกาสามารถช่วยชีวิตผู้รอดชีวิตไว้ได้ 32 ราย

หลังจากนั้น ศรีลังกาอนุญาตให้เรือรบอิหร่านอีกลำคือ "ไอริส บูเชห์" เข้าสู่น่านน้ำเพื่อความปลอดภัยของลูกเรือ 219 คน ซึ่งปัจจุบันยังคงลี้ภัยอยู่ในกรุงโคลัมโบ

อนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างศรีลังกากับทั้งสองประเทศมีความละเอียดอ่อน และชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลโคลัมโบต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสหรัฐป็นตลาดส่งออกหลัก ส่วนอิหร่านเป็นผู้ซื้อชารายใหญ่ที่สุดของประเทศ.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...