“บอม ธนิน” หายหน้าจากวงการ 7 ปี ผันตัวเป็นโค้ชเทนนิส รายได้พอเลี้ยงตัว ไม่ขัดสน
“บอม ธนิน” เผยสาเหตุหายหน้า 7 ปี ผันตัวเป็นโค้ชเทนนิสเต็มตัวหลังบาดเจ็บหนัก รายได้พอเลี้ยงตัว ไม่ขัดสน ยืนยันยังไม่ทิ้งวงการบันเทิง แต่ด้วยเวลายังจัดสรรไม่ลงตัว
ห่างหายไปจากหน้าจอวงการบันเทิง 7 ปีแล้วสำหรับ “บอม ธนิน มนูญศิลป์” เนื่องจากต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการเอ็นข้อเท้า รวมถึงมีปัญหาโรคกระดูกเสื่อมและเข่าเสื่อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างมาก ทำให้เกิดความเครียด กังวลว่าจะไม่สามารถกลับมาเล่นกีฬาที่รักได้อีก แต่เมื่อดีขึ้นแล้ว เจ้าตัวจึงหันไปเอาดีทางด้านการเป็นโค้ชสอนกีฬาเทนนิส
“จริงๆ เป็นมานานแล้วตั้งแต่ก่อนเข้าวงการสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยก็เคยทำ เปิดเป็นชมรมฝึกสอนมาเรื่อยๆ มาถึงช่วงมาทำงานในวงการก็เลยไม่ค่อยไปจับไม้เท่าไหร่ หลังจากผ่าตัดพอมีเวลาเราก็อยากที่จะกลับมาทำ เลยกลับมาทำตอนนี้ก็ 4 ปี
ในวันที่เราประสบอุบัติเหตุก็ไม่คิดว่าจะได้กลับมาทำสิ่งนี้อีก ใบสั่งคุณหมอ เขาบอกว่าอยากให้หยุดกีฬาทุกอย่าง ประเภทวิ่ง บาส บอล เทนนิส คุณหมอไม่อยากให้มาเล่นสักอย่าง ให้เหลือแค่ว่ายน้ำกับปั่นจักรยาน ที่คุณหมอไม่อยากให้เล่นเพราะว่าถ้าเกิดอาการบาดเจ็บอีกเอ็นมันจะขาดซ้ำแน่นอน แต่ด้วยเราเล่นมาตั้งแต่เด็กก็อยากเล่นเพียงแค่ลดความแรงลงให้ไม่เสี่ยงมาก”
ตอนนี้ร่างกายกลับมา 80 % ยังรู้สึกแหยงๆ ไม่กล้าเล่นสุดกลัวจะเจ็บอีก
“พักฟื้นทำตามที่คุณหมอสั่งแล้วก็ทานวิตามินเสริมทานยาทุกอย่างที่คุณหมอให้มา ต้องทำกายภาพเดินในน้ำทุกวันวันละ 1 ชั่วโมงและพยายามยกขาขึ้นเราบอกตัวเองเสมอว่ามันเกิดจากผลของการกระทำที่ตัวเองไม่พัก จริงๆ เป็นตั้งแต่สมัยอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว เคย โดนเตือนก่อนหน้านี้แล้วว่าให้ไปผ่าตัดซะแต่ก็ไม่ทำ
ก็ทำใจมาแล้ว และได้แรงใจที่ดีจากเพื่อนๆ และครอบครัวทุกคนที่เขาคอยซัปพอร์ต ระหว่างนั้นก็มีแอบคิดบ้างสุดท้ายเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงบ้างแต่เราก็ต้องทำดีให้สุดแต่แรงใจสำคัญที่สุดตอนนี้เดินได้ปกติครับ ไม่ต้องมีเช็กอัปแล้ว ร่างกายกลับมา 80 เปอร์เซ็นต์คือมันจะมีอาการแหยงๆ เหมือนนักกีฬาที่เขาเคยผ่าตัดเข่าเวลาวิ่งเขาจะรู้สึกแหยงๆ ไม่กล้าเล่นสุดกลัวจะเจ็บอีกตอนนี้กลับไปแข่งได้ แต่ว่าเวลาตีไปมันก็เจ็บ พยายามดูแลตัวเองครับถ้าเกิดไม่ดีก็พัก”
ยังไม่คิดทิ้งวงการบันเทิงแค่ช่วงนี้งานโค้ชยุ่งมาก ยังจัดสรรเวลาไม่ลงตัว
“เรื่องเวลาตอนนี้ค่อนข้างบีซี่มากเลย เอาอันนี้ดีปุ๊บแล้วพอมีเวลามากขึ้นค่อยดูว่าจะไปอะไรยังไง ก็ไม่แปลกที่คนจะเข้าใจว่าผมหันหลังให้วงการบันเทิงแล้ว หลังจากนั้นพอจบละครปุ๊บ พอดีว่าผมเริ่มเดินแล้วก็เจ็บเลยทำเอ็มอาร์ไอและคุณหมอแนะนำว่าให้ผ่าเข่าก่อนที่เราจะเดินไม่ได้ ผมยังอยากทำทุกอย่างครับ แม่บอกว่ามีอะไรก็ทำเถอะลูกอย่าขี้เกียจนะลูก มีช่วงนึงที่มีคนติดต่องานมาแล้วเวลาไม่ตรงกัน ผมสอนเทนนิสสัปดาห์ละ 6 วัน ตอนนี้ยังจัดตารางไม่ลงเดี๋ยวรอให้จังหวะมันได้หน่อย”
อาชีพโค้ชมีรายได้พอเลี้ยงตัวเองไม่ขัดสน เหนื่อยแต่สบายใจ
“พอครับ เลี้ยงดูตัวเองครับ สำหรับผมว่าดีนะเพราะว่ามันไม่ขัดสน ไม่ได้ไปกู้หนี้ยืมสินใครก็สบายใจดีครับ ถามว่างานในวงการบันเทิงกับการเป็นโค้ชอันไหนเหนื่อยกว่ากัน ผมว่าทั้งสองงานมีความเหนื่อย มันมีโมเมนต์ที่เหนื่อยและโมเมนต์ที่สบายใจคล้ายๆ กัน เรื่องความกดดันส่วนตัวผมเป็นคนที่กดดันตัวเองอยู่ งานในวงการบันเทิงมันแอบกดดันมากกว่าด้วยความที่มีคนคาดหวังเยอะมากกว่า แต่ก็กดดันทั้งคู่ครับ”
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO